ปฏิรูปการเกษตร หรือเป็นแค่ทางรอด

เมื่อชาวนาจะตั้งราคาข้าวขายเอง

จากงานสัมมนาปฏิรูประบบเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน ไปเมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2557 ที่ผ่านมาไม่นานมานี้ บนเวทีปฏิรูประบบเกษตรกรรมโดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งสู่เกษตรกรรมอย่างยั่งยืน ของ สสส. ได้ให้แนวทางแก้ไขปัญหาเกษตรกรชาวไทย โดยเน้นการลดการพึ่งพาตลาด แต่ไปเน้นในเรื่องให้เกษตรกรทำเกษตรแบบพึ่งพาตนเองให้มั่นคงก่อนนำผลผลิตเพื่อขายได้กำไร เป็นทางออกแก่คนทำเกษตร จริงหรือ?

หลายหน่วยงานเริ่มเอ่ยถึงการปฏิรูปการเกษตร โดยให้คนเกษตรเน้นในเรื่องผลผลิตให้มีคุณภาพและพึ่งพาตนเองให้มั่นคง ก่อนจะขายทำกำไรนั้น โดยเกษตรกรเครือข่ายชุมชนน่าอยู่ พร้อมด้วยองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ได้เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการปฏิรูปเกษตรกรรมครั้งนี้ โดยชี้ให้เห็นปัญหาที่เรื้อรังและรุมเร้าเกษตรกรไทย คือ ปัญหาหนี้สิน และระบบชลประทาน โดยเฉพาะนโยบายรับจำนำข้าวที่เห็นว่าได้ซ้ำเติมชาวนาที่ทำลายกลไกตลาดค้าข้าวอย่างสิ้นเชิง ซึ่งเกษตรกรในชุมชนตำบลทมอ อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ เห็นว่า ทางออกที่ดีที่สุด คือ เกษตรยั่งยืนและเกษตรพอเพียง ที่เน้นพึ่งพาตนเอง ทั้งเรื่องเมล็ดพันธุ์และปุ๋ย แม้ผลผลิตจะขายได้ในราคาไม่สูงแต่ต้นทุนต่ำเกษตรกรก็สามารถอยู่ได้

ส่วนอดีตนายก อบต.ตำบลหัวไผ่ จังหวัดสิงห์บุรี เห็นว่าระบบจัดการน้ำเป็นสิ่งสำคัญ เกษตรกรในพื้นที่เขตชลประทานประสบปัญหาน้ำไม่เพียงพอ ซึ่งถือเป็นปัญหาเรื้อรังของเกษตรกรที่ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง ที่ประชุมจึงได้ข้อสรุปร่วมกันว่า ปัญหาเกษตกรไทยเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง เดิมจะใช้ระบบพึ่งพาเป็นแบบการตลาด ดังนั้นแนวทางแก้ปัญหาต้องเปลี่ยนวิธีคิดจากทำเกษตรเพื่อขาย ควรมุ่งให้เกิดความมั่นคงทางอาหารและตนเองมาเป็นสำคัญ..

ทำเกษตรไม่เน้นตลาด ทางรอดจริงหรือ?

อาจจะได้บางส่วน แนวทางของผู้เขียนคิดว่า นั่นอาจใช้ได้ผลกับเกษตรกรรายใหม่ที่จะผันตัวเองมาเป็นผู้ทำการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นเกษตรเคมี หรือเกษตรอินทรีย์ ก็ตาม ปัญหาส่วนใหญ่ของนักเกษตรกรคือ พื้นที่ปลูก แต่เมื่อลดปัญหาส่วนนี้ จะเห็นได้ว่า มีการเบื่อหน่ายในสังคมชนชั้นแรงงานในแบบเดิมๆ ที่เรียนและเข้าไปเป็นลูกจ้าง แต่ผันตัวเองมาเป็นเกษตรกรเป็นนายตัวเองมากขึ้น

ปลูกพริกหยวก ในกระถาง ปฏิรูปการเกษตร หรือเป็นแค่ทางรอด

ทีนี้จากขั้นตอนการแก้ปัญหาในเชิงนโยบาย รวมทั้งการเสนอข้อมูลการปฏิรูปการเกษตร ให้เกษตรกรไม่อิงผลทางการตลาด แต่อิงเพื่อความอยู่รอดและการพึ่งพาตนเองก่อน แล้วค่อยคิดขายเพื่อทำกำไร ทฤษฎีแบบนี้อาจใช้ได้ผลในระยะยาว อันเนื่องจากหากทำเกษตรแล้วมีผลผลิตที่มีคุณภาพ ตลาดก็จะเข้ามาหาเกษตรกรเอง โดยไม่ต้องมีการวุ่นวายในเรื่องการหาตลาด แต่นั่น เป็นความฝันของเกษตรกรทุกกลุ่ม ที่หวังว่า ปลูกอะไรก็จะมีตลาดรองรับ แม้จะไม่สนใจเรื่องตลาดเป็นจริงเป็นจัง ความฝันกับความเป็นจริง ต่างกันโดยสิ้นเชิง

เมื่อชาวนาจะตั้งราคาข้าวขายเอง

ในความเป็นจริง เกษตรกรส่วนใหญ่เน้นเรื่องตลาดมากกว่าสิ่งอื่นใน เพราะการไม่รู้ตลาดแต่รั้นจะปลูกเพื่อให้ได้ผลผลิต มีบ่อยครั้งที่เกษตกรหลายรายไปไม่รอด เพราะมีผลผลิตแต่ขายไม่ได้ราคา จำเป็นต้องทิ้งร้างและหันกลับไปใช้แรงงานอย่างเก่า ทางแก้ที่ดีที่สุดคือการให้ความรู้ในการสร้างคุณภาพและต้องมีหน่วยงานเพื่อเข้ามาสนับสนุนในด้านนี้ คำว่าอยู่รอดของเกษตรกรนั้น อยู่รอดแบบไหน หากไม่จำหน่ายผลผลิต

ดู ทางรอดเกษตรกรไทย เมื่อชาวนาตั้งราคาขายเอง