แก้วมังกรนอกฤดู 2ไร่ กำไรนับแสน

ผลผลิตทางการเกษตรของประเทศไทย นอกจากพื้นที่เพาะปลูกต่างๆ จะมีความอุดมสมบูรณ์มากสามารถเพาะปลูกพืชผักการเกษตรได้หลากหลาย พืชผักไม้ผลนานาชนิด และยังพบว่าหลายพื้นที่ยังมีศักยภาพเพียงพอที่จะรับไม้ผลจากแดนไกล เช่น พลับ อินทผลัม มะคาเดเมียร์ รวมทั้ง แก้วมังกร หรือที่บางคนเรียกว่าเป็นผลไม้แห่งชนชั้นสูง คนไทยเราก็ยังนำมาขยายพันธุ์ปลูก กระทั่งกลายเป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรไทยและท้องถิ่นมากมาย

การเกษตร ปลูกแก้วมังกรนอกฤดู

โดยเฉพาะนายสวัสดิ์ ขุนสวัสดิ์ เกษตรกรบ้านท่าตะคร้อ อ.หนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี เป็นหนึ่งในจำนวนนี้ที่หันมาปลูกแก้วมังกร ส่งผลให้ปีหนึ่งหลังจากหักลบต้นทุนพอมีรายได้จากการขายผลิตผลนับแสนบาท

โดยลุงสวัสดิ์ ได้เล่าให้ฟังว่า ภายในพื้นที่ซึ่งมีอยู่ประมาณ 40 ไร่ แม้จะมีจำนวนมาก แต่ความอุดมสมบูรณ์ของดินไม่ค่อยดีนัก สาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะเราปลูกอ้อยเพียงหน้าเดียว ซึ่งลงทั้งปุ๋ยเคมีแล้ว ปีไหนหากต้องลุ (ปลูกตอใหม่) ออก ก็จะเผาตอทิ้ง พอนานวันเข้านอกจากกำไรที่ได้เริ่มลดลง เพราะสมัยนั้นราคาอ้อยค่อยข้างถูกแล้ว ยังมีปัญหาเรื่องแรงงาน ช่วงหลังๆ จึงหันมาปลูกเผือก ปอ งา และ ผักอายุสั้น สลับแปลงแต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ

เพราะครอบครัวเรามีคนน้อยงานที่มีอยู่ทำไม่ทันแรกๆ จึงมุ่งปลูกเผือกเพียงอย่างเดียว เพราะไม่ต้องดูแลมาก พร้อมกับเริ่มมองหาพืชชนิดอื่นเสริมควบคู่ไปด้วย ประกอบกับทางเกษตรจังหวัดพาไปศึกษาดูงานการปลูก แก้วมังกร ที่จังหวัดจันทบุรี และพื้นที่อีกหลายแห่ง หลังมานอนคิดอยู่หลายคืนเห็นว่าน่าสนใจ เพราะเป็นผลไม้ที่ยังใหม่ในตลาด อีกทั้งกลุ่มผู้บริโภคให้ความสนใจ

เศรษฐกิจพอเพียงกับการเพิ่มรายได้ด้วยแก้วมังกร

การเกษตร ปลูกแก้วมังกรนอกฤดู

หลังตกลงกับสมาชิกในครอบครัวแล้ว จึงตัดสินใจลงทุนก้อนใหญ่อีกครั้งภายในพื้นที่ 2 ไร่ เป็นเงินจำนวน 130,000 บาท เพื่อมาซื้อ เสาซีเมนต์ ยางนอก รถจักรยาน กิ่งพันธุ์เวียดนาม (เนื้อขาว เปลือกแดง) ซึ่งมีรสชาติหวานอร่อยเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค มาปลูกจำนวน 500 หลัก พร้อมกับเดินระบบน้ำ ขณะที่รอเก็บเกี่ยวผลผลิต รายได้ที่เข้ามาช่วงนี้มาจากการขุดเผือกขาย

ลุงสวัสดิ์บอกต่อว่า หลังให้ปุ๋ย น้ำที่เป็นระบบสปริงเกอร์ และดูแลเพื่อให้ผลผลิตออกนอกฤดูอยู่นานเกือบ 2 ปี ผลผลิตเริ่มที่จะเก็บขายได้ แต่กลับมาเจอปัญหาไม่มีตลาดลง มันไม่เป็นอย่างที่ตกลงแต่แรกที่ว่า แหล่งที่ขายกิ่งพันธุ์ให้จะรับซื้อทั้งหมด ดังนั้นจึงต้องหาตลาดเอง แต่ก็เป็นความโชคดีที่ทำให้เราได้รู้จักกับแม่ค้าหลายๆราย จากเดิมที่ต้องวิ่งส่งผลผลิตไปยังตลาดบ้านลาด มาเดี๋ยวนี้ (ปัจจุบัน) มีแม่ค้าจากตลาดสี่มุมเมืองมารับซื้อถึงที่ ซึ่ง ทำให้ลดช่องการซื้อขายจากพ่อค้าคนกลาง ช่วยให้เรามีกำไรมากขึ้น

ในการเก็บผลผลิตขายครั้งแรกนั้น หลังหักลบกลบหนี้แล้ว มีกำไรเหลืออยู่ประมาณ 80,000 บาท ซึ่งนับว่าเป็นรายได้ที่ดีมากๆ ดังนั้นจึงตัดสินใจขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มอีก 2 ไร่ และขยายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเป็นแปลงไป นอกจากทำให้มีผลผลิตออกตลอดแล้ว หากแปลงไหนอายุครบ 10 ปี ได้กำหนดลุปลูกใหม่ ก็จะทำให้งานไม่มากล้นมือ

จากการไม่ยอมแพ้กับอุปสรรคและปัญหา กระทั่งสามารถมีความรู้ความชำนาญ เฟ้นอาชีพที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ส่งผลให้ในวันนี้สวนแก้วมังกรของลุงสวัสดิ์ได้รับคัดเลือกให้เป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน