วิถีใหม่ กับ เกษตรทฤษฎีใหม่

การทำเกษตรแบบทฤษฎีใหม่ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง

วิถีใหม่ กับการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ทำได้จริงและยั่งยืน กับตัวอย่างที่ได้ผลจริงนี้ คือคำตอบ

จากการที่ กรมวิชาการเกษตร ได้ดำเนินการเกี่ยวกับโครงการสืบสาน “แนวทางการทำเกษตรทฤษฎีใหม่” มาตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งจะสนับสนุนให้เกษตรกร ได้นำแนวทางทฤษฎีใหม่นี้ มาปรับใช้ในกิจกรรมทางการเกษตรแบบต่างๆ ในพื้นที่ของตนเองตามความเหมาะสม ก็เพื่อให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น สามารถลดรายจ่ายในครัวเรือน และมีรายได้เสริมมากขึ้น ผลการดำเนินงานเป็นไปได้ดี ร้อยละ 80 ของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ มีการปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตเป็นแนวเกษตรทฤษฎีใหม่และสามารถลดรายจ่ายในในครัวเรือนได้จริง


ดูเนื้อหา การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ อย่างยั่งยืน อย่างละเอียดในเรื่องนี้ กดเลยที่ “เกษตรทฤษฎีใหม่

ตัวอย่าง วิถีเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่ทำได้จริง

ลุงถนอม มณีแสง วัย 67 ปี เกษตรกรตำบลหูช้าง อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัย เกษตรกรต้นแบบที่สืบสานแนวทางในการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ตามรอยในหลวง รัชกาลที่ 9 บนพื้นที่ 12 ไร่ ปลูกพืชผสมผสานหลายชนิด ทั้งกล้วย มะนาว ฝรั่ง ไม้ยืนต้นสร้างรายได้ให้ครอบครัวอย่างเป็นกอบเป็นกำ

ลุงถนอม กับวิถีใหม่ ด้วยการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ หายจน

ลุงถนอม เล่าว่า เดิมที พื้นที่แห่งนี้ปลูกพืชล้มลุกทั่วไป เช่น คะน้า ข้าวโพด รายได้เดือนหนึ่ง 4-5 พันบาท ในครอบครัวมี 2 คนตายาย ตอนนั้นพอกินพอใช้ เพราะปลูกข้าวกินเอง จากนั้น ได้สมัครเข้า โครงการทฤษฎีใหม่ ของกรมวิชาการเกษตรปี 2560 โดยหน่วยราชการได้นำพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์มาให้ เช่น ไก่ เป็ด ปลา ผัก มะพร้าว ให้พันธุ์พืชต่างๆ การยึดแนวทางพ่อหลวงทำให้มีรายได้ดีขึ้น จากการปลูกพืชที่หลากหลาย ต้นทุนลดลง ตอนนี้สวนสามารถขายฝรั่งได้เดือนละไม่ต่ำกว่า 8,000 บาท รายได้เพิ่มขึ้น ยังไม่รวมถึงพืชผลอื่นๆ อีกหลายชนิด นอกจากนั้นแล้ว ยังได้รับการอบรมทำบัญชีครัวเรือน ซึ่งทำให้เห็นค่าใช้จ่ายที่ชัดเจน สามารถนำมาควบคุมต้นทุนได้ง่ายขึ้น จะเห็นว่าถ้าค่าใช้จ่ายมากไป ก็สามารถเซฟลงมาได้ ควบคุมต้นทุนได้

ในขณะที่ ละออง ภูจวง จังหวัดมหาสารคาม เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ ได้ใช้ความพยายามฟันฝ่าปัญหาอุปสรรคจนประสบผลสำเร็จระดับหนึ่ง เป็นแบบอย่างแก่เยาวชนและเกษตรกรทั่วไป โดย คุณละอองเล่าให้ทีมงาน เกษตรอินทรีย์ ฟังว่า เรียนจบ ปวส. ลาออกจากงานประจำมาทำเกษตร โดยศึกษาหาความรู้ตามหนังสือ อินเตอร์เน็ต และอยากทำการเกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่ช่วยให้ครอบครัวอยู่ได้ยั่งยืน แต่ครอบครัวไม่เห็นด้วย เพราะต้องมีการปรับพื้นที่โดยการปรับพื้นที่นามาขุดสระน้ำและให้เป็นสวน ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนมาก


ตนเองไม่ละทิ้งแนวคิด ทำการเกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จึงเริ่มต้นด้วยการปลูก พืชผักสวนครัวต่างๆ ไปพร้อมกับการปลูกพลู ปลูกกล้วย และอื่นๆ ที่กินได้ เหลือกินก็นำไปขายให้ชาวบ้านและชุมชนใกล้เคียง และได้เข้ารับการฝึกอบรมตามโครงการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่ส่วนราชการจัดขึ้น ทำให้ได้รู้วิธีการและเทคโนโลยีการผลิตแบบใหม่ๆ จึงมีแนวคิดที่จะขยายพื้นที่เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม โดยทุกครั้งที่ไปเรียนและเข้ารับการฝึกอบรมจะมีคำถามจากคนรอบข้างตลอดว่าจะเรียนไปทำไม แค่ปลูกผักใครๆ ก็ทำได้

ละออง ภูจวง กับวิถีใหม่ ทำเกษตรทฤษฎีใหม่ อย่างยั่งยืน

วันหนึ่ง มีการเปิดรับสมัครเข้าร่วมโครงการพระราชดำริฯ จำนวน 5 คน จึงสมัครเข้าเป็นนักเรียนในโครงการพระราชดำริฯ หลักสูตรการดำรงชีวิตตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียงและองค์กรภาคี โครงการรณรงค์เพื่อน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสร้างภูมิคุ้มกันชุมชน ทำให้ได้ความรู้โดยมีหลักการสำคัญที่นำมาปรับใช้ในการทำการเกษตรคือ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เป็นขั้นตอนตามลำดับความจำเป็น ประหยัด การพึ่งพาตนเอง ส่งเสริมความรู้ และเทคนิควิชาการสมัยใหม่ที่เหมาะสม มีพื้นที่ทั้งหมด 12 ไร่เศษ เริ่มจากขุดสระน้ำในไร่นา 1 บ่อ แล้วปลูกพืชผัก ไม้ผล และอื่นๆ 2 ไร่ เมื่อมีรายได้จึงนำเงินมาขุดบ่อเพิ่มอีก 1 บ่อ ปัจจุบัน ขยายพื้นที่ปลูกออกเป็น 4 ไร่ 52 ตารางวา โดยปลูกพืชหลากหลายชนิด

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเดิมตามรอย วิถีเกษตรทฤษฎีใหม่ อย่างยั่งยืน เท่านั้น ยังมีอีกหลายตัวอย่างที่หันมาทำเกษตรแล้วอยู่รอด โดยเริ่มต้นจาก 0 หลายคนจะเห็นว่า จะต้องมีพื้นที่มาก มีเงินทุนมาก ก็อาจถูกเพียงแค่ครึ่งเดียว แต่หากต้องการทำจริงจัง ก็มีหลายหน่วยงานจากทางภาครัฐ ให้การสนับสนุนอยู่ตลอด เพียงแต่ ขอให้ทำจริงๆ

แหล่งอ้างอิงเนื้อหาและที่มา :
www.matichon.co.th/sme/news_347382
www.technologychaoban.com/bullet-news-today/article_71831

เรียบเรียง : https://www.kasetorganic.com