ทำเครื่องสกัดปาล์มน้ำมันขนาดเล็ก

สวนปาล์มน้ำมันแนวใหม่

ถึงแม้ว่าศักยภาพการผลิตและการแข่งขันของไทยไม่สามารถสู้กับชาติอื่นได้ก็ตาม แต่ผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน ได้พยายามพัฒนาอยู่ตลอดเวลา เพื่อลดต้นทุนให้ต่ำที่สุดและนำอุตสาหกรรมไปรองรับไบโอดีเซล จึงได้พัฒนาการผลิต เสาะแสวงหาพัฒนาพันธุ์ใหม่ๆ ที่ให้ผลผลิตสูง ตลอดจนเครื่องหีบ เครื่องสกัดปาล์มน้ำมันขนาดเล็ก ปกติเครื่องสกัดไม่สามารถผลิตได้ในไทย ต้องพึ่งพานำเข้าจากต่างประเทศ และมีมูลค่าสูง ไม่สามารถใช้ได้กับชุมชนหรือสวนปาล์มขนาดเล็กได้ กลุ่มเกษตรกรจังหวัดกระบี่ จึงได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พัฒนาเครื่องสกัดน้ำมันปาล์มต้นแบบฝีมือคนไทยเครื่องแรก ลดต้นทุนค่าเครื่องจักรเหลือ 30 ล้านบาท จากเดิมต้องนำเข้าจากมาเลเซียเครื่องละกว่า 200 ล้านบาท และยังเป็นระบบที่ไม่มีน้ำเสียออกจากกระบวนการผลิต

เครื่องสกัดปาล์มน้ำมันเครื่องสกัดน้ำมันปาล์มระบบแห้งหีบรวม (Dry Process) เครื่องแรกในประเทศไทย ผ่านการคิดค้นและพัฒนาโดยศูนย์วิจัยพลังงานชีวมวล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) และบริษัทเกษตรสิทธี จำกัด อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่

นายสมชาย สิทธิโชค ประธานกรรมการบริษัท เกษตรสิทธี กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มใน จังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีสวนปาล์มจำนวนถึงกว่า 800,000 ไร่ มีเครื่องสกัดน้ำมันปาล์มกว่า 18 เครื่อง โดยล้วนต้องนำเข้ามาจากมาเลเซียเครื่องละกว่า 200 ล้านบาท

จึงได้เริ่มคิดที่จะพัฒนาเครื่องจักรที่ผลิตได้เองในประเทศไทย และราคาถูก กระทั่งได้มาร่วมมือกับศูนย์วิจัยพลังงานชีวมวล มช. เมื่อ 4 ปีก่อน ซึ่งได้งบประมาณสนับสนุนจากกองทุน เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน จึงพัฒนาร่วมกันโดยใช้พื้นที่ของบริษัทฯประมาณ 2 ไร่ สำหรับการวิจัยและพัฒนา

ปัจจุบันได้เครื่องสกัดปาล์มน้ำมันขนาดเล็กที่เป็นเครื่องจักรต้นแบบ ด้วยงบประมาณ 30 ล้านบาท ซึ่งพบว่าเป็นเครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพ โดยผลปาล์ม 100 ตันสามารถสกัดเป็นน้ำมันปาล์มดิบ (ซีพีโอ) ได้ 18-20 ตัน จากเครื่องจักรแบบไอน้ำ (Stream Process) ที่ได้เพียง 17-18 ตันเท่านั้น

นอกจากลงทุนต่ำกว่าเครื่องจักรจากมาเลเซียหลายเท่าตัวแล้ว ยังบำรุงรักษาง่าย และไม่มีน้ำเสียออกจากระบบด้วย โดยคาดว่าเมื่อนำต้นแบบออกเผยแพร่จะมีผู้ประกอบการนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ต่อไป

ดร.พรชัย เหลืองอาภาพงศ์ หัวหน้าโครงการศึกษาความเป็นไปของการปลูกพืชน้ำมันและพัฒนารูปแบบการผลิต พลังงานจากพืชครบวงจรในพื้นที่ตัวอย่างเขตภาคเหนือ ศูนย์วิจัยพลังงานชีวมวล มช. กล่าวว่า การมาพัฒนาเครื่องสกัดน้ำมันปาล์มฯ ที่จังหวัดกระบี่ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีการปลูกปาล์มจำนวนมาก และได้ผลผลิตดี และที่สำคัญบุคลากรในพื้นที่ได้ผ่านการสั่งสมประสบการณ์มาระดับหนึ่ง จึงเหมาะสำหรับการทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของระบบเครื่องสกัดน้ำมันปาล์ม โดยร่วมพัฒนากับบริษัทเกษตรสิทธี ซึ่งมีพื้นที่ปลูกปาล์มกว่า 200 ไร่ และทำธุรกิจปาล์มครบวงจร

เครื่องดังกล่าว ถูกพัฒนาขึ้นมา เพื่อใช้เป็นเครื่องจักรต้นแบบ สำหรับการใช้งานปลูกปาล์มน้ำมันนอกพื้นที่และพัฒนาจากเครื่องสกัดแบบเดิม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแบบใช้ไอน้ำ ซึ่งทำให้เกิดน้ำเสียหลังกระบวนการสกัดน้ำปาล์มประมาณ 35-40%

ทั้งนี้ระบบสกัดน้ำมันปาล์มระบบแห้งหีบรวม ประกอบด้วยชุดเครื่องจักรสำคัญ เช่น เครื่องลำเลียง เครื่องสับ และเครื่องปั่นทะลายปาล์ม เครื่องบีบสกัดน้ำมันปาล์ม เครื่องกรองน้ำมันปาล์มละเอียด และถังเก็บน้ำมันปาล์มดิบ เป็นต้น

ดังนั้นระบบนี้จึงสามารถต่อขยายการผลิตเป็นไบโอดีเซลชุมชนได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันกากที่เหลือสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด เช่น เส้นใยปาล์มนำไปเป็นเชื้อเพลิง ส่วนกากปาล์มที่เหลือจากการสกัดแล้ว สามารถนำเป็นผลิตเป็นอาหารสัตว์ จึงเป็นกระบวนการที่เรียกว่า Zero Waste หรือไม่มีของเสียออกจากระบบ

สำหรับขนาดของเครื่องจักรนั้น หากเป็นระบบเล็กจะมีขนาดกำลังผลิต 2-5 ตันต่อชม. สามารถรองรับผลผลิตปาล์มน้ำมันขนาดพื้นที่ 2,000 -5,000 ไร่ ส่วนระบบใหญ่มีขนาดกำลังผลิต 5-15 ตันต่อชม. สามารถรองรับผลผลิตปาล์มน้ำมันขนาดพื้นที่ 10,000 ไร่ขึ้นไป โดยใช้แรงงานคนประมาณ 6-10 คนต่อระบบ

ส่วนค่าไฟฟ้าที่ใช้ในการกระบวนการก็ลดลงจาก 100,000 บาทต่อเดือน เหลือ 30,000 บาทต่อเดือน เนื่องจากใช้ระบบ Gasifier จากเชื้อเพลิงที่ได้จากเศษเหลือทะลายปาล์ม กะลาปาล์ม เป็นแหล่งกำเนิดความร้อน โดยเครื่องสกัดน้ำมันปาล์มระบบแห้งหีบรวม จะมีการจดสิทธิบัตรต่อไปภายใต้รหัส สนพ.007 ต่อไป

เครื่องสกัดปาล์มน้ำมัน

เอ็มเทคเผย เครื่องสกัดน้ำมันปาล์มขนาดเล็ก ไม่ใช้ไอน้ำได้ผลผลิตคุณภาพดี

โดยนักวิจัยเอ็มเทคร่วมกับภาคเอกชน พัฒนาเครื่องสกัดน้ำมันปาล์มขนาดเล็กระดับชุมชนขนาดเล็ก เคลื่อนที่ง่าย ใช้งานสะดวก ได้น้ำมันปาล์มเกรดเอ ช่วยเกษตรกรเพิ่มมูลค่าผลผลิตปาล์มน้ำมัน และไม่ทำให้เกิดน้ำเสียจากกระบวนการหีบน้ำมัน เพราะไม่ต้องใช้ไอน้ำเข้าช่วย เตรียมพัฒนาต่อให้มีระบบแยกผลปาล์มก่อนอบ

ศูนย์เทคโนโลยีโลหะ และวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) นำคณะสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมการสาธิตเครื่องต้นแบบระบบสกัดน้ำมันปาล์มแบบไม่ ใช้ไอน้ำระดับชุมชน ณ โรงงานสาธิตการผลิตไบโอดีเซลสำหรับชุมชนแบบครบวงจร ต.หนองหมู อ.วิหารแดง จ.สระบุรี

ดร.เอกรัตน์ ไวยนิตย์ นักวิจัยเอ็มเทค หนึ่งในผู้พัฒนาระบบสกัดน้ำมันปาล์มดังกล่าว เผยว่า ปกติเกษตรกรผู้ปลูกปาล์ม จะต้องขนส่งทลายปาล์มไปยังโรงงานหีบน้ำมันปาล์ม ซึ่งใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ แต่หากทำให้ระบบสกัดน้ำมันปาล์มมีขนาดเล็กลงได้ ก็สามารถช่วยให้เกษตรกรหีบน้ำมันปาล์มได้ที่สวนเลย โดยไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการขนส่งทลายปาล์มเป็นระยะทางไกล และหากขนส่งผลผลิตในรูปน้ำมันปาล์ม จะมีมูลค่ามากกว่าผลปาล์มสดอีกด้วย

เอ็มเทคจึงได้ร่วมกับกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร เครือเจริญโภคภัณฑ์ บริษัท เกรทอะโกร จำกัด เพื่อพัฒนาระบบสกัดน้ำมันปาล์ม แบบไม่ใช้ไอน้ำระดับชุมชน ซึ่งประกอบด้วยเครื่องจักรขนาดเล็ก บรรจุ อยู่ภายในตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อให้สะดวกในการเคลื่อนที่ และสามารถสกัดน้ำมันปาล์มได้โดยไม่ต้องใช้ไอน้ำเหมือนระบบที่ใช้อยู่ทั่วไป ในโรงงานขนาดใหญ่

ในการสกัดน้ำมันปาล์มโดยทั่วไป จะต้องใช้ไอน้ำเพื่อช่วยแยกเนื้อปาล์มออกจากกะลาปาล์มได้ง่ายขึ้น และเมื่อสกัดน้ำมันออกจากเนื้อปาล์มแล้วยังต้องมาผ่านกระบวนการไล่ความชื้น ออกจากน้ำมันด้วย ซึ่งเกิดจากการที่ต้องใช้ไอน้ำในตอนแรก จึงทำให้มีน้ำเสียเกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตน้ำมันปาล์ม และยังใช้พลังงานมากด้วย

“ระบบที่พัฒนาขึ้นใหม่นี้ไม่ต้องใช้ไอน้ำ แต่ใช้วิธีการอบผลปาล์มก่อนสกัดน้ำมันแทนเป็น เวลาครึ่งชั่วโมงที่อุณหภูมิประมาณ 100 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นการช่วยไล่ความชื้นออกจากผลปาล์ม ทำให้เนื้อปาล์มหลุดออกจากกะลาได้ง่ายขึ้น และยังช่วยยับยั้งเอนไซม์ไลเปส จึง ทำให้ได้น้ำมันปาล์มคุณภาพดีในระดับเกรดเอ มีความชื้นและกรดไขมันอิสระต่ำ ซึ่งในขั้นตอนสุดท้ายก็ไม่ต้องไล่ความชื้นออกจากน้ำมันอีก จึงช่วยประหยัดพลังงาน และเมื่อไม่ได้ใช้น้ำในกระบวนการผลิต จึงไม่ก่อให้เกิดน้ำเสียออกมาอีก” ดร.เอกรัตน์ อธิบาย

นักวิจัยอธิบายต่อว่า ภายหลังจากอบผลปาล์ม ระบบจะลำเลียงผลปาล์มที่อบแล้วเข้าสู่เครื่องแยกเนื้อปาล์มออกจากกะลา แล้วลำเลียงเนื้อปาล์มเข้าสู่เครื่องสกัดน้ำมัน น้ำมันปาล์มที่ได้จะผ่านเครื่องกรองหยาบและกรองละเอียดขนาด 1 ไมครอน เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการสกัดน้ำมันปาล์ม ซึ่งสามารถสกัดได้ประมาณ 1 ตันผลปาล์มต่อชั่วโมง ส่วนกากปาล์มที่สกัดน้ำมันออกไปแล้วสามารถนำไปใช้เป็นอาหารสัตว์ต่อไปได้

อย่างไรก็ตาม ระบบสกัดน้ำมันปาล์มแบบไม่ใช้ไอน้ำดังกล่าวรองรับผลปาล์มร่วงเท่านั้น ซึ่ง ดร.เอกรัตน์ บอกว่ามีแนวทางจะพัฒนาต่อเพื่อให้สามารถรองรับได้ทั้งทลายปาล์มโดยที่มีการ แยกผลปาล์มออกจากทลายภายในระบบก่อนเข้าเครื่องอบ และทลายปาล์มที่เหลือก็จะได้นำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงให้กับระบบแทนก๊าซแอลพีจี ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

ทั้งนี้ นักวิจัยได้จดสิทธิบัตรเทคโนโลยีเครื่องสกัดปาล์มน้ำมันขนาดเล็กดังกล่าวแล้ว ซึ่งระบบต้นแบบมีต้นทุนประมาณ 3-4 ล้านบาท แต่หากมีการผลิตในเชิงพาณิชย์คาดว่าจะทำให้ต้นทุนต่ำลงได้อีก ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการเผยแพร่และเฟ้นหาบริษัทเอกชนมารับถ่ายทอดเท คโนโยลีเพื่อผลิตเชิงพาณิชย์ต่อไปนอกเหนือจากบริษัท เกรทอะโกร จำกัด ซึ่งได้รับสิทธิในการผลิตแล้วเป็นรายแรก.