การปลูกถั่วฝักยาวไร้ค้าง

การปลูกถั่วฝักยาว และการเพิ่มผลผลิตถั่วฝักยาว

ปกติแล้ว ถั่วฝักยาว จัดเป็นพืชตระกูลถั่ว ที่มีลำต้นเป็นเถาเลื้อย มีมือจับเกาะ ในการปลูกถั่วฝักยาวโดยทั่วไปจะเป็นการทำค้างให้ต้นถั่วเกาะ ซึ่งจะให้ผลผลิตสูง เพราะต้นถั่วชนิดนี้จัดเป็นผักสวนครัวชนิดหนึ่ง เป็นผักที่ลูกง่าย โตเร็ว สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี

และในดินแทบทุกชนิด มีความต้องการน้ำไม่มากนัก ประชาชนทั่วไปมีความนิยมนำมาบริโภคกันมากในเมืองไทย เพราะสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลายชนิด ถั่วฝักยาว นอกจากจะเป็นผักที่มีคุณค่าทางอาหารแล้ว การปลูกถั่วฝักยาว ยังสามารถช่วยปรับปรุงดินให้ดีขึ้นอีกด้วย เพราะเนื่องรากของต้นถั่วสามารถตรึงไนโตรเจนจากอากาศไว้ในดิน ซึ่งก็เหมือนกับต้นถั่วทุกชนิดที่มีการบำรุงดินเป็นอย่างดี

การปลูกถั่วฝักยาวไร้ค้าง ก็เป็นการปลูกพืชตระกูลถั่วทั่วไป แต่ต้นถั่วที่ใช้จะเป็นถั่วชนิดหนึ่งที่ถูกปรับปรุงพันธุ์มานาน จนกระทั่งในการปลูกแบบทั่วไปนั้นจึงไม่จำเป็นต้องใช้ไม้ หรือค้างในการให้ต้นถั่วเกาะเพื่อเติบโตอีกต่อไป จุดประสงค์หลักก็คือ เป็นการลดค่าใช้จ่ายในส่วนของการทำค้างให้ถั่วฝักยาวเกาะ และลดพื้นที่การปลูกให้แคบลง รวมทั้งเพิ่มความสะดวกสบายในการปลูกถั่ว และเก็บเกี่ยวด้วย

พันธุ์ถั่วฝักยาว

ถั่วฝักยาวไร้ค้างพันธุ์ มข. 25 ได้รับการปรับปรุงขึ้นที่คณะเกษตรศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในปี พ.ศ. 2525 โดยเกิดจากการผสมระหว่างถั่วพุ่มกับถั่วฝักยาว โดยมีวัตถุประสงค์ก็เพื่อให้มีลำต้นตั้งตรง และแข็งแรง รวมทั้งมีฝักที่ยาว และการเติบโตโดยไม่ต้องใช้ค้าง สามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทราย อากาศร้อน มีความต้องการแสงแดดส่องตลอดทั้งวัน ประมาณ 9-10 ชั่วโมง ถ้าปลูกในที่ร่มหรืออากาศเย็น ลำต้นจะเลื้อยเล็กน้อย สามารถปลูกได้ทุกฤดูกาล แต่การเจริญเติบโตนั้นจะหยุดชะงักเมื่อมีอากาศเย็น ถั่วชนิดนี้สามารถทนอากาศร้อน และแห้งแล้งได้ ดีกว่า ถั่วฝักยาวธรรมดา เพราะต้องการน้ำที่น้อยกว่า สายพันธุ์ถูกพัฒนามาอย่างดี

แปลงถั่วฝักยาว วิธีการปลูกถั่วฝักยาว ถั่วฝักยาวไร้ค้าง

การเตรียมดินปลูกถั่วฝักยาวไร้ค้าง

ดินที่เหมาะสม คือดินร่วนซุยระบายน้ำได้ดี มีธาตุอาหารเช่น ฟอสฟอรัสและ โปแตสเซียม อยู่อย่างเพียงพอ มีระดับความเป็นกรด-ด่าง (พี.เอช) อยู่ระหว่าง 5-6.5 เตรียมดินเหมือนกับการปลูกพืชผักทั่ว ๆ ไป คือมีการไถตากดินทิ้งไว้เพื่อให้วัชพืชตายแล้วจึงไถพรวนให้ร่วนซุย

ก่อนการเตรียมดินครั้งสุดท้ายควรใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 12-24-12 อัตรา 20 กก./ไร่ และใส่อีกครั้ง 10 กก./ไร่ เมื่อปลูกได้ 3 สัปดาห์ ถ้าดินเป็นกรดมากควรใส่ปูนขาวประมาณ 80 กก./ไร่ โดยหว่านก่อนการไถพรวน

การปลูกถั่วฝักยาวไร้ค้าง

ควรปลูกเป็นแถวเพื่อสะดวกในการดูแลรักษาและ เก็บฝักสด ใช้ระยะแถว 50 ซม. ระยะต้น 30 ซม. หยอดหลุมละ 1-2 เมล็ด แล้วถอนแยกให้เหลือหลุมละ 1 ต้น (ห้ามเอาไว้เกิน 1 ต้นเป็นอันขาด หลังจากปลูกได้ 15 วัน ถ้าไม่ถอนแยก จะทำให้ลำต้นไม่ ค่อยแข็งแรง และเมื่อมีลมพัดลำต้นจะเสียดสีกันทำให้เกิดแผลและเน่าตายในที่สุด) โดยการปลูกนั้น ใช้เมล็ดพันธุ์และความลึกในการปลูกคือ

– ถ้าปลูกระยะ 30×50 ซม. จะใช้เมล็ดพันธุ์ประมาณ 3 กก./ไร่
– ถ้าปลูกระยะ 20×50 ซม. จะใช้เมล็ดพันธุ์ประมาณ 3.5 กก./ไร่

ถ้าดินปลูกเป็นดินเหนียวควรปลูกตื้นกว่าดิน ทราย ถ้าดินมีความชื้นพอดีควรปลูกลึกประมาณ 2-3 ซม. ก็พอ ถ้าดินมีความชื้นต่ำ อาจปลูกลึก 3-5 ซม. จึงจะทำให้เมล็ดงอกได้ดี

การดูแลรักษา

การให้น้ำจะให้น้ำก่อนปลูก หรือหลังปลูกก็ได้ อย่าให้น้ำจนเปียกแฉะเพราะอาจทำให้เกิดโรคโคนเน่า หรือรากเน่าได้ การให้น้ำแต่ละครั้งขึ้นอยู่กับความชื้นในดิน ถ้าดินมีความชื้นอยู่ ไม่จำเป็นต้องให้น้ำ

การใส่ปุ๋ย

ควรใส่ปุ๋ย 2 ครั้ง ครั้งแรกใส่เมื่อเตรียมดินปลูก อัตรา 20 กก./ไร่ และครั้งที่ 2 ใส่เมื่อปลูกได้ 3 สัปดาห์ การใส่ครั้งที่ 2 ควรเปิดร่องห่างต้น 15-20 ซม. ใช้สูตร 15-15-15 หรือ 12-24-12 อัตรา 40 กก./ไร่ โดยโรยลงไปในร่อง แล้วกลบ พร้อมกับการกลบโคนถั่วฝักยาวไร้ค้าง เพื่อป้องกันต้นล้ม

การกำจัดวัชพืช

หลังปลูกให้ฉีดสารป้องกันวัชพืชแลสโซก่อนงอกจะป้องกันได้ 2-3 สัปดาห์ โดยใช้อัตรา 450 ซีซี ผสมน้ำ 60 ลิตร พ่นหลัง ปลูก ในขณะดินยังมีความชื้นอยู่ ส่วนการกำจัดวัชพืชหลังงอกให้ใช้การตายหญ้าด้วยจอบ ควรระวังอย่าให้จอบ หรือเครื่องมือ ที่ใช้ถูกลำต้น เพราะจะทำให้ลำต้นเป็นแผลและเน่าตายในที่สุด

การเก็บเกี่ยว

ถั่วฝักยาวไร้ค้าง สามารถเก็บฝักสดครั้งแรกได้ เมื่ออายุ 42-45 วัน หลังปลูกและจะเก็บได้เรื่อย ๆ ทุกๆ 5-7 วัน หลังจาก เก็บฝักสด ชุดแรก ควรพ่นสารป้องกันแมลงและหนอนมาเจาะทำลายต้นและดอกถั่วไร้ค้างสามารถเก็บผล ผลิตได้ 3-4 ครั้ง เมื่อเก็บฝักหมดควรไถกลบ เพื่อให้เป็นปุ๋ยบำรุงดินได้อีก

โรค แมลงศัตรูพืชของถั่วฝักยาว

โรคที่พบคือ โรคโคนเน่า และ ฝักเน่า การป้องกันใช้ เบนแลท อัตรา 6-8 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นพร้อมสาร ฆ่าแมลง หรือ ใช้คลุกเมล็ดก่อนปลูกก็ได้ อย่าให้แปลงมีน้ำหรือชุ่มมากเกิน

แมลงที่สำคัญ คือ เพลี้ยอ่อน ซึ่งเป็นพาหะนำโรคใบด่าง (ไวรัส) จะสังเกตได้ง่ายถ้าปรากฏว่ามีมดดำ หรือมดคันไฟ ไต่อยู่ในแปลงหรือตามต้นถั่วแสดงว่าเพลี้ยอ่อนจะเริ่มมา ให้รีบพ่นสารเคมีก่อนที่เพลี้ยอ่อนจะปรากฏ เพราะถ้าเพลี้ยอ่อนมาดูดน้ำเลี้ยงก็จะปลดปล่อยเชื้อไวรัสที่อยู่ในต่อม น้ำลายได้กับถั่วฝักยาว ทำให้ต้นพืชหยุดชะงักการเจริญเติบโต

แมลงเพลี้ยอ่อน หนอนชอนใบ หนอนม้วนใบหนอนเจาะฝัก ทำความเสียหายอยู่เป็นระยะ ๆ ควรป้องกันตั้งแต่ถั่วอายุ 7-10 วัน ใช้อะไซดรินพ่นป้องกันเพลี้ยอ่อนและแมลง ต่าง ๆ หลังจากนั้นควรฉีดพ่นทุก ๆ 10-14 วัน ตามความจำเป็น เมื่อถั่วเริ่ม ออกดอกและพบว่ามีผีเสื้อตัวเล็ก ๆ ลายน้ำตาลมาบินอยู่ในแปลงควรฉีดพ่นอีก 1 ครั้ง ก่อนเก็บเกี่ยวไม่ควรฉีดพ่นสารฆ่าแมลง

การปลูกถั่วฝักยาวไร้ค้าง - การทำ เกษตรอินทรีย์ แบบพอเพียง

การคัดเลือกและเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์

เมื่อต้องการเก็บเมล็ดไว้ทำพันธุ์เพื่อการปลูกถั่วฝักยาวในคราวต่อไป ควรเลือกจากต้นที่มีลำต้นทรงพุ่มเป็นฝักยาวเพื่อเอาเมล็ดทำพันธุ์ปลูกต่อไป การปลูกเพื่อเก็บเมล็ดพันธุ์ ควรปลูกในช่วงปลายสิงหาคม-กลางกันยายน จะได้เมล็ดพันธุ์ดีไม่เชื้อราเจือปน หรือช่วงมกราคม-กุมภาพันธ์ จะได้เมล็ดพันธุ์คุณภาพดีและผลผลิตสูงกว่าปลูกฤดูอื่นๆ เมื่อเก็บมาแล้ว ควรตากแดด 3-4 แดดให้แห้งสนิท ระหว่างที่ตากจะมีมอดมาวางไข่ไว้ตามผิวของเมล็ดไข่จะมีสีขาว คล้ายจุดเล็กๆ ซึ่งฟักตัวกลายเป็นหนอนภายใน 24 ชั่วโมง ตัวหนอนจะเจาะกินเข้าไปในเมล็ด ดังนั้นหลังจากตากแดดจนแห้งสนิท ควรคลุกเมล็ดพันธุ์ด้วยสารกันแมลง แล้วจึงนำไปเก็บไว้ในถังที่มีฝาปิดมิดชิด หรือถุงพลาสติกปิดปากให้แน่นแล้วเก็บในที่เย็นและมีอากาศแห้งต่อไป