ทิม คณะเสน อยู่ได้ด้วยเกษตรพอเพียง

ทิม คณะเสน เกษตรกรตัวอย่างที่สามารถพลิกชีวิตจากคนที่มีหนี้สินกว่า 20 ล้านบาท จากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างล้มในช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำเมื่อปี 2540 แต่เขาก็ยังกล้าที่จะลุกขึ้นสู้ โดยเปลี่ยนมาทำ อาชีพเกษตรตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ปลูกผักปลอดสารพิษจนประสบความสำเร็จได้รับการยกย่องให้เป็นปราชญ์ชาวบ้าน คอยให้คำปรึกษาแก่เพื่อนเกษตรกร

นายทิม เล่าว่าเมื่อปี 2540 สภาพเศรษฐกิจตกต่ำทำให้ธุรกิจรับเหมาของตนต้องล้มลงทำให้เป็นหนี้กว่า 20 ล้านบาท แต่เมื่อคิดได้ว่าชีวิตนี้ยังไม่ สิ้นหวังจึงช่วยกันกับภรรยาทำน้ำผลไม้ น้ำสมุนไพรใส่ขวดออกจำหน่ายได้ระยะหนึ่ง จึงเริ่มไปเช่าที่ดินที่ อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ทำสวนมะม่วง 100 ไร่ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากมีแรงงานแค่ 2 คน ไม่เพียงพอในการทำสวนจึงลองเปลี่ยนมาเลี้ยงกุ้งซึ่งไม่ขาดทุนแต่ก็ไม่ได้ กำไรและยังไม่พอกับส่งดอกเบี้ยธนาคาร จึงตัดสินใจเลิกเลี้ยงกุ้งและขายสมบัติที่มีอยู่ทั้งหมดเพื่อนำเงินมาใช้ หนี้ แต่ก็ยังเหลืออีกจำนวนหนึ่งที่ยังคงค้างนิดหน่อย จึงมีความคิดว่าต่อจากนี้ต้องทำอะไรให้อยู่ได้ เน้นทำ ไว้สำหรับพออยู่พอกินก่อน เหลือจึง ค่อยขาย

ต่อมาจึงย้ายมาอยู่ที่ บ้านหนองเหียง ต.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งลูกได้ซื้อที่ดินไว้ 3 ไร่ ปลูกบ้าน และการทำเกษตรแบบผสมผสาน โดยแบ่งพื้นที่ปลูกไม้ผล ทำแปลงปลูกผักปลอดสารพิษ เช่น มะเขือ คะน้า กวางตุ้ง ถั่วฝักยาว บวบ พริกและอื่น ๆ อีกหลายชนิด แต่เนื่องจากพื้นที่บริเวณ ต.เขาหินซ้อน เป็นดินทรายจัดที่ขาดความอุดมสมบูรณ์ ปลูกพืชไม่เจริญงอกงามเท่าที่ควร ผลผลิตต่ำ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริร่วมกับกรมพัฒนา ที่ดิน จึงได้เข้าไปส่งเสริมให้มีการปรับปรุงดินโดยใช้อินทรียวัตถุและปุ๋ยอินทรีย์ ชนิดต่าง ๆ รวมทั้งการปลูก หญ้าแฝกเพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้นในดิน

หลังได้รับคำแนะนำก็ได้นำความรู้ที่ได้รับมาใช้ในการวางแผนการปลูกพืชผักต่าง ๆ ตามความเหมาะสมของดิน อย่างเป็นขั้นตอน โดยศึกษาสภาพภูมิอากาศสภาพแวดล้อม สภาพพื้นที่ว่าเหมาะกับการปลูกผักชนิดใด มีแหล่งน้ำเพียงพอในการดำเนินการหรือไม่ ใช้แรงงานในครัวเรือนแทนการใช้เครื่องจักร ดูแลพืชผักในแต่ละช่วงอายุอย่างใกล้ชิด คอยสังเกตและเอาใจใส่ไม่ให้โรคและแมลงรบกวน เมื่อพืชผักเป็นโรคจะนำชิ้นส่วนของพืชนั้นมาขอรับคำปรึกษาจากนักวิชาการ เพื่อหาวิธีการแก้ไข มีการศึกษาความต้องการของตลาดก่อนปลูกผักและนำวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรมา ผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์แล้วนำมาใช้ในแปลงของตนเอง นำหญ้าแฝกมาปลูกระหว่างแปลงผัก และนำใบหญ้าแฝกที่ตัดมาคลุมแปลงเพื่อรักษาความชุ่มชื้น ไม่มีการใช้สารเคมีทางการเกษตรในแปลงพืชผัก โดยคำนึงถึงผลเสียที่จะเกิดขึ้นจากการใช้สารเคมีต่อตนเอง บุคคลอื่นและสภาพแวดล้อมที่จะเสื่อมโทรมตามมา

เมื่อเรียนรู้และปฏิบัติจนเกิดความชำนาญด้านการลดใช้สารเคมีและเกษตรอินทรีย์ เขาจึงได้ถ่ายทอดความรู้ให้เพื่อนบ้านที่สนใจเป็นประจำโดยไม่หวงวิชาและไม่ คิดค่าใช้จ่ายจนได้รับการยกย่องให้เป็น ปราชญ์ชาวบ้าน อีกทั้งได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกผักปลอดสารพิษบ้านหนอง เหียง ได้รับเลือกให้เป็น เกษตรกรตัวอย่างด้านเศรษฐกิจพอเพียง จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ ทำหน้าที่เป็นวิทยากรบรรยายเรื่อง การดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง เป็นวิทยากรสาธิตการทำปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ สาธิตการปลูกผักปลอดสารพิษในพื้นที่ที่จำกัดแต่สามารถเลี้ยงตัวเองและครอบ ครัวได้ ส่งเสริมการนำหญ้าแฝกมาใช้ในพื้นที่ร่วมกับการปลูกผักปลอดสารพิษ โดยสาธิตเป็นแบบอย่างในพื้นที่ของตนเอง

“ทุกวันนี้ถึงแม้จะขายพืชผล ทางการเกษตรได้รายได้เดือนละไม่มาก เหมือนตอนเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง แต่ก็มีความพอใจกับชีวิตที่เป็นอยู่ มีความสุขกาย สุขใจ ได้อยู่กับสภาพแวดล้อมที่ปราศจากมลพิษ ถึงแม้จะมีหนี้สินอยู่บ้างแต่ก็ไม่เป็นทุกข์ ถ้าเรารู้จักใช้ชีวิตแบบพอเพียง” นายทิม กล่าว

เกษตรกรท่านใดที่กำลังท้อแท้กับอาชีพของตนเอง ทำแล้วไม่มีกำไรหรือกำลังจะมองหาอาชีพใหม่ ลองติด ต่อไปแลกเปลี่ยนประสบการณ์ตรงกับ นายทิม คณะเสน ได้ที่ บ้านหนองเหียง หมู่ 13 ต.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา โทร.08-9607-4067 หรือสถานีพัฒนาที่ดินที่ตั้งในจังหวัดใกล้บ้าน

ที่มา เดลินิวส์