ปลูกข้าวแบบล้มตอซัง

นาข้าวอินทรีย์ การปลูกข้าวออแกนิค เกษตรอินทรีย์ เกษตรออแกนิค

วิธีนี้ไม่ใช่วิธีใหม่อะไร ชื่ออย่างเป็นทางการก็คือ ข้าวล้มตอ ก็คือ การทำนาข้าวด้วยตอซังข้าวเดิมแทนการหว่านด้วยเมล็ดพันธุ์ข้าว โดยย่ำตอข้าวเดิมให้ล้มหลังการเกี่ยวข้าว ตามฤดูกาลเสร็จเรียบร้อย ภายในเวลา 10-15 วันต้นข้าวรุ่นที่ 2 จะแตกหน่อขึ้นมาจากกอข้าวเดิม

และต้นข้าวที่งอกขึ้นมาใหม่จะเติบโตและให้ผลผลิตเช่นเดียวกับข้าวนาหว่านน้ำตมในครั้งแรก หลังจากเก็บเกี่ยวข้าวแล้วโดยไม่ต้องไถพรวนดินและหว่านกล้าเหมือนการทำนา หว่านน้ำตม ตามปกติเพียงแต่เกลี่ยฟางข้าวให้สม่ำเสมอ ย่ำให้ตอข้าวล้ม หลังจากนั้น 10-15 วัน ก็วิดน้ำเข้านาและคอยดูแลน้ำไม่ให้ขาดหลังย่ำตอข้าวแล้ว อย่าให้น้ำขังจนกว่าข้าวจะงอกหลังจากข้าวงอก วิดน้ำเข้านาอย่าให้ดินแห้งเกิน 10 วัน ไม่เช่นนั้นข้าวเปลือกที่ตกอยู่บนพื้นดินในนาจะงอกขึ้นมาแทรกกับต้นข้าวที่ งอกจากตอ ทำให้มีข้าวสองรุ่นอยู่ในแปลงเดียวกัน ข้าวสองรุ่นอายุไม่เท่ากันก็จะแก่ไม่เท่ากันทำให้เก็บเกี่ยวลำบาก

การปลูกข้าวโดยใช้ตอซังเดิมวิธีนี้ จะเกิดผลดีต่อดินคือ ฟางข้าวที่นวดแล้วจะเน่าเปื่อยผุพังและเป็นปุ๋ยธรรมชาติ ทำให้ดินร่วนซุยดีขึ้น และช่วยลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้ครึ่งต่อครึ่ง ข้อดีอีกประการของการทำนาข้าวล้มตอ คือได้ต้นข้าวที่แข็งแรง และทนทานต่อการรบกวนของศัตรูพืช อย่างหอยเชอรี่และเพลี้ยไฟมากกว่าข้าวหว่านนาน้ำตม ข้อควรคำนึงในการปลูกข้าวล้มตอซัง คือแปลงนาต้องสม่ำเสมอ พื้นที่ที่เป็นท้องกระทะ แบบตรงกลางลึก ข้าง ๆ เป็นที่ดอน ไม่ควรทำการปลูกข้าวล้มตอซังเพราะจะทำให้มีน้ำขังและจะทำให้ตอซังเน่า ต้นข้าวที่ปลูกครั้งแรกด้วยเมล็ดต้องแข็งแรงปราศจากโรคแมลง

การเก็บเกี่ยวข้าวในระยะพลับพลึงโดยระบายน้ำออกจากแปลงนา ให้ดินมีความชื้นเหมาะสมประมาณ 50% ทดสอบได้ด้วยการหยิบดินในแปลงนาปั้นเป็นลูกกระสุนได้แสดงว่าความชื่นเหมาะสม

ข้าวล้มตอซัง

การปลูกข้าวตอซัง จะเริ่มตั้งแต่หลังการเก็บเกี่ยว ให้กระจายฟางคลุมตอซังทั่วแปลงนา ใช้ลูกยางย่ำตอซังประมาณ 4 เที่ยว ย่ำให้ราบติดกับพื้นดินฟางที่คลุมให้ราบเรียบ อย่าให้ตอซังกระดกขึ้น จากนั้นประมาณ 3-4 วันข้าวจะเริ่มแทงหน่อเล็กจากข้อที่ 2-3 หรือปลายตอซังออกมา

ข้าวล้มตอซัง

หลังย่ำตอซังเกษตรกรต้องตรวจสอบว่าฟางที่คลุมจุดใดหนาให้เอาออกคลุมบาง ๆ ปล่อยทิ้งไว้รอจนกว่าหน่อข้าวงอกขึ้นมามี 2-3 ใบ ซึ่งอายุข้าวจะประมาณ 10 วัน นับจากวันย่ำฟาง สังเกตว่าการเจริญเติบโตจะแตกต่างกันกับข้าวหว่านน้ำตม โดยต้นจะใหญ่กว่า รากจะหนาแน่นกว่า หาอาหารได้ดีกว่า ข้าวล้มตอซังที่สมบูรณ์ จะแตกหน่อ 3-4 หน่อ ต่อ1 ต้นซัง

สูบน้ำเข้าแปลงนาและใส่น้ำหมักชีวภาพ ในอัตรา 200 ลิตร ต่อพื้นที่ 15 ไร่ พอแฉะ แต่อย่าให้น้ำมากจะทำให้ฟางที่คลุมลอย หลังระบายน้ำเข้า 1 วัน ใส่ปุ๋ยสูตรเร่งการเจริญเติบโต และเร่งขบวนการย่อยสลายของตอซังและฟาง จากนั้นรักษาน้ำในนาไม่ให้รั่ว เพื่อไม่ให้ปุ๋ยที่ใส่สูญหายจากนั้นก็คอยดูแลการเจริญเติบโตของต้นข้าวและรอวันเก็บเกี่ยว

การปลูกข้าวแบบล้มตอซังจะช่วยให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนในการเพาะปลูกได้มาก ขณะที่ผลผลิตที่ออกมาไม่ต่างจากการปลูกในครั้งแรก

เทคโนโลยีการปลูกข้าวแบบล้มตอซังนั้น จากเทคโนโลยีชาวบ้านที่เกิดจาก ภูมิปัญญาท้องถิ่น เกษตรกรเป็นผู้ค้นพบโดยบังเอิญมานานแล้วและเป็นวิธีการปลูกแบบเก่า มีเทคนิคและวิธีการปฏิบัติโดยไม่ต้องเตรียมดิน และไม่ใช้เมล็ดพันธุ์ปลูก ซึ่งมีเทคนิคในการปฏิบัติโดยเกลี่ยฟางข้าวให้กระจายทั่วแปลงแล้วย่ำล้มตอซังให้ราบติดพื้นนา ในขณะที่ดินต้องมีความชื้นหมาดๆ การปลูกข้าวด้วยวิธีนี้เกษตรกรบางพื้นที่เรียกว่า “การปลูกข้าวด้วยตอซัง” และนักวิชาการด้านข้าวเรียกว่า การปลูกข้าวข่มตอ หรือ lodge ratoon rice

การศึกษาการปลูกลูกข้าว

ลูกข้าว คือ ต้นข้าวที่เกิดจากตอซังหลังเก็บเกี่ยวข้าวจากต้นแม่ข้าว ไปแล้วอาจเกิดได้หลายจุด เช่น ที่ตาต้นแขนง โคนตอซังและที่ข้อตอซัง อำนาจ (2521) รายงานไว้ว่าอิทธิพลที่สำคัญที่สุดในการเพิ่มผลผลิตของลูกข้าวก็คือ การใส่ปุ๋ยไนโตรเจน กล่าวคือไม่ใส่ปุ๋ยไนโตรเจนผลผลิตโดยเฉลี่ย 170 กก./ไร่ แต่ถ้าใส่ปุ๋ยไนโตรเจน 8 กก.ไนโตรเจน/ไร่ จะทำให้ผลผลิตลูกข้าวสูงขึ้นเป็น 390 กก./ไร่ และเมื่อใส่เพิ่มขึ้นเป็น16 กก.ไนโตรเจน/ไร่ ผลผลิตสูงขึ้นถึง 610 กก./ไร่ สำหรับอายุเก็บเกี่ยวจะสั้นกว่าแม่ข้าว 30-56 วัน จะเห็นว่าการใส่ปุ๋ยไนโตรเจนมีความสำคัญต่อการเพิ่มผลผลิตของลูกข้าวอย่างยิ่ง รวมทั้งมีอิทธิพลต่อความสูงและจำนวนรวงต่อกอ และจากผลการทดลองครั้งนี้ สรุปได้ว่าการทำลูกข้าวนั้นมีโอกาสที่จะเป็นไปได้ และน่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับเกษตรกรผู้ทำนาในเขตชลประทาน

การปลูกข้าวแบบล้มตอซัง

ที่มาของการปลูกข้าวแบบล้อตอซัง

ในปี 2539 เกษตรกรประเภทหัวไวใจสู้ ปราชญ์ชาวบ้าน ชื่อนายละเมียด ครุฑเงิน อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 46 หมู่ 9 ตำบลระแหง อำเภอลาดหลุมแก้ว เป็นคนช่างสังเกตและสะสมประสบการณ์ในการทำนามานาน ได้สังเกตเห็นว่าตอซังข้าวที่ถูกกล้อรถเก็บเกี่ยวเหยียบย่ำล้มลงราบกับพื้นนาในขณะที่ดินมีความชื้นหมาดๆ คือ ไม่แห้งและเปียกเกินไป หลังจากเก็บเกี่ยวเสร็จแล้ว 7-10 วัน จะมีหน่อข้าวแทงขึ้นมาจากโคนตอซังส่วนที่ติดอยู่กับดินเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง เท่าที่ดินยังมีความชื้นเพียงพอ แต่ตอซังข้าวที่ไม่ถูกล้อรถเก็บกี่ยวทับจะมีหน่อแตกงอกออกจากข้อของต้นขอซังข้าว สังเกตเห็นว่าหน่อจะงอกช้ากว่า และขนาดเล็กกว่าหน่อที่งอกออกกจากตอซังที่ล้มลงด้วยล้อรถเก็บเกี่ยวทับ จากการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อตอบสนองความอยากรู้ของเกษตรกรเอง และคิดว่าสามารถลดต้นทุนลงหลายอย่าง เช่น ค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าเตรียมดิน นายละเมียด ครุฑเงิน ได้ทำการทดสอบ 4 ฤดู โดยปลูกข้าวพันธุ์สุพรรณบุรี 1 พบว่า ได้ผลผลิตสูงไม่แตกต่างจากการใช้เมล็ดหว่าน อีกทั้งยังประหยัดเรื่องของเมล็ดพันธุ์ การเตรียมดิน และอายุสั้นเพียง 90 วันเท่านั้น ซึ่งวิธีการปลูกข้าวเช่นนี้เกษตรกรเรียกว่า “การปลูกข้าวด้วยตอซัง” ปี 2543 มีเกษตรกรอำเภอลาดหลุมแก้วทำตามกรรมวิธีของนายละเมียด ครุฑเงิน รวมพื้นที่ 45,000 ไร่/ฤดู และยังได้ขยายผลไปสู่เกษตรกรจังหวัดใกล้เคียง เช่น สิงห์บุรี

เทคนิคการปลูกข้าวแบบล้มตอซัง

  1. แปลงที่ปลูกข้าวรุ่นแรก ต้องมีการเตรียมดินและทำเทือกให้ได้ระดับ สม่ำเสมอ ปลูกข้าว โดยวิธีหว่านน้ำตม ใช้พันธุ์ข้าวไม่ไวต่อช่วงแสง อัตราเมล็ดพันธุ์ 15-20 กก./ไร่ อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 120 วัน
  2. ก่อนเก็บเกี่ยวข้าวรุ่นแรกประมาณ 10 วัน ถ้ามีน้ำขังให้ระบายออกจากแปลง ถ้าไม่มีน้ำขังให้ไขน้ำเข้าแปลง เมื่อดินในแปลงเปียกทั่วกันแล้วให้ระบายน้ำออก เพื่อให้ดินมีความชื้นหมาดๆ คือ ไม่แห้งหรือเปียกเกินไปหลังเก็บเกี่ยวข้าว
  3. เก็บเกี่ยวข้าวในระยะ “พลับพลึง” ห้ามเผาฟางเด็ดขาด และเกษตรกรจะต้องเกลี่ยฟางข้าให้ทั่วทั้งแปลงอย่างสม่ำเสมอภายใน 1-3 วัน ด้วยอุปกรณ์ติดท้ายแทรกเตอร์ขนาดเล็กหรือใช้แรงงานคน เพื่อรักษาความชื้น คลุมวัชพืช และเป็นปุ๋ยหมักให้แก่ต้นข้าว
  4. ย่ำตอซังให้ล้มนอนราบกับดินที่มีความชื้นหมาดๆ โดยใช้รถแทรกเตอร์หรือล้อยางย่ำไปในทิศทางเดียวกัน 2-3 เที่ยว เกษตรกรนิยมย่ำตอนเช้ามือ เนื่องจากมีน้ำค้างช่วยให้ฟางข้าวนุ่มและตอซังล้มง่าย
  5. หลังจากย่ำตอซังแล้ว ต้องคอยดูแลไม่ให้น้ำเข้าแปลง โดยทำร่องระบายน้ำเมื่อมีฝนตกลงมาต้องรีบระบายออกให้ทัน ถ้าปล่อยไว้หน่อข้าวจะเสียหาย
  6. เมื่อหน่อข้าวมีใบ 3-4 ใบ หรือ 10-15 วัน หลังล้มตอซัง ให้ไขน้ำเข้าแปลงให้ดินแฉะแต่ไม่ท่วมขัง ใส่ปุ๋ยครั้งแรก สูตร 46-0-0 อัตรา 15-20 กก./ไร่ เพื่อเป็นปุ๋ยแก่ต้นข้าวแลช่วยการย่อยสลายฟางข้าวได้ดีขึ้น
  7. หลังจากใส่ปุ๋ยครั้งแรก 5-7 วัน ไขน้ำเข้าท่วมขังในแปลงระดับสูง 5 ซม.
  8. เมื่อข้าวอายุได้ 35-40 วัน หลังล้มตอซัง ใส่ปุ๋ยครั้งที่สอง สูตร 16-20-0 อัตรา 20-25 กก./ไร่
  9. เมื่อข้าวอายุได้ 50-55 วัน หลังล้มตอ ถ้าข้าวเจริญเติบโตไม่ดีให้ใส่ปุ๋ยครั้งที่สาม สูตร 46-0-0 อัตรา 15-20 กก./ไร่
  10. เมื่อข้าวอายุใกล้เก็บเกี่ยว (ประมาณ 80 วันหลังล้มตอซัง) ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับข้อ 2 เพื่อให้ดินมีความชื้นพอเหมาะแก่การงอกของตาข้าว ซึ่งเรียกว่าข้าวตอที่ 2 ต่อไป

เงื่อนไขการปลูกข้าวแบบล้อตอซัง

  1. อยู่ในเขตที่มีน้ำชลประทานสมบูรณ์
  2. เก็บเกี่ยวข้าวระยะ พลังพลึง ซึ่งต้นข้าวจะยังสดไม่แห้งเกินไปเวลาใช้ทำเป็น “ต้นพันธุ์ (clone)” หน่อข้าวจะแตกเป็นต้นข้าวใหม่ที่แข็งแรงและเจริญเติบโตดี
  3. เกลี่ยฟางข้าวคลุมตอซังให้สม่ำเสมอทั่วทั้งแปลง
  4. ตอซังที่ใช้ปลูกข้าวแบบล้มตอซังต้องไม่มีโรคและแมลงรบกวน ถ้ามีโรคและแมลงรบกวนต้องไถทิ้ง เตรียมดินและปลูกแบบหว่านน้ำตมใหม่
  5. การปลูกข้าวแบบล้มตอซังไม่ต้องหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวเสริม

อ้างอิงจาก เอกสารคำแนะนำการปลูกข้าวแบบล้มตอซัง จากภูมิปัญญาท้องถิ่น สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 5 อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท