ปลูกชาปลอดสารพิษ

การปลูกชา เกษตรอินทรีย์ ศูนย์ภูฟ้าพัฒนา

จากข่าวของแนวหน้า เรื่อง หมอดินเชียงราย ปลูกชาปลอดสารยันงดใช้’สารเคมี ต้นทุนลด-เงินเพิ่ม โดยนายไพบูลย์ กันทรมณฑล หมอดินอาสา เจ้าของศูนย์เรียนรู้การพัฒนาที่ดินตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง แห่งแรกของ ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เปิดเผยว่า เดิมพื้นที่บริเวณ ต.แม่สลองนอก เป็นพื้นที่ลาดชัน มีการปลูกเป็นส่วนใหญ่ และเกษตรกรจะพึ่งพาสารเคมีในการทำการเกษตรเป็นหลัก ทำให้ดินเริ่มเสีย อีกทั้งหน้าดินถูกชะล้าง ความอุดมสมบูรณ์น้อยมาก

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากเข้าสมัครเป็นหมอดินอาสาประจำ ต.แม่สลองนอก กับสถานีพัฒนาที่ดินเชียงราย ก็ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรดินบนพื้นที่สูง ตลอดจนการผลิตและใช้ปุ๋ยอินทรีย์จากสารเร่งซุปเปอร์พด.ต่างๆ แทนการใช้ปุ๋ยและสารเคมี การปรับปรุงบำรุงดินด้วยสารอินทรีย์และพืชปุ๋ยสด ซึ่งได้นำความรู้มาประยุกต์ใช้กับพื้นที่ของตนเองในการปลูกชาเป็นขั้นบันได ปลูกหญ้าแฝกขวางทางลาดเท ทำปุ๋ยอินทรีย์ น้ำหมักชีวภาพ ทำสารขับไล่แมลงศัตรูพืช จนกระทั่งปัจจุบันสามารถผลิตชาปลอดสารพิษ นำมาซึ่งรายได้ที่มั่นคง ขณะที่ต้นทุนการผลิตจำพวกที่ต้องใช้สารเคมีต่างๆ ลดลงจากเดิมมาก ดังนั้นจึงได้รับการคัดเลือกให้พื้นที่ของตนตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ฯ เพื่อถ่ายทอดความรู้เหล่านี้สู่เกษตรกรและเยาวชนในพื้นที่


ปลูกชาปลอดสารพิษ Morning at Tea Plantation

“การลดการพึ่งพาปุ๋ยและสารเคมี หันมาผลิตปุ๋ยอินทรีย์และสารอินทรีย์ไว้ใช้เอง ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น หลักเศรษฐกิจพอเพียง เนื่องจากลงทุนน้อยกว่า อีกทั้งผลผลิตก็เพิ่มขึ้น ทุกวันนี้ผมจึงใช้ศูนย์เรียนรู้แห่งนี้ เป็นที่ถ่ายทอดความรู้ให้เพื่อนเกษตรกรและผู้สนใจเข้ามาเรียนรู้แบบไม่มีหวงวิชา” หมอดินไพบูลย์ กล่าว

ปลูกชาปลอดสารพิษ

ชาเป็นพืชสำคัญชนิดหนึ่งของภาคเหนือปลูกมากในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน และน่าน ชาวเหนือนิยมบริโภคในรูป ชาหมัก หรือที่เรียกว่า เมี่ยง โดยใช้อมหรือเคี้ยวก็ได้ การปรุงแต่งรสทำได้หลายรส เช่น รสเปรี้ยว ก็ราดด้วยน้ำส้มมะขามเปียก รสหวานก็ราดด้วยหัวน้ำตาล หรือรสเค็มนิดหน่อยก็ใส่เกลือเพิ่ม ส่วนชาที่เรียกว่า ชาจีน เมื่อใส่น้ำร้อนลงไปจะได้น้ำชาสีเขียวอมเหลือง กลิ่นหอม แต่บางชนิดเมื่อชงแล้วจะได้น้ำชาสีเหลืองทอง รสชาติอมฝาด ชาวจีนนิยมชงใส่กาไว้ดื่มแทนน้ำ สำหรับ ชาฝรั่ง และ ชาสำเร็จรูป เวลาชงแล้วเติมรสด้วยนมข้น นมสด หรือครีมเทียม และน้ำตาล ดื่มเหมือนกาแฟ

การคัดเลือกบริเวณที่ปลูกชา


  • ดินปลูก ควรเป็นดินที่มีการระบายน้ำดี หน้าดินมีอินทรีย์วัตถุสูง มีธาตุไนโตรเจนมาก และมีสภาพความเป็นกรด-ด่าง ของดินระหว่าง 4.5-5.5
  • อุณหภูมิ ชาเจริญเติบโตได้ดีในภูมิประเทศต่างๆ กัน ตั้งแต่ที่มีอุณหภูมิร้อนไปถึงเย็น (ยกเว้นในพื้นที่ที่เป็นน้ำแข็งบริเวณที่เป็นเส้นรุ้งที่ 29 องศาเหนือ กับเส้นแวงที่ 98 องศาตะวัน ตก แต่อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 70-90 องศาฟาเรนไฮด์ (21-32 องศาเซลเซียส)
  • ความสูงจากระดับน้ำทะเล ชาที่ปลูกในที่ต่ำก็สามารถเจริญเติบโตได้แต่คุณภาพไม่ดีเท่าที่ปลูกในที่สูง ความสูงที่เหมาะสมคือระดับความสูงจากน้ำทะเลระหว่าง 500-1,000 เมตร จะได้ชาที่มีคุณภาพดี
  • ปริมาณน้ำฝน ฝนควรตกสม่ำเสมอตลอดปี ปริมาณน้ำฝนไม่ต่ำกว่า 60 นิ้วต่อไป

สภาพพื้นดินที่ไม่เหมาะสมในการปลูกชา

  • ดินชั้นล่างเป็นหินหรือลูกรัง ทำให้หน้าดินที่ชาจะหยั่งรากลงไปหาอาหารได้ตื้น
  • ในดินที่ไม่มีทางระบายน้ำ เป็นหนอง บึง หรือที่น้ำขัง
  • เป็นที่ราดชันมากเกิน 16 องศา
  • ดินที่เป็นหินปูนมีค่าความเป็นกรด-ด่าง ของดินเกินกว่า 6
  • ดินที่มีอินทรีย์วัตถุในดินน้อย และไม่สามารถเก็บความชุ่มชื้นได้
  • เป็นแหล่งที่มีลมแรง จนไม่สามารถทำที่บังลมได้

Farmer carries bag with harvested tea

การเตรียมพื้นที่ปลูกชา

  • ถ้าเป็นที่พื้นที่ราบต้องไถพรวนเช่นเดียวกับการปลูกไม้ยืนต้น ต้องขุดตอและรากไม้ต่างๆ ออกให้หมด ปรับสภาพให้ราบไม่ให้มีหลุมและน้ำขัง
  • ถ้าเป็นบริเวณเนินเขา ควรเลือกเนินที่หันหน้าไปทางทิศเหนือ แล้ววางแนวปลูกตามระดับขอบเนินแบบขั้นบันได
  • ในที่ที่อากาศร้อนและแห้งแล้ง ควรจะมีไม้บังร่ม เพราะจะช่วยบังแสงแดดที่จะมาถูกต้นชาโดยตรง และช่วยลดอุณหภูมิให้เย็นลง และยังเป็นการเพิ่มความชื้นในอากาศอีกด้วย แต่ถ้าปลูกในพื้นที่สูงกว่า 1,200 เมตร จากระดับน้ำทะเล ไม้บังร่มก็ไม่จำเป็น
  • สำหรับไม้บังร่มตามธรรมชาติควรจะตัดให้ห่างกันอย่างเหมาะสม เช่น ไม้ขนาดกลางควรให้ห่างกันระหว่างต้น 20 เมตรขึ้นไป
  • ควรเลือกปลูกไม้ตระกูลถั่วเป็นไม่บังร่ม และควรปลูกต้นฤดูฝนก่อนปลูกชา ไม้บังร่มมี 2 ชนิดคือ แบบชั่วคราว เช่น ถั่วมะแฮะ ปอเทือง โดยปลูกขวางตะวัน ระหว่างแถวที่ปลูกต้นชาใหม่ แบบถาวร เช่นกระถินยักษ์ แคฝรั่ง ทองหลาง ควรปลูกก่อนปลูกชา อย่างน้อย 6 เดือน – 1 ปี โดยปลูกขวางตะวัน ระยะปลูก 6-8 เมตร ส่วนต้นจามจุรี สะตอ หรือไม้ขนาดเดียวกัน ควรปลูกห่างกัน 8-10 เมตร
  • ควรปรับความเป็นกรด-ด่าง ของดินให้เหมาะสม คือประมาณ 4.5 – 5.5 การเตรียมหลุมปลูก ขุดหลุมขนาดกว้าง ยาว ลึก 30 เซนติเมตร เท่ากันหมด แล้วใช้ส่วนผสมของหน้าดิน ปุ๋ยคอก และปุ๋ยฟอสเฟต คลุกเคล้ากันรองก้นหลุม

ระยะปลูกชาที่ได้ผลดี

  • ปลูกในที่ราบ ใช้ระยะระหว่างต้น 75 เซนติเมตร ระหว่างแถว 150 เซนติเมตร จะได้ต้นกล้าประมาณ 1,400 ต้นต่อไร่
  • ปลูกแบบขั้นบันได ใช้ระยะระหว่างต้น 60 เซนติเมตร ระหว่างแถว 120 เซนติเมตร จะได้ต้นกล้าประมาณ 2,200 ต้นต่อไร่

การขยายพันธุ์ชา ทำได้โดยใช้เมล็ด หรือการปักชำ