เกษตรอินทรีย์

ชื่อนี้สำคัญไฉน ปกติทั่วไปการเกษตรไทยๆ นิยมของนอก คือนิยมนำปุ๋ยเคมีเข้ามาเพิ่มผลผลิตให้แก่พืชผลต่างๆ นับตั้งแต่อดีตที่มีการคิดค้นปุ๋ยเคมีขึ้นมาแล้ว และเทคโนโลยีใหม่ๆ รุดหน้าไปมากทำให้เกษตรกรไทยที่ยังคงวิถีเดิมๆ อยู่ไม่ได้ หรือไม่อยากจะอยู่ เนื่องจากสภาวะแวดล้อมปัจจุบันบังคับแกมข่มขู่ให้หันเข้าหาวงจรเคมี เพิ่มผลผลิต เพิ่มเม็ดเงินในกระเป๋า โดยที่ไม่ได้คิดเลยว่า กำลังก้าวเท้าเข้าไปพบกับความยากจนยิ่งขึ้นๆ

แต่ในปัจจุบันเกษตรกรไทยเริ่มที่จะสุดโต่ง และย้อนหันหลังกลับไปพบว่า วิธีแบบดั้งเดิมนั่นแหละ คือวิธีที่ดีที่สุด ดังนั้น เกษตรอินทรีย์ หรือ Organic จึงเป็นคำที่ถูกคิดค้นขึ้นมาในวินาทีนั้นและเริ่มแพร่หลายในปัจจุบันด้วยการเล็งเห็นถึงคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น และนำเกษตรกรไทยหันกลับสู่จุดเริ่มต้น ที่แต่แรกนั้นได้ก้าวเท้าออกมา

เกษตรอินทรีย์

เพราะในการผลิตและใช้จริง ต้องออกมาจากสมองและภูมิปัญญาอย่างแท้จริง โดยต้องคำนึงถึงคุณภาพผลผลิตและสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม จากแนวโน้มการเติบโตของตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในปี 2553 นี้ ก็ส่งผลให้กระทรวงพาณิชย์ ต้องเร่งหามาตรการรองรับโอกาสและภาวะการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งแนวทางสำคัญประการหนึ่งคือ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลฯ และพัฒนารูปแบบเว็บไซต์ CIM โดยได้มอบนโยบายให้พาณิชย์จังหวัดทุกจังหวัด ลงพื้นที่ เพื่อจัดเก็บข้อมูลด้านการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ รวมถึงจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การพัฒนาเว็บไซต์ศูนย์ปฏิบัติข้อมูลการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์” ตามแนวทางการพัฒนาตลาดเกษตรอินทรีย์ไทยของกระทรวงพาณิชย์ ภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ 4 ภาค เพื่อให้เว็บไซต์ CIM เป็นแหล่งข้อมูลการผลิตและการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่มีความทันสมัยทั้ง ในและต่างประเทศ

ด้านนายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยผลการประเมินโครงการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์แก่สมาชิกสหกรณ์และกลุ่ม เกษตรกร ว่าโครงการนี้มีการบริหารจัดการดำเนินการ ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการบริหารงานโครงการเกษตรอินทรีย์ ซึ่งมีอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นประธาน โดยสำนักจัดตั้งและส่งเสริมสหกรณ์ เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ มีงบประมาณในการดำเนินการ จำนวน 42.17 ล้านบาท ซึ่งทุกหน่วยงานทั้งส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคได้ใช้จ่ายเงินอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถเบิกจ่ายงบประมาณตามที่ได้รับ และเพียงพอกับการดำเนินการ นอกจากกิจกรรมจัดหาปุ๋ยอินทรีย์ที่เจ้าหน้าที่คิดว่าได้รับการจัดสรรน้อย เกินไป โดยทุกกิจกรรมสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย คือ ฝึกอบรมด้านเกษตรอินทรีย์แก่สมาชิกสหกรณ์ และกลุ่มเกษตรกร 75 จังหวัด จังหวัดละ 30 ราย รวม 2,250 ราย สนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนให้กลุ่มเกษตรกรจัดหาปุ๋ยอินทรีย์ จำนวน 867 กลุ่ม และสนับสนุนเงินทุนเพื่อพัฒนาการผลิตและการแปรรูปสินค้าเกษตรอินทรีย์ จำนวน 6 แห่ง

ด้านการถ่ายทอดความรู้กระบวนการผลิตพืชอินทรีย์ พบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่มีความเข้าใจปานกลาง ร้อยละ 61 เนื่องจากการผลิตพืชแบบอินทรีย์ เกษตรกรต้องเรียนรู้เนื้อหาระบบการผลิตอย่างละเอียด และมีความตั้งใจจริง ซึ่งหลังจากได้รับการถ่ายทอดแล้ว เกษตรกรมีความรู้เกี่ยวกับกระบวนการผลิตเกษตรอินทรีย์เพิ่มขึ้น และพบว่า มีเกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิตได้ ร้อยละ 76 สามารถลดรายจ่ายได้เฉลี่ย 557.51 บาท/ไร่ และส่งออกผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ได้มูลค่า 24.7 ล้านบาท/ปี โดยปัญหาที่พบคือ ด้านการอบรม พบว่า บางพื้นที่การจัดสรรจำนวนเกษตรกร เพื่อเข้ารับการอบรมมีจำนวนน้อยกว่าความต้องการของเกษตรกร และเงินสนับสนุนในการซื้อปุ๋ยอินทรีย์นั้น ยังน้อยเกินไปในการจัดสรรปุ๋ยให้แก่สมาชิก

ตารางแผนการอบรม เรื่อง การพัฒนาเว็บไซต์ศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์

ครั้ง 1 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันที่ 29 มีนาคม 2553 ณ จังหวัดอุบลราชธานี
ครั้งที่ 2 ภาคใต้ วันที่ 22 เมษายน 2553 ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ครั้งที่ 3 ภาคเหนือ วันที่ 20 พฤษภาคม 2553 ณ จังหวัดเชียงใหม่
ครั้งที่ 4 ภาคกลาง วันที่ 17 มิถุนายน 2553 ณ จังหวัดนนทบุรี

www.organic.moc.go.th เป็นเว็บที่รวบรวมข้อมูลของเกษตรอินทรีย์ไว้หลากหลายสามารถหาข้อมูลได้

เกษตรมือใหม่

เกษตรมือใหม่

เริ่มต้นจากการที่อยากปลูกผักกินเอง ปลูกมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นไอเดียที่หลากหลายและอยากนำมาแชร์กันให้รู้ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผักนะเออ