เพาะเห็ดแครง ไว้กินเอง อร่อย ขายได้ราคา

เพาะเห็ดแครง ไว้กินเอง อร่อย ขายได้ราคา

ผมเป็นเด็กต่างจังหวัด โตมากับพืชสวน พืชไร่ ชาวสวนยางพารา ยิ่งตอนหมดหน้าฝน หรือเริ่มเข้าสู่หน้าร้อนแรกๆ ที่เป็นปลายๆ ฤดูฝนเป็นยิ่งชอบใจ เพราะเมื่อไหร่ที่ไฟถ่านหลังจากการเผาไหม้ของไฟ ที่ชาวไร่ทำการตัดไม้ที่ไม่มีประโยชน์ในไร่ทิ้งแล้วทำการเผาอย่างเรียบร้อย ทิ้งไว้แต่ตอไม้ที่ดำเป็นตะโก กับถ่านไม้อีกเป็นกองๆ ท่อนไม้ผุๆ และเมื่อไหร่ฝนเม็ดแรกตกกระทบพื้นดิน แล้วเริ่มเทกระหน่ำมาอย่างไม่ขาดสาย

และจากฝนเม็ดสุดท้ายหยุดลง อากาศร้อนๆ แห้งๆ บ่งบอกว่า เริ่มฤดูฝนแล้วนั้น ไม่นาน เห็ดชนิดหนึ่งจะเริ่มโผล่ขึ้นมาจากขอนไม้ผุๆ รอให้เด็กๆ อย่างผม เก็บรวมเอามาแกง เผาย่าง หรือหมกด้วยใบตองกินเป็นกับข้าวแสนอร่อย

เห็ดแครง เป็นเห็ดที่ขึ้นอยู่ทั่วโลกและงอกได้ตลอดปี พบขึ้นอยู่กับวัสดุหลายชนิด เช่น ท่อนไม้ กิ่งไม้ ใบไม้ ใบหญ้า กระดาษ หรือแม้แต่บนกระดูกปลาวาฬก็พบเห็ดชนิดนี้ขึ้นอยู่ แต่ที่พบเป็นปริมาณมากสามารถเก็บรวบรวมเห็ดมารับประทานได้คือ บนท่อนไม้และกิ่งไม้ ในภาคใต้ของไทยพบมากบนท่อนไม้ยางพารา ต้นยางพาราที่ตัดโค่นไว้เมื่อท่อนไม้ตายและมีฝนตกก็พบเห็ดแครงขึ้นเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันมีการใช้ยาฆ่าตอต้นยางเป็นจำนวนมาก ชาวบ้านบอกว่าเห็ดแครงที่เก็บรวบรวมมาจากตอยางเมื่อรับประทานแล้วมีอาการคันปาก และสงสัยว่าเกิดจากพิษของยาฆ่าตอยาง ตอนนี้ยังไม่มีการศึกษายืนยันแต่ควรหลีกเลี่ยงเก็บเห็ดจากตอยางที่ใช้ยาฆ่าตอ

การเพาะเห็ดแครงขายเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการสร้างรายได้เสริม ปัจจุบันเห็ดแครงเริ่มหารับประทานยากขึ้น ทำให้มีผู้คิดค้นวิธีการเพาะเห็ดแครงขึ้นเพื่อจะได้มีเห็ดบริโภคตลอดทั่งปี เห็ดแครงหรือที่รู้จักกันในนาม “เห็ดตีนตุ๊กแก” เป็นเห็ดที่ขึ้นได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย และงอกได้ตลอดปี

เพาะเห็ดแครง ไว้กินเอง อร่อย ขายได้ราคา

โดยเฉพาะฤดูฝนจะพบเห็ดแครงงอกตามท่อนไม้ กิ่งไม้ ใบไม้ ใบหญ้า กระดาษ สำหรับในภาคใต้มักพบบนท่อนไม้ยางพาราที่ตัดโค่นไว้ เห็ดแครงมีคุณค่าทางโภชนาการไม่แพ้เห็ดชนิดอื่น โดยเฉพาะมีคาร์โบไฮเดรต โปรตีนสูง ให้พลังงานสูงกว่าเห็ดหอม เห็ดนางรม เห็ดฟาง และเห็ดหูหนู ในประเทศญี่ปุ่นจะใช้ทำเป็นยารักษาโรค เพราะในเห็ดแครงมีสารที่มีคุณสมบัติในการต่อต้านเชื้อไวรัสยับยั้งเซลล์ มะเร็ง ประเทศไทยเห็ดแครงจะเป็นที่รู้จักมากในหมู่คนปักไต้ ซึ่งจะนิยมนำมาแกงคั่วกับปลาย่าง หรือนำมาย่างโดยโขลกพริกขี้หนู ข่า ตะไคร้ ขมิ้น พริกไทย แล้วนำเห็ดแครงผสมลงไป พร้อมด้วยมะพร้าวขูด ไข่ไก่ แล้วห่อด้วยใบตองนำไปปิ้งเตาถ่าน ส่งกลิ่นหอมชวนให้น้ำลายไหลเลยทีเดียว ปัจจุบันเห็ดแครงเริ่มหายากขึ้นเพราะไม้ยางพารามีราคาสูงเป็นที่ต้องการของ ตลาด นอกจากนั้นพื้นที่ป่าเหลือน้อยกลายเป็นที่อยู่อาศัยมากขึ้น กว่าจะได้กินเห็ดแครงสักครั้งต้องรอให้ถึงช่วงหน้าฝนแต่ก็มีบ้างเล็กน้อย เหตุนี้จึงทำให้มีผู้คิดค้นหาวิธีการเพาะเห็ดแครงขึ้นเพื่อให้มีไว้บริโภคได้ตลอดปี

การเพาะเห็ดแครง หรือเห็ดตีนตุ๊กแก

ส่วนผสมการทำก้อนเชื้อเห็ดแครง

  1. ขี้เลื่อยไม้ยางพาราหรือไม้เนื้ออ่อน 100 กิโลกรัม
  2. รำละเอียดหรือปลายข้าวเจ้า 50 กิโลกรัม
  3. ภูไมท์ 2 กิโลกรัม
  4. ดีเกลือ 2 ขีด
  5. น้ำสะอาด 75-80 ลิตร

การเพาะเห็ดแครง หรือเห็ดตีนตุ๊กแก

ขั้นตอนการทำก้อนเห็ดแครง

  1. คลุกผสมขี้เลื่อย รำละเอียด ภูไมท์ให้เข้ากัน จากนั้นเติมน้ำสะอาดผสมดีเกลือ คลุกเคล้าให้เข้ากันพอหมาดๆ ระวังอย่าให้แฉะ
  2. บรรจุใส่ถุงพลาสติกเพาะเห็ด ขนาด 6.5 X 10 นิ้ว ประมาณ 3 ใน 4 ของถุง หรือน้ำหนัก 600 กรัมต่อถุง
  3. อัดวัสดุเพาะพอแน่น สวมคอขวดใช้ยางรัด เจาะรูตรงกลางเพื่อให้เชื้อเห็ดอยู่ตรงกลางถุง ปิดจุกประหยัดสำลี
  4. นำไปนึ่งในหม้อนึ่ง อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 3-4 ชั่วโมง นับจากน้ำเดือด เมื่อครบกำหนดเวลา พักไว้ให้เย็นลำเลียงไปไว้ในห้องเขี่ยเชื้อ แล้วรีบใส่เชื้อ อย่าทิ้งไว้ให้เกิน 24 ชั่วโมง จะทำให้การปนเปื้อนของเชื้อสูง
  5. การเขี่ยเชื้อเห็ดควรเขี่ยในห้องที่สะอาดและลมสงบ นำเชื้อเห็ดที่จะเพาะมาเคาะให้เมล็ดข้าวฟ่างกระจายก่อน เพื่อสะดวกในการเทหัวเชื้อเห็ดลงถุง เปิดปากขวดออกลนด้วยเปลวไฟจากตะเกียงแอลกอฮอล์ ดึงจุกประหยัดสำลีที่จุกปากถุงออก แล้วเทหัวเชื้อที่เลี้ยงบนเมล็ดข้าวฟ่างลงไป ประมาณ 20-30 เมล็ด ผู้เพาะต้องระวังอย่าให้มือถูกเมล็ดข้าวฟ่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้ก้อนเชื้อเสียได้ จุกสำลีที่จุดปากถุงห้ามวางกับพื้นเด็ดขาด และเมื่อเขี่ยหัวเชื้อลงในถุงแล้ว ต้องรีบปิดจุกสำลีทันที หัวเชื้อเห็ด 1 ขวด จะใส่ได้ประมาณ 30 ถุง
  6. การบ่มก้อนเชื้อ ก้อนเชื้อที่เขี่ยเชื้อแล้วนั้น ควรเก็บในโรงเรือนสำหรับบ่มเชื้อทันที ภายในโรงเรือนบ่มเชื้อต้องสะอาด และที่สำคัญจะต้องมืด ขนาดที่อ่านหนังสือพิมพ์ไม่เห็นในระยะ 1 ฟุต มิฉะนั้นแสงจะเป็นตัวกระตุ้นให้เส้นใยสร้างดอก ทั้งที่เส้นใยยังเจริญสะสมอาหารได้ไม่เต็มที่ ซึ่งเป็นสาเหตุให้ผลผลิตต่ำ ไม่คุ้มค่า หลังจากพักบ่มเส้นใยประมาณ 15-20 วัน เส้นใยจะเจริญเต็มถุง จึงนำไปเปิดดอก

การเพาะเห็ดแครง หรือเห็ดตีนตุ๊กแก

ขั้นตอนการเพาะเห็ดแครงสูตรใหม่

ขี้เลื่อยไม้ ยางพารา หรือไม้เนื้ออ่อน 100 กิโลกรัม รำละเอียด หรือปลายข้าว 50 กิโลกรัม ภูไมท์ 2 กิโลกรัม ดีเกลือ 0.2 กิโลกรัม และน้ำสะอาด 75-80 กิโลกรัม

วิธีการทำให้เห็ดแครงเกิดดอก

เมื่อเชื้อเห็ดเจริญเต็มก้อนเชื้อแล้ว ขั้นตอนการเพาะเห็ดต่อมาคือ การทำให้เห็ดแครงเกิดดอก ซึ่งอาจารย์กาญจณีแนะนำว่า ควรปฏิบัติดังนี้

  1. การกรีดถุง ให้คัดเลือกถุงก้อนเชื้อที่เชื้อเจริญเติบโตเต็มที่ จากนั้นถอดคอขวดพลาสติคพร้อมกับจุกประหยัดสำลีออก รวบปากถุงใช้ยางรัดให้แน่น และใช้มีดคมๆ กรีดข้างถุงให้เป็นแนวยาว 4 แถว โดยให้กรีดในลักษณะเฉียงดีกว่าการกรีดตรง เพราะก้อนเชื้อจะเก็บความชื้นได้ดีกว่า และรอยกรีดจะยาวกว่าการกรีดตรง
  2. การวางก้อนเชื้อ ในการวางก้อนเชื้อให้เกิดดอก วางได้ 2 วิธี คือ
    1. การวางบนชั้น โดยให้แต่ละถุงห่างกันประมาณ 5-7 เซนติเมตร
    2. การวางก้อนเชื้อแบบแขวน โดยตัวที่จะแขวนก้อนเห็ดประกอบด้วยเชือก 4 เส้น และแป้นพลาสติค จำนวน 3-4 แป้น เชือกจะร้อยเข้ารูแต่ละแป้นติดกันเป็น 1 ชุด แต่ละชุดจะแขวนก้อนเห็ดได้ 10 ก้อน

ต้นทุนในการผลิตเห็ดแครง

การเพาะเห็ดแครงโดยใช้สูตรขี้เลื่อยไม้ยางพารา 100 กิโลกรัม รำละเอียด 50 กิโลกรัม ภูไมท์ 2 กิโลกรัม ดีเกลือ 0.2 กิโลกรัม น้ำ 80 กิโลกรัม จะได้ก้อนเชื้อเห็ดแครง จำนวน 385 ถุง (ถุงละ 600 กรัม) ผู้เพาะเห็ดจะต้องเสียค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด 1,377 บาท ดังนั้น เห็ดแครง 1 ถุง มีต้นทุนในการผลิตโดยเฉลี่ย ประมาณ 3.50 บาท เมื่อนำเห็ดแครงไปเปิดดอก เห็ดแครง 1 ถุง จะให้ผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 100 กรัม

เกษตรท่านใดที่เพาะอยู่หรือกำลังจะเพาะ แล้วมีความสนใจอยากจะลองเพาะเห็ดแครง(เห็ดตีนตุ๊กแก)สร้างรายได้ดูบ้าง สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสั่งจองเชื้อเห็ด อุปกรณ์การเพาะ ได้ที่ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ โทร. 02-9861680-2 หรือได้ที่คุณเอกรินทร์ ช่วยชู โทร.081-3983128

ขอบคุณที่มา ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ / เว็บไซต์อาชีพเสริม / หนังสือพิมพ์มติชน