พัฒนาสุกรพันธุ์ ผลิตน้ำเชื้อแช่แข็งคุณภาพส่งออก

หมู

การเลี้ยงสุกรนับเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้ และเป็นอาชีพที่มีความสำคัญต่อเกษตรกรไทย ซึ่งในอดีตที่ผ่านมานั้นเราต้องสั่งน้ำเชื้อสุกรพ่อแม่พันธุ์มาจากต่าง ประเทศเพื่อนำมาใช้ทั้งขยายประชากรหมู และสร้างสายพันธุ์ดีเด่นขึ้นมา กระทั่งปัจจุบันกลุ่มผู้เลี้ยง โดยเฉพาะฟาร์มใหญ่ๆ ต่างให้การยอมรับ กระทั่งหลายสายพันธุ์สามารถโลดแล่นในวงการได้อย่างฉลุย

ฉะนั้นเพื่อให้กลุ่มผู้เลี้ยงทั้งในบ้านเราและต่างประเทศยอมรับมาตรฐานการผลิต ศ.น.สพ.ดร.มงคล เตชะกำพุเมธี วิจัยอาวุโส สกว. ภาควิชาสูติศาสตร์ เธนุเวชวิทยาและวิทยาการสืบพันธุ์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและคณะ ได้วิจัยพัฒนาน้ำเชื้อสุกรแช่แข็ง เพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกร โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สนับสนุนทุนวิจัย

ศ.น.สพ.ดร.มงคล เปิดเผยว่า…คนไทยบริโภคเนื้อสุกรปีละ 10-13 ล้านตัว และมีการส่งออกไปยังต่างประเทศในรูปเนื้อสุกรสด ผลิตภัณฑ์ ทำรายได้เข้าประเทศ ซึ่งการทำให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพมาตรฐานนั้น นอกจากขบวนการเลี้ยงการจัดการต้องได้มาตรฐาน พ่อและแม่พันธุ์ที่ดีก็นับว่าจำเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นเพื่อผลิตสุกรขุนคุณภาพ การพัฒนาการผสมเทียมด้วยน้ำเชื้อแช่แข็งจึงนับว่ามีส่วนช่วยในการปรับปรุง เก็บพันธุกรรมที่ดี อีกทั้งสามารถป้องกันโรคติดต่อทางระบบสืบพันธุ์ได้

พัฒนาสุกรพันธุ์ ผลิตน้ำเชื้อแช่แข็งคุณภาพส่งออก

ทว่า น้ำเชื้อสุกรแช่แข็งทำได้ค่อนข้างยากเมื่อเปรียบ เทียบกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นๆ อย่างโค กระบือ แพะ และแกะ รวมทั้งไม่มีงานวิจัยด้านการแช่แข็งน้ำเชื้อสุกรในประเทศไทยและยังไม่เป็น ที่ยอมรับ เนื่องจากอัตราผสมติดจำนวนลูกต่อครอกต่ำ ดังนั้น ทีมวิจัยได้ศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาน้ำเชื้อแช่แข็งสุกรในประเทศไทย รวมทั้งศึกษาอัตราการผสมติด ตั้งท้องและการตกลูกหลังผสมเทียมด้วยน้ำเชื้อแช่แข็ง เพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตสุกรในอนาคต ในสุกรพันธุ์ต่างๆ โดย เทคนิควิธีการนำน้ำเชื้อแช่แข็ง ไปผสม เทียมด้วยวิธีสอดท่อเข้าตัวมดลูก พร้อมทั้งมีการเติมสาร Equex STM ในสารละลายก่อนการแช่แข็ง นับเป็นวิธีการที่เหมาะสมและให้ผลสัมฤทธิ์ที่ดี

หลังการวิจัยพบว่า ตัวอสุจิของสุกรพันธุ์ “ยอร์กเชียร์” มีแนวโน้มที่ไวต่อกระบวนการแช่แข็งและละลายมากกว่าสายพันธุ์อื่นๆ และเนื่องจากตัวอสุจิแช่แข็งมีอายุค่อนข้างสั้น การผสมเทียมให้ใกล้เวลาตกไข่จึงเป็นสิ่งจำเป็น ดังนั้น การใช้ฮอร์โมนควบคุมการตกไข่ เช่น ฮิวแมนคลอริโอนิก โกนาโดโทรปิน (เอช ซี จี) หรือโกนาโดโทรปิน รีลิสซิ่ง ฮอร์โมน (จี เอ็น อาร์ เอช) ทำให้สามารถกำหนดเวลาการผสมเทียมสำหรับน้ำเชื้อแช่แข็งได้แม่นยำยิ่งขึ้น ส่วนอัตราการตกลูกเฉลี่ยที่ร้อยละ 60-65 (ลูกสุกรต่อครอกประมาณ 8-9 ตัว)

พัฒนาสุกรพันธุ์ ผลิตน้ำเชื้อแช่แข็งคุณภาพส่งออก pigs crop

การพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตน้ำเชื้อแช่แข็งสุกรอย่างครบวงจร ช่วยลดการนำเข้าเทคโนโลยีและน้ำเชื้อแช่แข็งจากต่างประเทศ ผลที่ได้อยู่ในระดับที่เท่าเทียมกับในต่างประเทศ หรือคิดเป็นมูลค่าน้ำเชื้อ หากทำการซื้อขายมากกว่าที่ได้จากการขายน้ำเชื้อสดประมาณ 1 เท่า และหากนำไปผสมและขายเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์และสุกรขุน รวมมูลค่าที่คาดว่าจะได้จากการขายคิดเป็นมูลค่าประมาณการเท่ากับ 27 ล้านบาท ต่อการรีดน้ำเชื้อ 1 ตัว

สำหรับผลงานดังกล่าวได้รับรางวัลผลงาน วิจัยดีเด่น สกว. ประจำปี 2553 ที่ผ่านมา เกษตรกรรายใดสนใจรายละเอียดสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0-2278-8249 ในวันเวลาราชการ

ที่มา ไทยรัฐ