ใครไม่รู้จักบ้าง หนอนนก หรือในชื่อภาษาอังกฤษว่า Mealworm จัดเป็นชื่อสามัญที่เรียกสำหรับหนอนของแมลงปีกแข็งชนิดหนึ่ง

หนอนนก ก่อนจะกลายเป็นแมลงปีกแข็ง
การเลี้ยงหนอนนก สร้างรายได้

ปัจจุบัน เกษตรกรผู้ทำเกษตรอินทรีย์ จะนิยมเพาะเลี้ยงหนอนนกควบคู่ไปกับการทำเกษตร เนื่องจากหนอนนกนั้นถือเป็นสัตว์เศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่ง และมีความสำคัญโดยใช้เป็นอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงหลายชนิด โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงสวยงาม เช่น ปลาสวยงาม นกสวยงาม รวมไปถึงสัตว์อื่นอีกหลายประเภทที่นิยมกินหนอนนก

เนื่องจากหนอนนก เป็นอาหารที่มีทั้งโปรตีนและไขมันค่อนข้างสูง ในปัจจุบัน ผู้คนด้วยกันเองก็ยังประทานเป็นอาหารอีกด้วยเช่นกัน โดยใช้การปรุงสุก เช่นการทอด เช่นเดียวกับการทอดแมลงอีกหลายชนิดที่สามารถรับประทานได้

หนอนนก ไม่เพียงแต่ใช้เลี้ยงสัตว์ประเภทสัตว์สวยงามอย่าง นก และปลา เท่านั้น แต่ผู้คนเองก็ยังชอบที่จะนำมาทอดเป็นเมนู “รถด่วนทอด” รับประทานเป็นอาหารว่างอีกด้วย

จากรูปร่างที่เป็นลักษณะหนอนนี้ รู้หรือไม่ว่าสามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรร่ำรวยมานักต่อนักแล้ว

วงจรชีวิตของหนอนนก

หนอนที่มีเปลือก มีลำตัวยาวเรียวทรงกระบอกสีน้ำตาลอมเขียว เมื่อโตเต็มที่มีความกว้างลำตัว 0.28-3.2 มิลลิเมตร ยาว 29-35 มิลลิเมตร น้ำหนัก 0.2-0.24 กรัม มีอายุประมาณ 55-75 วัน ก่อนจะเข้าสู่ภาวะดักแด้ ซึ่งจะมีอายุในวงจรนี้ราว 5-7 วัน จากนั้นจะลอกคราบเป็นตัวโตเต็มวัย ซึ่งจะเป็นแมลงปีกแข็งลำตัวสีน้ำตาลอมดำ และจัดเป็น แมลงศัตรูพืช

วงจรชีวิต การเลี้ยงหนอนนก สร้างรายได้

ถิ่นกำเนิดของหนอนนก

หนอนนกมีถิ่นกำเนิดในทวีปยุโรปในที่มีอากาศค่อนข้างหนาวเย็น ซึ่งตัวเต็มวัยจะมีอายุเฉลี่ยประมาณ 3-6 เดือน ตัวเมีย 1 ตัว วางไข่ได้ 1-2 ฟอง/วัน หรือ 80-85 ฟอง/ตลอดวงจรชีวิต

ปัจจุบันมีผู้เพาะเลี้ยงหนอนนกเป็นจำนวนมาก โดยโรงเรือนที่เพาะต้องเป็นสถานที่ๆ โปร่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก ที่สำคัญคือต้องไม่ชื้น หากชื้นหนอนนกจะตายด้วยเชื้อราและไม่มีศัตรูตามธรรมชาติมารบกวน เช่น จิ้งจก, ตุ๊กแก หรือ มด ผู้ที่เลี้ยงสัตว์ เมื่อซื้อหนอนนกไปแล้ว จะนิยมเก็บด้วยการเทใส่ถาดหรือถังพลาสติกที่มีความสูงพอสมควรที่หนอนนกไม่สามารถปีนออกมาได้ ปิดฝาด้วยภาชนะแบบตะแกรง อาหารที่ให้สามารถให้ได้หลากหลาย ทั้งผักชนิดต่างๆ อาหารปลาเม็ด หรือ รำข้าว และต้องมีตะแกรงรองพื้น เพื่อช่วยในการร่อนมูลและเปลือกของหนอนนกที่ถ่ายออกมาด้วย

โรงเรือน การเพาะเลี้ยงหนอนนก สร้างรายได้

แน่นอนว่าสมาชิกในกลุ่มเราเองก็ปลูกผักกันเยอะ และเศษผักที่เหลือจากการเกษตรเห

่านี้ก็มีประโยชน์ หากไม่เอาไปทำน้ำหมัก ทำปุ๋ยชีวภาพแล้ว ก็สามารถเอามาเป็นอาหารแก่หนอนนก ก็เป็นการลดต้นทุน และสร้างรายได้อีกทางหนึ่งด้วย ราคาหนอนนกในตลาดนั้น ราคาขายจะขึ้นๆ ลงๆ ไปตามสภาพ ส่วนใหญ่นิยมขายปลีกกันที่ขีดละ 40-80 บาท

วิธีการเลี้ยงหนอนนกเพื่อสร้างรายได้

เทคนิคการเพาะพันธุ์หนอนนก แบบง่ายที่เป็นแนวทางของการเกษตรอินทรีย์ที่ดีที่สุดสุด แต่ใช้ได้จริง

เริ่มจากซื้อหนอนนกมาตามความต้องการ ว่าจะต้องการมากน้อยแค่ไหน แล้วนำมาใส่ไว้ในถาดในระดับความสูงที่หนอนไม่สามารถคลานออกได้ หรือตู้ปลาโล่งๆ ประมาณถาดละ 200-300 ตัว หรือเฉลี่ยเอาอย่าให้แออัดกันเกินไป หลังจากนั้นก็ใส่อาหารเช่น รำ รำแป้งสาลี เศษผักที่มีน้ำ โดยหั่นชิ้นเล็กบางๆ หย่อนเข้าไปเพื่อให้เป็นอาหารแก่หนอนนกเติมอาหารทุก 1-2 สัปดาห์

การเลี้ยงหนอนนก สร้างรายได้
การเลี้ยงหนอนนก สร้างรายได้

เมื่อเลี้ยงแล้วคอยสังเกตดูว่ามีขี้หนอนเยอะไหม ลักษณะจะเห็นก้อนกลมๆ ขนาดเล็กมาก มีขนาดสม่ำเสมอกัน ถ้ามีเยอะมากแสดงว่าอาหารหมด ให้ทำการหาตะแกรงตาถี่ๆ มาร่อนเอาเศษอาหารเก่าออก และขี้หนอนออกให้หมด โดยให้เหลือแต่หนอนนก แล้วเปลี่ยนใส่รำแป้งสาลีและผักชุดใหม่ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ไม่นานหนอนนกจะลอกคราบและเปลี่ยนตัวเองเป็นดักแด้ เมื่อเป็นดักแด้แล้วให้จัดการแยกตัวอ่อนที่เป็นดักแด้ไว้ต่างหาก โดยช่วงแรกให้งดอาหารไปก่อนจนกว่าจะเป็นแมลงปีกแข็งสีดำ ซึ่งจะนำมาเป็นพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ หนอนนกที่เข้าดักแด้ ซึ่งจะไม่กินอาหารประมาณ 5-7 วันก่อนเป็นตัวเต็มวัย

อาหารสำหรับหนอนนก เลี้ยงหนอนสร้างรายได้
หนอนนก ก่อนจะกลายเป็นแมลงปีกแข็ง

เมื่อหนอนนกเริ่มกลายเป็นแมลงแล้ว โดยเลือกตัวที่โตและสมบูรณ์ที่สุดและคัดแยกไว้ โดยใส่ตะแกรงมีฝาปิด หรือใส่ในถาด หรือตู้ใบใหม่พร้อมอาหารเหมือนเดิม เริ่มการผสมพันธุ์โดยใส่ตัวเต็มวัยลงในถาด ประมาณ 100-150 คู่ ตัวเต็มวัยจะเริ่มผสมพันธุ์หลังออกจากดักแด้ประมาณ 7 วัน ตัวเมียจะวางไข่ตัวละ 1-2 ฟองต่อวัน

ซึ่งต้องทิ้งพ่อแม่พันธุ์ให้วางไข่ไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ จากนั้นจัดการแยกพ่อแม่พันธุ์ออกจากรำและเศษอาหารหลังทิ้งไว้ 1 อาทิตย์แล้ว หรือจะร่อนกรองเอาไว้เหลือแต่พ่อแม่พันธุ์ก็ได้ โดยคราวนี้ให้ลองสังเกตุรำและเศษอาหารที่อยู่ในถาดที่ร่อนออกมา ในนั้นจะมีลูกหนอนนกที่ฝังตัวรอโตอยู่จำนวนมาก จากนั้นค่อยๆ ใส่อาหารเข้าไปทีละนิดๆ ในถาดตัวอ่อนอย่าให้เยอะเกินไป และอย่าให้อาหารหมดหรือเน่า โดยเติมอาหารประมาณอาทิตย์ละครั้ง สำหรับพ่อแม่พันธุ์สามารถจัดการให้วางไข่ได้เรื่อยๆ อายุการวางไข่ของพ่อแม่พันธุ์โดยประมาณ 40-50 วัน

การเลี้ยงหนอนนก สร้างรายได้
แมลงปีกแข็ง ตัวแม่ของหนอนนก

มาที่ถาดตัวอ่อนในเวลาไม่นานหนอนน้อยๆ จะเริ่มโตจนสามารถมองเห็นได้ แล้วตัวจะเริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ สังเกตดูว่าเมื่อตัวใหญ่จนพอจะร่อนได้ ให้แยกตัวขนาดเดียวกันเป็นชุดๆ ร่อนเศษอาหารออกบ่อยๆ แล้วใส่อาหารชุดใหม่ต่อไป จากนั้นเลี้ยงรอจนโตให้ได้ขนาดตามที่ต้องการ นับจากวันเกิดของหนอนนกจนโตได้ขนาด ระยะเวลาประมาณ 45 วันขึ้นไป ก็จะถึงวัยพร้อมขายได้แล้ว ส่วนพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ ก็สามารถให้ผสมพันธุ์เพื่อผลิตหนอนนกน้อยๆ ได้จนกว่าจะหมดอายุขัย

ข้อควรระวังในการให้อาหารหนอนนก

หากให้อาหารเป็นเศษผัก ระวังผักจะเน่า อย่าให้ชิ้นใหญ่เกินไป และต้องดูแลความสะอาดโดยเฉพาะความชื้น ถ้ามีปริมาณความชื้นมาก อาจจะทำให้หนอนนกตายได้ และเรื่องความสะอาดของอาหาร อาจมีหนอนชนิดอื่นและสัตว์ชนิดอื่นมาเจือปน เช่น มอด หนอนกินผัก

อาหารสูตรพิเศษในการเลี้ยงหนอนนก คือ รำแป้งสาลี 50% + อาหารไก่เล็กเอามาตำ ๆ ป่น ๆ ให้ละเอียด 50% นำมาคลุกเคล้า ให้เข้ากัน ใช้เป็นสูตรอาหารโปรตีนสูง จะทำให้หนอนนกจะโตไวมาก ระยะไข่ 5-7 วัน ระยะหนอน 75-90 วัน ระยะดักแด้ 5-7 วัน ระยะตัวเต็มวัย 5-6 เดือน

การเลี้ยงหนอนนก สร้างรายได้

ศัตรูของหนอนนก

ได้แก่ มอดแป้ง มด แมลงสาบ ที่อาจจะติดมากับอาหาร ดังนั้นควรนำอาหารไปแช่แข็งประมาณ 7 วัน หรืออบอาหารที่อุณหภูมิประมาณ 80 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 1 ชั่วโมง ทิ้งไว้ในอุณหภูมิปกติก่อนนำมาเป็นอาหารหนอนนก ศัตรูอื่นๆ ได้แก่ จิ้งจก นก และหนู

ต้นทุนการเลี้ยงหนอนนก

การผลิตหนอนนก 1 กิโลกรัม ใช้ต้นทุนประมาณ 70 บาท ใช้เวลาการผลิต 8-9 สัปดาห์ ซึ่งปัจจุบันหนอนนกราคากิโลกรัมละ 150-200 บาท (ขึ้นอยู่กับตลาด)

ขอรายละเอียด การเลี้ยงขยายพันธุ์หนอนนก เพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว สำนักวิจัยและพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลิตผลเกษตร โทรศัพท์ 0 2579 7813-4 ในวันเวลาราชการ
หรือ : https://www.doa.go.th/leka/?p=3311

อ้างอิง : ninekaow.com / kasetporpeang.com

แนะนำเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

error: อนุญาตแบบมีที่มา