เตย หอมทั่วถึง

การปลูกเตยหอม Pandanus amaryllifolius เศรษฐกิจพอเพียง เกษตรพอเพียง

เตยหอม นั้นมีชื่อทางวิทยาศาสตร์เรียกว่า Pandanus amaryllifolius จัดเป็นไม้ยืนต้นพุ่มเล็ก และขึ้นเป็นกอ มีลำต้นอยู่ใต้ดิน ลักษณะใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับเวียนเป็นเกลียวขึ้นไปจนถึงยอด และใบเป็นทางยาว มีสีเข้มค่อนข้างแข็ง มีลักษณะเป็นมัน และขอบใบเรียบ ในใบมีกลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหย Fragrant Screw Pine ซึ่งสีเขียวจากใบเป็นสีของคลอโรฟิลล์ สามารถนำสีมาใช้ผสมอาหารได้

ในต่างประเทศ เตยหอม มีชื่อเรียกต่างกันไป เช่นในประเทศบังกลาเทศนั้นเรียกว่า ketaki มักจะนำเตยหอมนี้มาใช้เพิ่มกลิ่นหอมของข้าวพิลาฟ หรือข้าวปุเลา บิรยานี และพุดดิ้งมะพร้าว payesh ส่วนในประเทศอินโดนีเซียเรียกเตยหอมนี้ว่า pandan wangi ประเทศพม่าเรียกเตยหอมว่า soon-mhway ในประเทศศรีลังกาเรียกเตยหอมนี้ว่า rampe ส่วนในประเทศเวียดนามเรียกเตยหอมว่า lá dứa

เตยหอม นั้นทุกท้องถิ่นมักนำใบมาใช้ประโยชน์ซึ่งใช้ได้ทั้งใบสดและใบแห้ง โดยมีขายในรูปใบแช่แข็งในบางประเทศที่ไม่สามารถปลูกเตยหอมได้ได้ และส่วนใหญ่จะใช้เตยหอมปรุงกลิ่นในอาหารของหลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ บังกลาเทศ เวียดนาม พม่า จีน ศรีลังกา และในประเทศไทยด้วย โดยเฉพาะนำมาปรุงกลิ่นในข้าวและขนมบางชนิด

ตลาดใบเตยหอม

สามารถทำการตัดขายใบเตยหอมเดือนละ 4 ครั้ง คือ 1 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อส่งไปยังแม่ค้าที่ตลาดสดได้ การตัดขายก็สามารถเลือกตัดจากใบข้างล่างและเลือกเฉพาะใบที่เงางามมีความสมบูรณ์ ไม่มีริ้วรอยหรือรอยไหม้จากแดด และฉีกขาดจากการทำลายของแมลงศัตรูพืช ในการตัดใบเตยหอมแต่ละครั้งจะได้ประมาณ 4,000 – 6,000 ใบบนพื้นที่เพียง 1 ไร่ ทำราคาขาย 100 ใบ ต่อราคา 10-12 บาท สามารถสร้างรายได้เสริมให้กับผู้เพาะปลูกเป็นอย่างดี เนื่องจากเตยหอมสามารถจะตัดใบขายได้ถึง 4 ครั้งในระยะเวลา 1 เดือน ทำรายได้ดีในยามเศรษฐกิจพอเพียงแบบนี้

การดูแลบำรุงรักษาต้นเตยหอมก็ไม่ได้ยุ่งยากมาก เพียงแต่เกษตรกรผู้ปลูกเตยหอมจำเป็นต้องเอาใจใส่อย่างสม่ำเสมอ มีการปรับพื้นที่ให้โล่งไม่มีวัชพืชขึ้นปกคลุมต้นเตยหอม เพราะจะทำให้ใบเตยหอมหรือต้นเจริญเติบโตช้าและใบไม่สวย ควรจะใส่ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอกเพื่อบำรุงต้นและใบบ้าง เพื่อให้ต้นเตยหอมมีความอุดมสมบูรณ์ มีใบที่สวยงามและใหญ่เพื่อให้ได้ราคาดี

การปลูกเตยหอม Pandanus amaryllifolius เศรษฐกิจพอเพียง เกษตรพอเพียง

การปลูกเตยหอม

เริ่มจากการไถพรวนพื้นที่ที่จะทำการปลูกแล้วขุดหลุมให้ลึกขนาด 5×5 ซม. ลึก 6-7 ซม. ระยะห่างของแต่ละหลุม ประมาณ 8-10 ซม. เมื่อได้ขนาดของหลุมตามที่ต้องการแล้วใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักลงดิน จัดการถมด้วยหน้าดินบางๆ แล้วตามด้วยมูลหมูขนาดหลุมละ 1 ถ้วย เพื่อเป็นการรองก้นหลุม และนำต้นเตยหอมที่เตรียมไว้ลงหลุมปลูกและกลบดินทับซ้ำอีกครั้งพร้อมรดน้ำให้ชุ่ม

การบำรุงต้นเตยหอม ควรมีการพรวนดินทุกๆ 3-4 เดือน พร้อมใส่ปุ๋ยเพิ่มเข้าไป โดยการโรยรอบๆ โคนต้นเตยหอม

การให้น้ำ ควรจะต้องรดน้ำเป็นประจำทุกวันเพื่อให้ดินเกิดความชุ่มตลอดเวลา เนื่องจากต้นเตยหอมเป็นพืชที่ต้องการความชื้นมากเป็นพิเศษ

การเก็บเพื่อจำหน่าย ควรเลือกใบที่สวยและสมบูรณ์ โดยใช้มือริใบของต้นเตยหอมออกทีละใบเมื่อได้ตามต้องการแล้วนำไปล้างน้ำให้สะอาด หรือหากจะตัดทั้งต้นเตยหอมเลยเพื่อจำหน่ายก็ได้ ราคาในท้องตลาด 50-80 บาท/มัด (มัดละ 50 ต้น) หรือ 20 บาท/กิโลกรัม

ก็เหมาะกับเกษตรกรที่จะสามารถสร้างรายได้และมีชีวิตอยู่ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงโดยแท้