พืชผักสวนครัว รั้วเป็นยา

สวนครัว ตำลึง แก้เบาหวาน

จากข่าวบ้านข่าวเมืองหลายเรื่องราวที่ผ่านมาทำให้คนทั่วไปหันมาสนใจ ผักสวนครัว กันมากขึ้น และกลายเป็นแหล่งอาหารเสริมเงินในกระเป๋าของพนักงานบริษัทไปจนกระทั่งผู้บริหารระดับสูงบางคน ทั้งๆ ที่เป็นสวนครัวธรรมดาๆ

แต่เพราะความธรรมดานี้ ก็เป็นที่รู้จักกันมานานว่า ผักสวนครัว รั้วกินได้ เหล่านี้ บางชนิดเป็นยาวิเศษ

ขึ้นชื่อว่าเป็น พืชผักสวนครัว ก็นับเป็นแหล่งอาหารใกล้ตัว ที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการหลากหลาย และก็เป็นที่ยอมรับพิสูจน์ได้ในพืชผักอีกหลายชนิดให้เป็นยาสมุนไพรประจำบ้าน ช่วยปัดเป่าโรคภัยใกล้ตัวที่คนทั่วไปเป็นกันบ่อยๆ ได้ดี ยิ่งกระแสการตื่นตัวของการดูแลรักษาสุขภาพคนไทย ที่สนใจการใช้อาหารเพื่อการป้องกันและรักษาโรคมากขึ้นเท่าใด พืชผักสวนครัวก็ได้รับการโปรโมทมากขึ้น จนบ้านครั้งเรียกกันว่า อาหารสมุนไพร อาหารเพื่อสุขภาพ ไปด้วย

ผักสวนครัว นั้น ยังส่งผลให้คนไทยรุ่นใหม่หันกลับมาสนใจพืชผักพื้นบ้านตามท้องถิ่นต่างๆ อีกด้วย เพราะผักที่คนไทยยุคนี้กินกันนั้น มักจะรู้เฉพาะผักที่นำเข้ามาปลูกหรือที่เรียกกันติดปากว่าผักจีน ส่วนผักพื้นบ้านหรือผักไทยนับวันจะมีคนกินกันน้อยลง ทั้งๆ ที่ผักพื้นบ้านมีจำนวนมากมายกว่า แต่ได้รับการส่งเสริมน้อยกว่านั่นเอง

หากว่าย้อนยุคไปเมื่อราว 50 กว่าปีก่อน ตำราปรุงอาหารไทยที่มีชื่อเสียง เขียนโดย มล.ติ๋ว ชลมารคพิจารย์ บอกว่าผักไทยเดิมนั้นมีถึง 255 ชนิด ขณะที่ผักจีนเวลานั้นมีเพียง 16 ชนิด ที่คุ้นกันดีมาจนทุกวันนี้เช่น ผักกาดขาว ผักกาดเขียว กะหล่ำปลี คะน้า กุยช่าย คึ่นฉ่าย ต้นหอม ผักชี และใน พ.ศ. นี้มีผักฝรั่งมาผสมในจานข้าวคนไทยอีกไม่รู้กี่ชนิดต่อกี่ชนิด แล้วคนไทยเราก็ชอบเสียด้วย ซึ่งพืชผักหลายอย่างก็มีประโยชน์จะกินกันต่อไปก็ไม่ว่ากัน แต่ถ้าลองหันมากินผักไทยๆ ที่ได้คุณค่าและรสชาติไม่แพ้ผักต่างถิ่นกันบ้างดีไหม เช่น แครอท ที่ว่าสุดเจ๋งด้านวิตาวินเอ และเบต้าแคโรทีน ก็สามารถนำเอา ต้นตำลึงมาประกบทาบรัศมีได้ไม่ยาก

สถาบันวิจัยโภชนาการมหาวิทยาลัยมหิดล เคยทำการรณรงค์ในหมู่บ้านหลายแห่งให้ชาวบ้านหันมากินใบตำลึง ซึ่งมีคุณค่าอาหารอยู่เพียบ โดยชูประเด็นเรื่องวิตามินเอ ที่ได้จากอาหารราคาถูกและใกล้ตัวที่สุด ในใบและยอดอ่อนตำลึง 100 กรัม ให้พลังงาน 34 กิโลแคลอรี่ และมีเส้นใยอาหาร 1 กรัม แคลเซี่ยม 126 มิลลิกรัม ไนอาซิน 1.2 มิลลิกรัม วิตามินซี 34 มิลลิกรัม ทำน้ำ สมุนไพรเพื่อสุขภาพ ได้อร่อย

ผักสวนครัวที่เป็นยา

กินใบตำลึงได้คุณค่าอาหารเพียบแล้ว การศึกษาด้านเภสัชวิทยาใหม่ๆ ยังบอกเราอีกว่า การกินตำลึงเป็นประจำมีผลช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยโรคเบาหวานได้ แม้นว่าไม่รักษาให้หายขาด แต่ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการกินอาหารที่ช่วยเสริมการรักษาโรค

ในแง่สรรพคุณยาไทย ใบตำลึงเป็นยาเย็น และเป็น อาหารเพื่อสุขภาพ ด้วย เพราะมีสรรพคุณดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ แก้เริม งูสวัด ผิวหนังผื่นคัน ซึ่งวิธีใช้เกี่ยวกับผิวหนังผื่นคันต่างๆ และเริมนั้น สามารถใช้ได้ง่านที่สุด ด้วยการเอาใบตำลึง 4-5 ใบ ล้างน้ำสะอาด แล้วนำมาตำคั้นเอาน้ำทา บางครั้งอาจนำไปผสมดินสอพองทาก็ดีจะช่วยให้ยาติดแผลได้ดีขึ้น

ผู้ที่มีอาการไข้ตัวร้อน อาจใช้การกินน้ำแกงต้มตำลึงกับหมูสับช่วยลดไข้ได้ หรือจะใช้ตำลึง 5-10 ใบ คั้นผสมน้ำได้ 1 แก้ว ดื่มก็ได้ หรือวิธีนี้ใช้แก้อาการร้อนในได้ด้วย

สำหรับพืชผักอีกชนิดที่อยากส่งเสริมให้ปลูกกินเพราะมีวิตามินเอ และสารเบต้าแคโรทีนสูง แม้ว่าไม่ใช่ผักไทยแท้แต่ก็อาศัยอยู่ในไทยจนเราคิดว่าเป็นพืชผักสวนครัวของ ไทยไปแล้ว ผักชนิดนั้นก็คือ ฟักทอง ซึ่งเป็นไม้เลื้อยๆ มาจากแถบอเมริกากลาง จนกระทั่งนำมาปลูกในเขตร้อนเช่นเมืองไทยได้ผลดี

คนส่วนใหญ่พอพูดถึงฟักทองก็นึกเพียงผลหรือลูกฟักทอง ทั้งๆ ที่ยอดอ่อนฟักทองเป็นอาหารที่ปรุงอร่อย และทรงคุณค่าเช่นกัน ในยอดอ่อน 100 กรัม มีเส้นใยอาหาร 0.8 กรัม วิตามินเอ 4083 IU และมีวิตามินบี ซี อยู่เช่นกัน ส่วนในเนื้อฟักทอง 100 กรัม มีเส้นใยมากกว่า มีถึง 1.7 กรัม วิตามินเอ 3266 IU และก็มีวิตามินแร่ธาตุอื่นอยู่เช่นกัน

จะเป็นเกษตรอินทรีย์ การทำเกษตรอินทรีย์ อย่างเป็นระบบ

เป็นเรื่องน่าแปลกที่ตำรายาไทยกล่าวถึงฟักทองเฉพาะการใช้รากเท่านั้น ซึ่งมีสรรพคุณรสจืดเฝื่อน ดับพิษสัตว์กัดต่อย ถอนพิษร้อนต่างๆ และแก้พิษฝี ส่วนตำรายาจีนกลับกล่าวไว้ว่า เนื้อฟักทองช่วยย่อยอาหาร ทำให้กระเพาะอุ่น บำรุงกำลัง ลดการอักเสบ และช่วยขับพยาธิ

แต่ถ้ามาดูจากประสบการณ์คนไทยก็พบว่า มีการใช้และมีการศึกษาทดลองสรรพคุณในบางเรื่งที่น่าสนใจยิ่ง คือ เนื้อและเมล็ดฟักทองขับพยาธิตัวตืดได้ โดยทดลองทั้งในหลอดทดลอง ในสัตว์ทดลอง และในคนก็ได้ผลดี และที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ มีการศึกษาใช้เมล็ดฟักทองกินเป็นประจำช่วยลดการเกิดโรคนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ได้ เนื่องจากการเกิดโรคนิ่วมีสาเหตุจากการขาดธาตุฟอสฟอรัส และการกินอาหารที่มีสารออกซาเลทสูง เนื่องจากในเมล็ดฟักทองมีธาตุฟอสฟอรัสสูง เมื่อทดลองกับเด็กที่มีอาการโรคนิ่วในจังหวัดอุบลราชธานี พบว่าปัสสาวะที่ขุ่นกลับใสขึ้น มีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จึงน่าส่งเสริมกินเมล็ดฟักทองเป็นอาหารขบเคี้ยวป้องกันโรคนิ่วในกระเพาะ ปัสสาวะได้

ที่น่าสนใจไปกว่านี้อยู่ที่ บรรดาชายจริงหรือชายไม่จริง หญิงแท้หรือไม่แท้ก็แล้วแต่ ถ้าท่านนั้นมีอายุมากขึ้นแล้วร่างกายท่านมีโอกาสเป็นต่อมลูกหมากโตได้ละก็ ควรสนใจเมล็ดฟักทองบ้าง เพราะมีประสบการณ์จากทั้งคนไทยและชาวยุโรปหลายท่าน กินเมล็ดฟักทองเป็นประจำ รักษาอาการต่อมลูกหมากโตที่ไม่รุนแรงได้ และยังกินเพื่อป้องกันไว้ก่อนด้วย เหตุที่เมล็ดฟักทองช่วยอาการเหล่านี้ได้ก็เพราะธาตุฟอสฟอรัส และแร่ธาตุอาหารดีในฟักทองนั้นเอง

เรื่อง พืชผักสวนครัว นี้ยังมีเรื่องราวเล่าสู่กันฟังทั้งแง่ อาหารและยาไม่รู้จบ แต่สิ่งหนึ่งที่มูลนิธิสุขภาพไทย อยากจะเชิญชวนให้เราคนไทยเมื่อรู้จักคุณประโยชน์แล้ว มารู้จักปลูกพืชผักสวนครัวรั้วกินและเป็นยาได้ ประดับไว้คู่บ้านกันมากๆ ดีไหม ยิ่งยุคเงินทองต้องประหยัด และต้องฝึกหัดรักษาสุขภาพตนเองให้ดีนี้

การรู้จัก ปลูกพืชสวนครัว ในบ้านจึงเป็นดั่งมณีในเรือน ดังนั้นมูลนิธิสุขภาพ ร่วมกับศูนย์สื่อเพื่อการพัฒนา ได้สรรหาวิทยากรผู้มีประสบการณ์ในการใช้บ้านจัดสรรของตนเอง แปลงสนามให้เป็นสวนผัก จัดกระถางให้ปลูกพืชสวนครัวได้อย่างยั่งยืน และยังมีกลวิธีบำรุงดินป้องกันศัตรูพืชให้เข้ากับสมัยพืชผักปลอดสารพิษ 100% ด้วย