สารเร่งราก ต้นทุนน้อยแบบพอเพียง

สารเร่งราก ต้นทุนน้อยแบบพอเพียง

ปัจจุบันการขยายพันธุ์ไม้ผล ด้วยวิธีการตอนกิ่งหรือการชำกิ่ง เกษตรกรส่วนใหญ่จะใช้สารเร่งราก ที่มีราคาแพง มาช่วยกระตุ้นให้เกิดรากเพื่อให้ได้กิ่งที่มีคุณภาพดี แต่วิธีดังกล่าวเป็นการสิ้นเปลือง และจะไม่คุ้มทุน หากตอนหรือชำไม่ติด จากรายการ ตามทันเกษตรวันนี้ มีเทคนิคของคุณลุงไสว ศรียา เกษตรกรที่อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ในการเร่งรากไม้ผลให้ออกเร็วขึ้น และใช้ต้นทุนน้อย โดยนำวิธีนี้มาใช้ตอนกิ่งต้นมะละกอ

วิธีการของคุณลุงไสว นั้นจะคัดเลือกต้นมะละกอเพศเมียที่เก็บผลผลิตได้แล้วมาตอน โดยใช้มีดเฉือนในแนวขึ้นทำมุม 45 องศา ลึกเข้าไป 3 ใน 4 ของลำต้น จากนั้นใช้เศษไม้สอดเข้าไปในบาดแผล เพื่อแยกท่อน้ำและท่ออาหารให้ออกจากกัน ส่วนเทคนิคสำคัญในการกระตุ้นให้รากออกเร็วขึ้น คือนี่ครับ”วัสดุหุ้มกิ่งตอน” หรือที่เรียกว่า “ตุ้มตอน” ซึ่งคุณลุงไสวจะใช้ขุยมะพร้าวประมาณ 1 กิโลกรัม ผสมกับน้ำเปล่า 5 ลิตร แล้วใช้เครื่องดื่มชูกำลัง 1 ฝา คลุกเคล้ารวมกับส่วนผสม ใส่ลงในถุงพลาสติก มัดปากถุงให้แน่น จะได้ตุ้มตอนสูตรของคุณลุงไสว ก่อนจะนำไปตอนกิ่ง ให้ใช้มีดผ่ากลางตุ้มตอน ทาบลงบนรอยแผลที่ทำไว้ มัดให้แน่น ประมาณ 1 เดือน บริเวณรอยแผลที่ตอนไว้ จะมีรากงอกออกมา เป็นรากที่แข็งแรง ซึ่งถ้าเป็นวิธีของเกษตรกรทั่วไป ต้องใช้เวลาถึง 2 เดือน กิ่งตอนจึงจะมีรากงอกออกมาครับ

คุณลุงบอกว่าเครื่องดื่มชูกำลัง มีส่วนผสมของน้ำตาล และวิตามินสำคัญหลายตัว ที่มีสรรพคุณช่วยเร่งการเจริญเติบโตได้ ซึ่งใช้เพียง 1 ฝา สามารถตอนได้หลายกิ่ง หากใช้สารเร่งราก ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากกว่านี้หลายเท่าตัว

วิธีนี้เกษตรกรไม่ต้องลงทุนซื้อสารเร่งราก ที่มีราคาแพงมาใช้เลย นอกจากจะทำให้ออกรากเร็วแล้ว ยังทำให้ระบบรากแข็งแรง และยังสามารถนำไปปรับใช้กับวิธีการขยายพันธุ์ไม้ผลชนิดอื่นๆ ได้อีก

สารเร่งราก ต้นทุนน้อยแบบพอเพียง

การเร่งรากด้วยเครื่องดื่มชูกำลัง

ในปัจจุบันมีการปลูกไม้ดอกไม้ประดับกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น โดยเฉพาะการปลูกไม้ประดับ กระถางและไม้ประดับที่ให้ในงานจัดสวน ที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน ทำให้ต้องมีการขยายพันธุ์เพิ่มขึ้นมากมาย เพื่อให้ทันความต้องการใช้ ซึ่งการขยายพันธุ์ไม้ประดับที่ได้รับความนิยมและให้ผลดีสุด คือการขยายพันธุ์โดยวิธีการชำกิ่ง และวิธีการนี้มักนิยมใช้สารเร่งร่างเช่น เซราดิกซ์ 1,2,3 แช่กิ่งก่อนนำไปชำ แต่วันนี้เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิดมีวิธีการเร่งรากที่ช่วยประหยัดต้นทุน ในการซื้อสารเคมี โดยการใช้เครื่องดื่มชูกำลังที่มีขายอยู่ในท้องตลาด

เทคนิคการเร่งรากของคุณลุงไสว ศรียา เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด จ.นครนายก คือ ถ้าต้องการเร่งรากและทำให้พืชแข็งแรงโตไวเคล็ดลับหรือเทคนิคง่ายๆ ก็คือการใส่เครื่องดื่มชูกำลัง หรือลิโพลงไปเวลารดน้ำหรือแช่กิ่งก่อนปักชำ จะทำให้รากงอกเร็วขึ้น และทำให้พืชแข็งแรงโตไว โดยไม่ต้องพึ่งน้ำยาเร่งรากแต่อย่างใด

สารเร่งราก ต้นทุนน้อยแบบพอเพียง

การใช้สารเร่งราก

จุดประสงค์ในการใช้คือเพื่อเพิ่มเปอร์เซ็นต์การออกราก เร่งให้ออกรากได้เร็วเพิ่มจำนวนรากทำให้ระบบรากดีขึ้น และออกรากได้สม่ำเสมอ ถ้าพืชใดที่ออกรากง่ายก็ไม่จำเป็นต้องใช้ คือสารเร่งรากจะเป็นประโยชน์สำหรับพืชที่ออกรากได้ แต่ออกรากช้าหรือออกรากยาก เมื่อใช้สารนี้แล้วต้องดูแลเรื่องความชื้น อุณหภูมิและแสงตามสมควร สารเร่งรากช่วยให้พืชที่มีความสำคัญทางการค้าออกรากได้มากชนิดด้วยกัน แต่เมื่อปลูกไปแล้วขนาดของต้นและความแข็งแรงของต้นไม่มีความแตกต่างกับต้นที่ไม่ได้ใช้สารนี้ สารที่เชื่อถือได้ว่ามีคุณสมบัติในการเร่งรากคือ IBA และ NAA สำหรับ IBA เป็นสารที่ไม่เป็นพิษใช้ได้ผลในช่วงความเข้มข้นที่กว้างและใช้ได้กับพืชหลายชนิด มีขายในรูปที่ผสมกับผง หรือเป็นสารละลายซึ่งนำมาทำให้เจือจางลงได้ตามความเข้มข้นที่ต้องการหรือจะซื้อสารบริสุทธิ์มาเตรียมใช้เองก็ได้

วิธีการใช้ ปัจจุบันจะมีการบรรจุสารเร่งรากในขวดขนาดต่าง ๆ กัน เพื่อจำหน่ายตามท้องตลาด และมีคำอธิบายวิธีการใช้กำกับตามชนิดของสาร ซึ่งปกติมักจะใช้ในอัตราส่วน สาร 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน โดยจุ่มกิ่งที่จะปักชำสักครู่หนึ่ง แล้วนำมาผึงให้แห้งพอควร จึงนำกิ่งไปปักชำ

การกรีดโคนกิ่ง (Wounding) พืชบางชนิดถ้ากรีดที่โคนกิ่งชำจะทำให้ออกรากได้ดีขึ้น กิ่งเล็กเช่นสนให้กรีดตามความยาวของโคนกิ่งสัก 2 รอย ให้ลึกจากเปลือกถึงเนื้อไม้ ถ้าเป็นกิ่งใหญ่ลอกเปลือกตามยาวของโคนกิ่งเป็นริ้วเล็ก ๆ สัก 2 ริ้ว ยาว 1 นิ้ว ไม่ต้อง
ให้แผลลึกถึงเนื้อไม้แล้วจุ่มโคนกิ่งลงในสารเร่งรากชนิดผงหรือสารละลายก็ได้ ให้สารเร่งรากเข้าไปในกิ่งชำทางรอยกรีดนั้นจะทำให้ออกรากได้ดี

การใช้ยากันรา ทำได้โดยจุ่มโคนกิ่งลงในสารละลายของยากันรา เช่น เบนโนไมล์ 0.5 กรัม/ลิตรหรือผสมยากันรา กับ ฮอร์โมน IBA แล้วจุ่มโคนกิ่งลงในสารผสม จะให้ผลดีกว่าการใช้ IBA อย่างเดียว ถ้าใช้ IBA แบบจุ่มโคนกิ่งลงในสารละลายที่เข้มข้น หลังจากโคนกิ่งแห้งแล้ว คลุกลงในผงยากันรา เช่น แคปแทน 25% อีกครั้งก่อนปักชำ