ส่งเสริมปลูกชาน้ำมันในพื้นที่สูง

พระราชดำริในเรื่อง “ชาน้ำมัน” เพื่อส่งเสริมการปลูกให้เกษตรในพื้นที่สูง โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสนพระทัยในเรื่องการพัฒนา “ชาน้ำมัน” ในประเทศไทย จึงมีพระราชดำริให้ มูลนิธิชัยพัฒนา ดำเนินการศึกษาและพัฒนาการปลูกบนพื้นที่สูง เพื่อแก้ไขปัญหาป่าเสื่อมโทรมและสร้างรายได้ให้กับประชาชน

การปลูกชาน้ำมันในพื้นที่สูงน้ำมัน ชา…ได้รับสมญาว่า “น้ำมันมะกอกแห่งตะวันออก” เนื่องจากมีสรรพคุณใกล้เคียงกับน้ำมันมะกอกมาก มีสรรพคุณทางการแพทย์ สามารถช่วยสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ลดความเสี่ยงของโรคไขมันอุดตันในหลอดเลือดหัวใจ ลดระดับคอเลสเทอรอลในเลือด ป้องกันโรคเบาหวาน และมีสารประกอบหลักที่ช่วยทำให้ผิวอ่อนนุ่มชุ่มชื้น จึงมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมเครื่องสำอางและชาน้ำมันทำน้ำสมุนไพรเพื่อสุขภาพ ได้อร่อย

ชาน้ำมัน

เป็นพืชที่อยู่ในวงศ์ THEACEAE มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Camellia oleifera Abel เป็นไม้พุ่ม สูงประมาณ 10-20 ฟุต มีมากในจีนและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเจริญเติบโตได้ดีที่ระดับความสูง 500-1,300 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีการขยายพันธุ์โดยเมล็ดหรือตอนกิ่ง ผลชาน้ำมันนั้น มีรูปทรงกลม และมีเมล็ดที่เต็มไปด้วยน้ำมัน.

โดยมูลนิธิชัยพัฒนา ได้สนองพระราชดำริ โดยจัดทำ “โครงการศึกษาและพัฒนาการปลูกชาน้ำมัน” ตั้งแต่เมื่อปี 2546 โดยประสานกับ สถาบันพฤกษศาสตร์มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน นำเมล็ดพันธุ์และต้นกล้าชาน้ำมันมาวิจัยและทดลองปลูกในพื้นที่ทดลองวิจัยตามโครงการ อนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ และพื้นที่ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้

ปลูกชาน้ำมันในพื้นที่สูง

การปลูกชาน้ำมันในพื้นที่สูง

พอถึงปี 2549 ทาง สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้น้อมเกล้าฯถวายเมล็ดพันธุ์ จำนวน 2,500 กิโลกรัม และ ต้นกล้าชาน้ำมันอีก 40,000 ต้น ปัจจุบันโครงการฯได้ขยายการปลูกในพื้นที่ จ.เชียงราย เชียงใหม่ และ นครราชสีมา แล้ว 954,378 ต้น รวมพื้นที่ กว่า 3,683 ไร่ อาทิ โครงการพัฒนาดอยตุง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เชียงราย พื้นที่ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (โป่งน้อย) พื้นที่แปลงชาน้ำมันบ้านโปง มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ พื้นที่โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา พื้นที่สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จ.เชียงใหม่ พื้นที่บ้านปางมะหัน บ้านปูนะ และพื้นที่ใกล้เคียง ต.เทอดไท อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย

การปลูกชาน้ำมันในพื้นที่สูง

ขณะนี้ต้นชาน้ำมันมี อายุระหว่าง 3-4 ปี คาดว่าจะให้ผลผลิตและสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตป้อนเข้าสู่โรงหีบน้ำมันได้ใน ช่วงปลายปี 2554 โดย ชาน้ำมันจะกลายเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ ที่น่าจับตา ขณะนี้เร่งศึกษาและป้องกันศัตรูพืช รวมถึงโรคต่างๆ เพื่อเตรียมขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้น
กรมส่งเสริมการเกษตร โดยกลุ่มงาน โครงการพระราชดำริ กองพัฒนาการเกษตรพื้นที่เฉพาะ ได้เตรียมแผนให้ ศูนย์ส่งเสริมการเกษตรที่สูงหัวแม่คำ จ.เชียงราย เข้าไปสนองพระราชดำริของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เพื่อสานต่อและขยายผลการส่งเสริมการปลูกชาน้ำมันเพิ่มมากขึ้น เพื่อพัฒนาอาชีพและสร้างรายได้ให้เกษตรกรบนพื้นที่สูงที่อยู่ในถิ่น ทุรกันดาร…!!!

โดย : ไชยรัตน์ ส้มฉุน หนังสือพิมพ์ thairath