ธ.ก.ส.ช่วยเหลือเกษตรกรพักหนี้ ให้กู้ใหม่

ธ.ก.ส. ลงพื้นที่ช่วยเหลือเกษตรกรหลังน้ำลดพักหนี้ ให้กู้ใหม่ เพื่อฟื้นฟูการผลิตและพร้อมยกหนี้กรณีเสียชีวิต โดยเนื้อข่าวรายงานว่า ธ.ก.ส. ลงพื้นที่ช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบอุทกภัยหลังน้ำลด พร้อมวางมาตรการให้สาขาเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูให้เกษตรกร สามารถกลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จังหวัดนครราชสีมาเป็นหนึ่งในจังหวัดที่ประสบอุทกภัยและได้รับความเสีย หายอย่างรุนแรงโดยเฉพาะอย่างยิ่งอำ เภอ สูงเนินและอำเภอพิมาย ซึ่งธ.ก.ส. ได้ให้ความช่วยเหลือโดยการมอบถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงแรก ของการประสบอุทกภัย และขณะนี้พื้นที่ดังกล่าวน้ำได้ลดลงแล้วจึงได้มอบนโยบายให้สาขาในพื้นที่ เร่งสำรวจความเสียหายทั้งหมดเพื่อวางแนวทางในการช่วยเหลือและฟื้นฟูให้ เกษตรกรสามารถกลับคืนสู่วิถีชีวิตตามปกติโดยเร็ว ทั ้งนี้ข้อมูลจากการลงพื้นที่ไปเยี่ยมเยียนเกษตรกรที่ประสบอุทกภัยภายหลังน้ำ ลด ใน จ.นครราชสีมา พบว่ามีพื้นที่เกษตรกรรมได้รับความเสียหายจากอุทกภัยประมาณ 500,000ไร่ มูลหนี้รวมประมาณ 4,500 ล้านบาท ในจำนวนนี้มีเกษตรกรเสียชีวิต 3 ราย ต้นเงินที่เป็นหนี้ 140,000 บาท

ในส่วนของการดำเนินงานโครงการคาราวานซ่อมฟรี ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง ธ.ก.ส. กรมอาชีวศึกษา และบริษัทเอกชนชั้นนำเพื่อให้บริการซ่อมแซมเครื่องไฟฟ้า อุปกรณ์ เครื่องจักรกลทางการเกษตรแก่เกษตรกรที่ประสบอุทกภัย ขณะนี้เปิดให้บริการ 5 จุด ในพื้น ี่อำเภอพิมาย 1 จุด และอำเภอสูงเนิน 4 จุด ส่วนในจังหวัดอื่นๆได้ทยอยเปิดให้บริการแล้วประมาณ 21 จุด เช่น ชัยภูมิ กำแพงเพชร ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา และสระบุรี

สำหรับสถานการณ์ความเสียหายเบื้องต้นของเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. ณ วันที่ 16 พฤศจ กายน 2553 มีพื้นที่ประสบอุทกภัยทั้งสิ้น 55 จังหวัด จำนวนครัวเรือนที่ประสบภัย 537,026 ครัวเรือน มูลหนี้ประมาณ 48,640 ล้านบาท การเกษตรที่ได้รับความเสียหาย ประกอบด้วยนาข้าว 6,694,348 ไร่ พืชอื่นๆ 1,794,830 ไร่ พื้นท ี่ประมง 27,708ไร่ และสัตว์เลี้ยงจำนวน 1,381,831 ตัว ทั้งนี้ได้มีเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. เสียชีวิตทั้งสิ้น จำนวน 12 ราย คือจากจังหวัดนครนายก 1 ราย นครราชสีมา 3 ราย สุพรรณบุรี 1 ราย นครสวรรค์ 1 ราย เพชรบูรณ์ 1 ราย ชัยภูมิ 2 ราย ตรัง 1 ราย นครศรีธรรมราช 1ราย และพระนครศรีอยุธยา 1 ราย รวมต้นเงินกู้ 1,581,505 บาท ดอกเบี้ย 62,466.50 บาท ซึ่งในส่วนนี้ ธ.ก.ส. ได้ตัดเป็นหนี้สูญ

สำหรับภาคใต้ซึ่งเกิดเหตุการณ์อุทกภัยและวาตภัยอันเนื่องมาจากอิทธิพลของ พายุดีเปรสชั่น สถานการณ์ตั้งแต่วันที่ 1พฤศจิกายนที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน มีจังหวัดที่ได้รับความเสียหายทั้งสิ้น 12 จังหวัด 133 อำเภอ 856 ตำบล 5,991หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อนประมาณ 548,258 ครัวเรือน ได้แก่ จังหวัดสงขลา สตูล ตรัง นราธิวาส ยะลา ปัตตานี พัทลุง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ ชุมพร และระนอง ซึ่งยังคงมีสถานการณ์

อุทกภัยในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ สงขลา สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และพัทลุง ส่วนพื้นที่อื่นๆ สถานการณ์คลี่คลายแล้ว อยู่ระหว่า ฟื้นฟู เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่ม

ทั้งนี้ ธ.ก.ส. ได้ดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในด้านต่างๆ อย่างเต็มที่ เช่น การมอบถุงยังชีพ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนไปแล้วจำนวน 53,830 ครัวเรือน มูลค่ากว่า 11 ล้านบาท และการมอบเงินช่วยเหลือผ่านโครงการรัฐช่วยราษฎร์ จำนวน 1 ล้านบาท เป็นต้น ส่วนแนว ทางในการแก้ไขปัญหาหลังน้ำลด ธ.ก.ส. จะเข้าไปสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือตามความเดือดร้อน เช่น กรณีลูกค้าเสียชีวิตจากอุทกภัย ธ.ก.ส.จะจำหน่ายลูกหนี้ออกจากบัญชีเป็นหนี้สูญโดย ธ.ก.ส. รับภาระเอง กรณีลูกค้าประสบภัยร้ายแรง จะพักชำระหนี้เป็นระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ปี 2553 — 2555 พร้อมงดคิดดอกเบี้ยในช่วงที่พักชำระหนี้&nb sp; โดย ธ.ก.ส. จะขอชดเชยดอกเบี้ยดังกล่าวจากรัฐบาลแทนเกษตรกร ในอัตรา MRR-1 ซึ่งขณะนี้เท่ากับ ร้อยละ 5.75 ต่อปี

นอกจากนี้จะให้เงินกู้ใหม่เพื่อไปฟื้นฟูการผลิตรายละไม่เกิน 100,000 บาท โดยลดอัตราดอกเบี้ยจากเงินกู้ปกติลงอีกร้อยละ 3 ต่อปี เป็นระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี โดย ธ.ก.ส.จะขอชดเชยดอกเบี้ยดังกล่าวจากรัฐบาลร้อยละ 3 ต่อปี พร้อมก บการลดหย่อนหลักประกันการกู้เงิน เช่น ใช้อสังหาริมทรัพย์เป็นประกัน จะขยายวงเงินกู้ไม่เกินวงเงินจดทะเบียนจำนอง กรณีใช้กลุ่มลูกค้ารับรองรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมตั้งแต่ 5 คน ขึ้นไป จากเดิมกู้ได้ไม่เกิน 150,000 บาท เป็นไม่เกิน 200,000 บาท และมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมล่าสุดคือการให้สินเชื่อใหม่แก่เกษตรกรลูก ้าชั้นดีเพื่อซ่อมแซมบ้าน/ยุ้งฉาง เครื่องมือการเกษตรโดยงดคิดดอกเบี้ยใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 ถึงปีที่ 3 ดอกเบี้ย MRR-2 คิดเป็นร้อยละ 4.75 ต่อปี ปีที่4-5 คิดดอกเบี้ย MRR-1 คิดเป็นร้อยละ 5.75 ต่อปี ปีที่ 6 ขึ้นไปคิดดอกเบี้ย MRR เท่ากับร้อยละ 6.75 ต่อปี นอกจากนี้ยังให้สินเชื่อแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื อซ่อมแซมปัจจัยพื้นฐานที่ถูกน้ำท่วมเสียหาย เช่น ถนน ประปา อาคาร เป็นต้น โดยคิดดอกเบี้ยในอัตราพิเศษ MLR-2.25 คิดเป็นร้อยละ 2.50 ต่อปี