เกษตรประณีต

ทางเลือกที่ใช่และถูกต้องที่สุด การทำเกษตรกรรมแบบผสมผสานที่พึ่งตัวเอง ทำการออมน้ำ ออมสัตว์ และออมต้นไม้อย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นการเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง

แนวคิดที่ว่านี้ ถูกทำให้เกิดโครงการวิจัยและพัฒนา เกษตรกรรมอย่างประณีต 1 ไร่ เพื่อนำไปสู่การมีอยู่ มีกิน และปลดหนี้สิน ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการวิจัยจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) โดยโครงการดังกล่าวจะเน้นการนำเอาองค์ความรู้ในการทำเกษตรผสมผสานของปราชญ์ชาวบ้านมาออกแบบการทำเกษตรกรรมอย่างประณีต ที่จะต้องมีการศึกษาทั้งปริมาณและชนิดของพืช ที่จะใช้ปลูกรวมถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ภายใต้เงื่อนไขที่ต้องสามารถใช้ได้จริง

kaset organic เกษตรปราณีต

คุณพ่อจันทร์ที ประทุมภา ปราชญ์ชาวบ้าน ท่านหนึ่งแห่งเมืองโคราช เล่าว่า “เมื่อก่อนทำเกษตรเชิงเดี่ยว ทำนาอย่างเดียว พอฝนแล้ง นาไม่มีข้าว ก็ไม่มีรายได้ จะซื้อข้าวปลาอาหารก็ต้องติดหนี้เขา เคยเป็นหนี้พวกนายทุนถึง 2 แสนกว่าบาท จ่ายดอกเบี้ยวันละ 114 บาท กลุ้มใจมากไม่มีทางออก ต้องจากครอบครัวไปขายแรงงานที่มาเลเซีย ได้เงินกลับมาแสนกว่าบาท เอาไปไถ่ที่นาคืนแต่เครื่องมือทำนาไม่มีแล้ว ต้องกู้เงินมาซื้อเครื่องมือ แล้วก็ขาดทุนเหมือนเดิม เลยมานั่งคิดกันในครอบครัวว่า สิ่งที่กำลังทำมันไม่ใช่ มองดูคนที่เขาไม่เป็นหนี้ คนที่เขามีความสุขเขาทำยังไงกัน ไปดูงานที่ไร่ ดูการใช้ชีวิตของพ่อผาย สร้อยสระกลาง ที่จังหวัดบุรีรัมย์ก็เห็นว่าเขามีกินมีเก็บ เพราะทำเกษตรแบบผสมผสาน”

คุณพ่อจันทร์ที จึงเริ่มต้นด้วยการสร้างแหล่งน้ำบนที่ดินของตนเอง ซึ่งตอนนั้นไม่มีเงินจ้างรถขุดดิน ต้องใช้สองมือของคนทั้งครอบครัวช่วยกันขุด เขาบอกว่า “ช่วยกันขุดทั้งบ้าน ขุดตอนกลางวัน ถ้าคืนไหนเดือนหงาย ก็ขุดตอนกลางคืนด้วย เราไม่มีเงินแต่มีแรง มีความตั้งใจอยากให้ครอบครัวอยู่รอด พอ 3 เดือนก็ได้บ่อน้ำสำหรับเริ่มต้นทำเกษตรประณีต”

โดยเริ่มจากที่ดินแค่ 2 งาน ขุดบ่อเลี้ยงปลา พืชผักสวนครัวรั้วกินได้ ไม้ผล ไม้ยืนต้น คุณพ่อจันทร์ที ก็มีพืชผักสวนครัว ผลไม้และปลาพอกินทั้งบ้าน แล้วก็ยังเหลือพอแจกพี่ แจกน้อง สร้างความรักใคร่กลมเกลียวในชุมชน คุณพ่อจันทร์ทีบอกว่า “ตอนทำเกษตรเชิงเดี่ยว ใช้ปุ๋ยเคมี ดินเลวลงทุกวัน ค่าใช้จ่ายสูง ราคาผลผลิตก็ผันผวนตามตลาด แต่ตอนทำเกษตรประณีตไม่ใช้ยาฆ่าแมลง ศึกษา วิธีกำจัดสารพิษตกค้างในเกษตรกร ใช้ปุ๋ยคอก ราคาถูกแถมดินยังดีขึ้นด้วย ทำมา 4 ปีแล้ว จาก 2 งานกลายเป็นทำเต็มพื้นที่ 22 ไร่ แบ่งเป็นปลูกข้าว 10 ไร่ ปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น การปลูกผักสวนครัว 5 ไร่ แหล่งน้ำ 5 ไร่ เป็นที่อยู่อาศัย ห้องน้ำ และทำศูนย์อบรมปราชญ์ชาวบ้านอีก 2 ไร่ ”

นอกจากผลตอบแทนที่เป็นพืชผลและรายได้แล้ว เกษตรประณีตยังให้ผลตอบแทน เป็นความอบอุ่นของครอบครัวอีกด้วย เมื่อก่อนลูกหลานเรียนจบก็ไปทำงานที่กรุงเทพฯ ได้เงินเดือนหมื่นกว่าบาทแต่ไม่มีเหลือ ก็เริ่มหันกลับมามองว่า พ่อจันทร์ทีใช้ชีวิตอย่างไร ทำอย่างไรจึงมีเงินเหลือเก็บปีละเป็นแสน ทั้งๆที่ไม่มีเงินเดือน เลยพากันกลับบ้านแล้วช่วยกันทำงานในไร่

เกษตรประณีต ทำให้ครอบครัวได้อยู่ด้วยกัน มีอยู่ มีกิน มีเก็บ และมีสุขภาพดี ถ้าเกษตรกรทำได้อย่างนี้ทุกคน หายจนแน่นอน ผมลองมาแล้ว ขุดบ่อมาเองกับมือ รู้ดีว่าทำได้ ขอแค่ใจสู้และตั้งใจจริง คนที่ล้มเหลวก็เพราะไม่สู้ หยุดก่อนสำเร็จ ใจร้อนอยากเห็นผลเร็วๆ หลักของเกษตรประณีตคือ ทำแบบค่อยเป็นค่อยไปตามกำลังของตน อย่าคิดใหญ่เกินตัว เน้นเก็บเล็กผสมน้อยทำแบบน้ำซึมบ่อทราย ที่สำคัญทำงานแบบยึดความสุขและความพอเพียงเป็นที่ตั้ง อย่ายึดที่ตัวเงิน แล้วจะพบกับความสุขที่ยั่งยืน” นี่คือข้อคิดดีๆทิ้งท้าย จากคุณพ่อจันทร์ที ประทุมภาปราชญ์ชาวบ้านบ้านแห่งตำบลตลาดไทร อำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา

นิยามความหมายของคำว่า “เกษตรปราณีต” คือการทำเกษตรแบบเข้าใจธรรมชาติ เป็นการเกษตรในพื้นที่ประมาณ 1 ไร่ ที่สามารถปลูกพืชในครัวเรือนไว้กินไว้ใช้อย่างครบถ้วน โดยไม่ใช้สารเคมีใดๆ ในกระบวนการปลูก หากเหลือกินก็สามารถนำมาขายได้ นอกจากนี้ยังสามารถเลี้ยงปลาหรือเลี้ยงไก่ก็ได้ และถ้าหากมีพื้นที่มากกว่า 1 ไร่ ก็สามารถขยายออกไปได้ ซึ่งเป็นการทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยไม่ใช่การลงทุนใหญ่ครั้งเดียวที่จะมีความเสี่ยงมากกว่า