สร้างสวนส้มร้างทุ่งรังสิตเป็นป่าปาล์มน้ำมัน

การปลูกมะพร้าว

กรมส่งเสริมการเกษตรศึกษาพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันในสวนส้มร้าง ทุ่งรังสิต พบว่ากว่า 12,๐๐๐ ไร่ มีศักยภาพ เตรียมจัดเป็นต้นแบบ ส่งเสริมปลูกปาล์มน้ำมัน โดยเมื่อไม่นานมานี้ นายอรรถ อินลักษณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ดำเนินการศึกษาการปลูกปาล์มน้ำมันในเขตภาคตะวันออก และภาคกลาง ตั้งแต่ ปี 2547 ซึ่งพบว่าพื้นที่ในจังหวัดปทุมธานี นครนายก สระบุรีและพระนครศรีอยุธยา เป็นอีกแหล่งหนึ่งที่สามารถขยายการเพาะปลูกปาล์มน้ำมันได้

จากข้อมูลการทำแปลงทดสอบการเจริญเติบโตของปาล์มน้ำมันโดยเฉพาะในพื้นที่ทุ่ง รังสิต จังหวัดปทุมธานี เปรียบเทียบกับแปลงทดสอบในจังหวัดสุราษฎร์ธานี พบว่ามีแนวโน้มการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตที่ดี ไม่แตกต่างจากปาล์มน้ำมันที่ปลูกในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อปาล์มน้ำมันอายุ 4-5 ปี ให้ผลผลิตเฉลี่ย 2,588 กก. /ไร่ /ปี และ อายุ 5-6 ปี ให้ผลผลิตเฉลี่ย 4,283 กก. /ไร่ /ปี ( ผลผลิตเฉลี่ยปาล์มน้ำมันทั้งประเทศ 2,790 กก. /ไร่ /ปี ) นอกนั้นยังพบว่าจำนวนทางใบที่สร้างขึ้นของต้นปาล์มน้ำมันในแปลงทดสอบจังหวัด ปทุมธานี มีจำนวนมากว่า แสดงว่าโอกาสที่จะเกิดช่อดอกตัวเมียเพื่อพัฒนาเป็นทะลายปาล์มมีมากกว่า

นายอรรถ กล่าวต่อว่า หลังจากปี 2549 ก็ได้มีหน่วยงานต่างๆ อาทิ กระทรวงพลังงาน กรมพัฒนาที่ดิน กรมวิชาการเกษตร เข้ามาศึกษา ทดสอบปลูกปาล์มน้ำมันในพื้นที่เกษตรทุ่งรังสิต รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ได้เข้ามาให้สนับสนุนเกษตกรปลูกปาล์ มน้ำมันด้วยตนเอง ทำให้ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันในจังหวัดปทุมธานีแล้วประมาณ 12,๐๐๐ ไร่ เกษตรกร 776 ราย ให้ผลผลิตแล้วประมาณ 8๐๐ ไร่ สร้างรายได้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จากการนำร่องดังกล่าวถือเป็นตัวอย่างต้นแบบที่ดี ให้กับอีกหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ว่างเปล่า ที่มีน้ำเพียงพอ หรือพื้นที่อื่นๆ ที่มีความเหมาะสม ให้เกษตรกรลองหันมาทดลองปลูกปาล์มน้ำมัน

ซึ่งนอกจากการปลูกปาล์มน้ำมันจะให้ผลดี เพิ่มพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันเป็นแหล่งพลังงานทดแทนที่ยิ่งนับวันทวีความ สำคัญแล้ว ยังเป็นการปรับปรุงพื้นที่ถูกทิ้งรกร้าง ให้มีการใช้ประโยชน์อย่างเต็มประสิทธิภาพ นอกจากนั้นยังเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาภาระหนี้สินให้มีแนวทาง เลือกในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มพื้นที่ซับน้ำในฤดูน้ำหลากเพื่อป้องกันน้ำท่วม รวมถึงเป็นแหล่งดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อบรรเทาปัญหาภาวะโลกร้อนอีกด้วย

ที่มา ไทยรัฐ