ไทวังจันทร์ ศูนย์กสิกรรมที่ย้ำความสำเร็จแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่

การแก้ปัญหาดินเค็ม และการปลูกพืชในพื้นที่ดินเค็ม

ข่าวบอกว่า นายดำรงศักดิ์ ชุมแสงพันธ์ ผู้อำนวยการศูนย์กสิกรรมสมุนไพรไทวังจันทร์ เปิดเผยว่า ศูนย์กสิกรรมสมุนไพรไทวังจันทร์ ต.ป่ายุบใน อ.วังจันทร์ จ.ระยอง เป็นองค์กรที่ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อแก้ปัญหาดินเสื่อมสภาพในพื้นที่ เนื่องจากก่อนหน้านี้เกษตรกรมีการปลูกเชิงเดี่ยวกันมาเป็นเวลานาน และมีการใช้สารเคมีอย่างแพร่หลาย กระทั่งดินเสื่อมสภาพ โดยน้อมนำแนวคิดการทำเกษตรทฤษฎีใหม่และเศรษฐกิจพอเพียง ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานให้มาปรับใช้ในพื้นที่จนประสบความสำเร็จกลายเป็นแปลงเรียนรู้เกษตร ทฤษฎีใหม่ให้กับเกษตรกรในพื้นที่และใกล้เคียง

จุดเด่นของศูนย์ฯ นอกจากเป็นแปลงเรียนรู้การทำสวนผสมตามแนวเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเอง และลดต้นทุนการผลิตได้แล้ว ที่นี่ยังเป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์สมุนไพรไทยนับพันชนิด ทั้งที่เป็นไม้ยืนต้น ไม้เถา หญ้า และพืชผัก เพื่อนำมาใช้ทดแทนสารเคมี ในการป้องกันกำจัดศัตรูพืช ซึ่งสมุนไพรที่นำมาใช้ก็จะมีรส และสรรพคุณที่ใช้แตกต่างกัน โดยส่วนใหญ่จะนำมาใช้ในการไล่แมลงศัตรูพืช รวมทั้งสมุนไพรที่นำมาใช้ปรับสภาพน้ำ และดิน ช่วยล้างพิษในดิน

จากความมุ่งมั่นในการทำเกษตรตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ และยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง รวมไปถึงความมุ่งมั่นตั้งใจในการลด และเลิกใช้สารเคมีในที่สุด ทำให้ในวันนี้แปลงปลูกพืชของศูนย์กสิกรรมสมุนไพรไทวังจันทร์ ได้รับคัดเลือกและประกาศให้เป็นแปลงปลูกพืช “ออร์แกนิกส์ ไทยแลนด์” แปลงแรกของไทย ซึ่งผลผลิตส่วนใหญ่จะถูกส่งไปขายในตลาดต่างประเทศ และบางส่วนส่งขายในตลาดระดับพรีเมียมของไทย

การแก้ปัญหาดินเสื่อมสภาพ

เป็นวิธีการปรับปรุงดินเสื่อมด้วยปุ๋ยอินทรีย์จากแกลบ โดยการปรับปรุงดินให้ดินดีโดยทั่วไปนั้นจะต้องใช้เวลานานเป็นปี ดินที่เหมาะสมสำหรับการปลูกพืชจะต้องมีค่าPH ในดินไม่เกินระดับ 6-7 แต่ถ้าเกษตรกรทำการเกษตรในพื้นที่เดิมจนดินเสื่อมสภาพไปแล้ว หรือกำลังเริ่มทำการเกษตรในพื้นที่ดินเสื่อมโทรม เป็นดินลูกรังหรือดินทรายอย่างไม่มีทางเลือก เกษตรกรจึงต้องมีการปรับสภาพดินให้ดินมีธาตุ N-P-K ที่ให้เหมาะสมแก่การเพาะปลูก ซึ่งเกษตรกรสามารถผลิตปุ๋ยชีวภาพในการปรับสภาพดินก่อนการปลูกพืชง่ายๆ ได้ด้วยตนเองโดยการใช้วัสดุที่หาง่ายๆ ในท้องถิ่น สามารถนำไปใช้ได้ดี เป็นการแก้ปัญหาดินเสื่อมสภาพได้ดี

วัสดุในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ มีหลายอย่าง คือ แกลบดิบจากโรงสีข้าว ปุ๋ยคอก (ขี้หมู,ขี้วัว,ขี้ไก่) แกลบเผาซึ่งไม่ใช่ขี้เถ้าแกลบ สารเร่ง ใช้ พด. 1 และน้ำเปล่าที่ไม่ใช่น้ำประปา ผสมให้เข้ากันดี โดยการนำแกลบดิบ ปุ๋ยคอก และแกลบเผา ตามจำนวนที่เหมาะสม มาคลุกเคล้าผสมกันบนกองหมัก แล้วทำการใช้น้ำเปล่ารดบนกองส่วนผสมให้ได้ความชื้นประมาณ 60% สังเกตได้โดยการลองกำวัสดุที่ผสมกันในมือให้แน่นและปล่อยลง ถ้าวัสดุที่ผสมติดกันเป็นก้อนและไม่แน่นเกินไป นั่นแสดงว่าสามารถใช้ได้แล้ว จากนั้นละลายสารเร่งพด. 1 ในน้ำเปล่า 10 ลิตร คนให้เข้ากันนาน 10 นาที นำน้ำที่ละลายสารเร่งพด.1 รดบนกองปุ๋ยหมักให้ทั่วกองหมัก และทิ้งไว้ หมั่นกลับและผสมกองทุกๆ 7 วันเพื่อให้ส่วนผสมเข้ากันได้ดีเป็นการพรวนปุ๋ยไปในตัว ทำเป็นเวลา 3 สัปดาห์ เพื่อไม่ให้กองปุ๋ยมีความร้อนจนเกินไป เนื่องจากความร้อนดังกล่าวจะทำให้เชื้อจุลินทรีย์ตาย

การแก้ปัญหาดินเสื่อมสภาพ เกษตรทฤษฎีใหม่

ใช้เวลาหมักปุ๋ยชนิดนี้ประมาณ 1 เดือน จากนั้นสามารถนำปุ๋ยหมักปรับสภาพดินไปใช้งานได้ โดยก่อนการปลูกพืชทุกชนิดในพื้นที่เสื่อมโทรม ให้ใช้ปุ๋ยปรับสภาพดินที่ทำขึ้นรองก้นหลุมก่อนการปลูก หรือใช้หว่านบนแปลงขณะไถหรือขึ้นแปลง แต่ถ้าดินที่จะทำการเกษตรเป็นดินทรายให้ผสมดินจอมปลวกบดละเอียดลงไป ก่อนนำปุ๋ยปรับสภาพดินไปใช้งานในอัตรา 2 กระสอบต่อจำนวนปุ๋ย

ประโยชน์ของปุ๋ยอินทรีย์จากแกลบ สำหรับแก้ปัญหาดินเสื่อมสภาพ

ช่วยปรับสภาพดินเสื่อมให้สามารถปลูกพืชต่างๆได้ ช่วยรักษาความชื้นในดิน อีกทั้งช่วยในการเร่ง และการงอก รวมทั้งการเจริญเติบโตของพืชที่ปลูกด้วยดีเช่นเดียวกัน