รายชื่อ พืชที่ต้องการน้ำน้อย

พืชทนร้อน พืชต้องการน้ำน้อย

เทคโนโลยีจำนวนมากมายที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวาง ระบบภูมิอากาศโลกที่เกิดขึ้นกับสังคมมนุษย์อยู่เสมอในเหตุการณ์ของอากาศที่ วิกฤตและในหลายๆ กรณีที่คาดว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคตจะทำให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้ง่ายในช่วงเวลาที่เกิดความรุนแรง ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่าการปรับตัวต่อการขยายตัวบางครั้ง

การปรับเปลี่ยนหรือขยายเทคโนโลยีที่ใช้อาจย้อนกลับไปประมาณหลายร้อยปีที่คนในท้องถิ่นมีการใช้เทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรมมาจัดการกับอุทกภัยที่เกิดขึ้นเป็นประจำ โดยการสร้างบ้านที่มีเสาเรือนสูง และหลายๆ หมู่บ้านก็ทำเช่นเดียวกัน แม้ว่าพวกเขาจะใช้วัสดุสมัยใหม่กว่าเช่น เสาคอนกรีตหรือหลังคาสังกะสี เทคโนโลยีอื่นๆ อาจจะพิจารณาถึงความทันสมัย

ตั้งแต่วันที่มีการปฏิวัติอุตสาหกรรมในปลายศตวรรษที่ 18 ชาวนาได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเบื้องต้นมาจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมที่แห้งแล้งให้ดีขึ้น เช่นการแนะนำสายพันธุ์ใหม่ของพืชที่ต้องการใช้น้ำน้อย หรือพืชในกลุ่มที่ใช้น้ำน้อย และทำให้ดีกว่าเดิมเช่นเดียวกับระบบน้ำหยดในการชลประทาน

รายชื่อ พืชที่ต้องการน้ำน้อย

  • มะละกอ ต้องการน้ำน้อย

    มะละกอ (Papaya) ชื่อวิทยาศาสตร์: Carica papyya L. ชื่อวงศ์: CARICACEAE ชื่อสามัญ: Papaya. ชื่อท้องถิ่น: มะก๊วยเต็ด ก๊วยเท็ดลักษณะทั่วไปของมะละกอ สามารถเจริญเติบโ๋ตได้ดีในทุกสภาพภูมิอากาศ ดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำได้ดี น้ำไม่ท่วมขัง มีความเป็นกรดเป็นด่างอยู่ระหว่าง 6.0-6.8 มะละกอใช้ผลบริโภคทั้งผลดิบและผลสุก นอกจากการนำมะละกอไปรับประทานสด ๆ แล้ว เรายังสามารถนำไปปรุงอาหาร เช่น ส้มตำ แกงส้ม ฯลฯ หรือนำไปหมักเนื้อให้นุ่มได้อีกด้วย เพราะในมะละกอมีเอนไซม์ชนิดหนึ่งเรียกว่า พาเพน (Papain) ซึ่งสามารถนำเอนไซม์ชนิดนี้ไปใส่ในผงหมักเนื้อสำเร็จรูป บางครั้งนำไปทำเป็นยาช่วยย่อยสำหรับผู้ที่มีปัญหาอาหารไม่ย่อยก็ได้

  • ถั่วทุกชนิด ต้องการน้ำน้อย

    พืชตระกูลถั่วทุกชนิด (ยกเว้นพืชที่เป็นต้นใหญ่ อย่างเช่น ต้นหางนกยูง ต้นก้ามปู) เนื่องจากพืชตระกูลถั่วเป็นพืชที่ต้องการน้ำน้อย เจริญเติบโตเร็ว หลังเก็บเกี่ยวสามารถไถกลบและซังพืชจะเป็นปุ๋ยชั้นดีให้นาข้าว หากมีการปลูกสลับกันในระหว่างการเก็บเกี่ยวและรอการไถพรวนดินแล้ว ส่วนใหญ่พืชตระกูลถั่วเป็นไม้พุ่ม ไม้ยืนต้น หรือไม้ล้มลุก ใบเรียงสลับ มักเป็นใบประกอบแบบ 3 ใบ หรือใบประกอบแบบขนนก อาจเป็นชนิดขนนกชั้นเดียวหรือขนนก 2 ชั้น มีหูใบบนก้านใบและบนราคิสอาจมีต่อมหรือหนาม ใบแผ่กางในเวลากลางวันและหุบในเวลากลางคืน ดอกมีทั้งดอกเดี่ยวและดอกช่อแบบต่างๆ เช่น ช่อกระจะ ช่อเชิงลด ช่อกระจุกแน่น และช่อแยกแขนง ลักษณะของดอกแตกต่างกันตามวงศ์ย่อย ผลมีลักษณะเป็นฝักแตกได้ หรือแตกไม่ได้ บางชนิดมีลักษณะค่อนข้างกลม มีปีกแผ่ออกไปโดยรอบ เรียกว่าผลแบบซามารา เช่น ผลประดู่

  • งาดำ ต้องการน้ำน้อย

    งาดำ เป็นพืชที่ต้องการน้ำน้อย หรือพืชทนแล้ง และสามารถทนแล้งได้ดี อีกทั้งยังมีต้นทุนการผลิตที่ค่อนข้างต่ำ แต่ให้ราคาขายที่ค่อนข้างสูง เหมาะกับการทำการเกษตรเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ งายังมีวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญ โดยเฉพาะแคลเซียมที่มีมากกว่านมวัวถึง 6 เท่า มีธาตุเหล็ก แมกนีเซียม สังกะสี ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และทองแดง และยังมากด้วยวิตามินบีชนิดต่างๆ ซึ่งดีต่อระบบประสาท ช่วยทำให้นอนหลับ ร่างกายกระฉับกระเฉง พร้อมกันนั้นยังมีสารบำรุงประสาทด้วย และวิตามินอีเป็นตัวแอนติออกซิแดนท์ที่ช่วยต้านมะเร็ง

  • ข้าวฟ่างหวาน ต้องการน้ำน้อย

    ข้าวฟ่างหวาน ปลูกเพื่อผลิตเอทานอล โดยจีนและอินเดียเริ่มหันมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยลงด้วยการปลูกข้าวชนิดนี้ เนื่องจากภัยแล้ง พันธุ์ข้าวฟ่างลูกผสมสีแดง ส่วนใหญ่เกษตรกรจะปลูกตามหลังข้าวโพดในเขตการปลูกข้าวโพดจังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี และเพชรบูรณ์ ตามระบบการจำหน่ายเมล็ดพันธ์และการรับซื้อผลผลิต กลับคืน พันธุ์เฮกการีหนัก เป็นข้าวฟ่างพันธุ์แท้ต้นสูง เมล็ดสีขาว กรมวิชาการเกษตร (กรมกสิกรรม) แนะนำให้เกษตรกรปลูกตั้งแต่ปี 2506 โดยมีลักษณะเด่น คือ มีผลผลิต เมล็ดเฉลี่ยประมาณ 400-600 กิโลกรัมต่อไร่ เมล็ดมีขนาดใหญ่และ มีความไวต่อช่วงแสง เหมาะสำหรับปลูกในปลายฤดูฝนตั้งแต่ปลายเดือน กรกฎาคมถึงต้นเดือนกันยายน

  • ฟักทอง ฟักเขียว แก้วมังกร ต้องการน้ำน้อย

    ฟักทอง ฟักเขียว แก้วมังกร พืชตระกูลนี้บางชนิดต้องการน้ำมาก แต่ไม่ถึงกับให้ทุกวัน ส่วนถ้าปลูกแก้วมังกรไว้ในที่ร่มจะไม่ได้ผลผลิต ส่วนใหญ่พืชที่มีอายุการเก็บเกี่ยวสั้น จะต้องการน้ำในปริมาณน้อย ฟักทองเป็นไม้เถาเลื้อยไปตามดิน มีมือสำหรับยึดเกาะ ลำต้นอวบน้ำ ใบเดี่ยวรูปห้าเหลี่ยม มีขนทั้งสองด้าน ดอกสีเหลืองรูปกระดิ่ง ผลฟักทองมีด้วยกันหลายลักษณะ บางครั้งเป็นผลเกือบกลมก็มี แต่โดยทั่วไปเป็นรูปทรงกลมแป้น ผิวขรุขระเล็กน้อย เมื่อยังดิบเนื้อค่อนข้างแข็ง นอกจากเนื้อของผลฟักทองจะใช้เป็นอาหารแล้ว เมล็ดฟักทองก็ใช้เป็นอาหารว่างได้ด้วย

  • พืชไร่ พืชที่ต้องการใช้น้ำน้อย

    พืชไร่ทุกชนิด พืชที่สามารถปลูกในที่ดอนได้ พืชชนิดนี้ต้องการน้ำน้อยและอายุสั้น พืชไร่เป็นไม้ประเภทไม้ล้มลุกและไม้ทนแล้ง ต้องการน้ำน้อย มีอายุการปลูกและการเก็บเกี่ยวไม่นาน และเมื่อให้ผลผลิตแล้วลำต้นก็จะตาย พืชไร่ถือเป็นอาชีพหลักของเกษตรกรของประเทศไทย พืชไร่ที่จัดเป็นพืชเศรษฐกิจนำรายได้มาสู่ประเทศไทยอย่างมาก เช่น อ้อย เป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตน้ำตาลทราย ข้าวโพด เป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตอาหารสัตว์ มันสำปะหลัง เป็นวัตถุดิบในการผลิตแป้งและอาหารสัตว์ ซึ่งวิทยาลัยเกษตรกรรมได้ มีการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชไร่อย่างมีคุณภาพ เช่น ส่งเสริมให้เกษตรกรป,กมันสำปะหลังพันธุ์ห้วยบง 60 ซึ่งให้ผลผลิตสูง ทนโรค ส่งเสริมการปลูกสับปะรดพันธุ์เพชรบุรี ซึ่งมีคุณสมบัติหวานกรอบ

  • มะพร้าว พืชใช้น้ำน้อย

    มะพร้าว มันสำปะหลัง ตะบองเพชร เป็นพืชที่ต้องการน้ำน้อย และมีความอดทนสูง สามารถปลูกในดินทราย ซึ่งเป็นดินที่มีทรายปนอยู่มาก จึงทำให้มีเนื้อดินหยาบ เม็ดดินใหญ่และไม่เกาะกัน น้ำและอากาศซึมผ่านง่าย ไม่อุ้มน้ำ จึงมีการระบายน้ำและอากาศได้ดี ทำให้มีการจับยึดธาตุอาหารเพื่อบำรุงพืชได้น้อย ดังนั้นจึงไม่เหมาะกับการปลูกพืชทั่วไป มะพร้าว เป็นพืชยืนต้น ใบมีลักษณะเป็นใบประกอบแบบขนนก ผลประกอบด้วยเอพิคาร์ป (epicarp) คือเปลือกนอก ถัดไปข้างในจะเป็นมีโซคาร์ป (mesocarp) หรือใยมะพร้าว ถัดไปข้างในเป็นส่วนเอนโดคาร์ป (endocarp) หรือกะลามะพร้าว ซึ่งจะมีรูสีคล้ำอยู่ 3 รู สำหรับงอก ถัดจากส่วนเอนโดคาร์ปเข้าไปจะเป็นส่วนเอนโดสเปิร์ม หรือที่เรียกว่าเนื้อมะพร้าว ภายในมะพร้าวจะมีน้ำมะพร้าว ซึ่งเมื่อมะพร้าวแก่ เอนโดสเปิร์มก็จะดูดเอาน้ำมะพร้าวไปหมด

  • พืชที่ต้องการใช้น้ำน้อย

    สมุนไพรไทย ก็เป็นพืชที่เกิดอยู่ในแถบที่มีความแห้งแล้งย่อมจะต้องการปริมาณน้ำน้อยกว่าพืชที่เคยอยู่ในที่ๆ ชุ่มชื้นมาก่อน พืชบางชนิดต้องการความชื้นสูง เช่น กระวาน กานพลู พวกนี้ใช้น้ำมาก นอกนั้นต้องการน้อย ควรดูแหล่งกำเนิดว่าเป็นพืชที่มาจากไหน พืชสมุนไพร นั้นตั้งแต่โบราณก็ทราบกันดีว่ามีคุณค่าทางยามากมายซึ่ง เชื่อกันอีกด้วยว่า ต้นพืชต่างๆ ก็เป็นพืชที่มีสารที่เป็นตัวยาด้วยกันทั้งสิ้นเพียงแต่ว่าพืชชนิดไหนจะมีคุณ ค่าทางยามากน้อยกว่ากันเท่านั้น ปัจจุบันมีผู้พยายามศึกษาค้นคว้าเพื่อพัฒนายาสมุนไพรให้สามารถนำมาใช้ในรูป แบบที่สะดวกยิ่งขึ้น เช่น นำมาบดเป็นผงบรรจุแคปซูล ตอกเป็นยาเม็ด เตรียมเป็นครีมหรือยาขี้ผึ้งเพื่อใช้ทาภายนอก

  • มันสำปะหลัง พืชที่ใช้น้ำน้อย

    มันสำปะหลัง เป็นพืชต้องการน้ำน้อย และสามารถปลูกในที่ดินเค็มได้ดีไม่แพ้พื้นที่แห้งแล้ง เพราะเป็นพืชทนเค็มได้ดีอีกด้วย มีความอดทนสูง สามารถปลูกในดินทราย ซึ่งเป็นดินที่มีทรายปนอยู่มาก จึงทำให้มีเนื้อดินหยาบ เม็ดดินใหญ่และไม่เกาะกัน น้ำและอากาศซึมผ่านง่าย ไม่อุ้มน้ำ จึงมีการระบายน้ำและอากาศได้ดี ทำให้มีการจับยึดธาตุอาหารเพื่อบำรุงพืชได้น้อย ดังนั้นจึงไม่เหมาะกับการปลูกพืชทั่วไป

เกษตรทฤษฎีใหม่ ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง

การปลูกพืชแต่ละอย่างควรอยู่ในแนวทาง การเกษตรทฤษฎีใหม่ เป็นทฤษฎีแห่งการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและการบริหารงานในการทำการเกษตรที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช มหาราช ทรงพระราชทานแก่พสกนิกรชาวไทย

เพื่อแก้ไขปัญหาการเกษตร โดยการแบ่งพื้นที่การเกษตรออกเป็น 4 ส่วนเพื่อใช้พื้นที่ทุกๆ ส่วนให้เป็นประโยชน์และพึ่งพาอาศัยกันได้อย่างเสรี ไม่ต้องจัดการดูแลมากนัก ลดปัญหาและภาระสำหรับการจัดการ โดยสามารถแบ่งพื้นที่ต่างๆ ได้ดังต่อไปนี้คือ

  • ส่วนที่หนึ่งขุดสระกักเก็บน้ำ จำนวน 30% ของพื้นที่
  • ส่วนที่สอง ปลูกข้าว จำนวน 30% ของพื้นที่
  • ส่วนที่สาม ปลูกไม้ผลไม้ยืนต้น
  • ส่วนที่สี่ เป็นพื้นที่ที่ใช้สร้างสิ่งปลูกสร้างเช่น ที่อยู่อาศัย โรงเรือนเลี้ยงสัตว์ ฉาง จำนวน 10% ของพื้นที่
  • จำนวนสัดส่วนของพื้นที่นี้ทั้งหมดสามารถปรับเพิ่มหรือลด ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสภาพพื้นที่แต่ละแห่ง เช่นครอบครัวหนึ่งมีสมาชิกจำนวน 4 คน พื้นที่มีแหล่งน้ำใช้ได้ตลอดทั้งปี แต่ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำก็ควรปรับลดพื้นที่ขุดสระ และเพิ่มพื้นที่นาข้าวเพื่อให้มีข้าวบริโภคเพียงพอตลอดทั้งปี