ทำเกษตรพอเพียงแค่เพียงพอ

งานตลาดนัดเศรษฐกิจพอเพียง

เกษตรกรและคนทั่วไปที่อยากปลดแอกตัวเองและหันมาทำเกษตรอย่างจริงจัง แต่ยังไปไม่รอด และรัฐก็ให้แนวทางในเรื่องของการปฏิรูประบบการเกษตรไว้ว่า ให้เน้นคุณภาพชีวิตในครอบครัวก่อนจะเน้นในเรื่องตลาด

อาจกล่าวได้ว่าแนวคิดนั้น เหมือนกับแนวคิดดั้งเดิมในเรื่องของ เกษตรพอเพียง ที่ในหลวงท่านดำริมาตั้งนานมาแล้ว

ความพอเพียงเป็นเรื่องที่ขาดไปไม่ได้ของการทำอาชีพหรือลงทุนทำธุรกิจที่จะไม่มุ่งหวังเพื่อที่จะหากำไรทุกรูปแบบ แต่เพราะการลงทุนย่อมต้องมีความหวัง และมีผลตอบแทนเป็นปัจจัยหลักเพื่อความอยู่รอด เกษตรกรเป็นคนที่ผลิตพืชผลทางการเกษตร ผลิตสัตว์ต่างๆออกมา โดยเน้นในเรื่องของ การตลาด ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับ ผลกำไร

ก็เพราะหวังกำไรและส่วนต่างจากการขายได้นี่แหละ เป็นทุนสำหรับดำเนินกิจการและครอบครัวให้อยู่รอดได้ ในเมื่อทุกอย่างต้องมีการลงทุน กำไรจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในระบบการเกษตรปัจจุบัน ในเมื่อราคาเป็นตัวกำหนดความอยู่รอด จึงเป็นเรืองยากที่จะเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินตามวิถีชีวิตเดิม

เกษตรอินทรีย์แบบพอเพียง

เหตุผลที่ว่าทำไมการสำรวจในหลายครั้ง มักพบว่าเกษตรกรไทยยังคงเป็นหนี้อย่างมากมาย ก็เพราะไม่หลุดพ้นจากปัญหาและวงจรเดิมๆ …อยากหลุดพ้นแต่ต้องทำ หรือกลัวการเปลี่ยนแปลง…

เหตุผลหลักที่ พอเพียง ไม่ได้

อันดับแรกปัญหาโดยรวมคือ เกษตรกรส่วนใหญ่ไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง ถือเป็นปัญหาใหญ่มาก เนื่องจากเกษตรส่วนใหญ่เช่าพื้นที่ทำการเกษตร ปลูกข้าว ปลูกพืชผลทางการเกษตรอื่นๆ เงินที่ได้มาก็ต้องจ่ายคืนนายทุน เป็นค่าเช่า ค่าลงทุน ค่าดำเนินการต่างๆ มากมาย กำไรคือส่วนที่เหลือเล็กน้อยที่พอเยียวยาไปงวดต่องวด และเมื่อเงินหมุนเวียนไม่เพียงพอ หักเงินลงทุนในครั้งต่อไปไม่พอ ก็ต้องไปหาแหล่งเงินเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นเงินกู้นอกระบบ หรืออื่นๆ เพื่อนำเงินมาลงทุนซ้ำ และมักเป็นหนี้หมุนเวียนโดยไม่จบสิ้น

ทำเกษตรพอเพียงแค่เพียงพอ

ถัดมาคือ มีแหล่งเงินแต่ ใช้เงินผิดประเภท เกษตรกรส่วนใหญ่ใช้เงินที่กู้มาจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) มาใช้จ่ายอย่างอื่นแทนที่จะนำไปลงทุนในเรื่องต่างๆ จริงๆ เมื่อใช้อย่างอื่นไปเงินก็ไม่งอกเงย ก็ไม่สามารถสร้างรายได้ต่อยอดได้ เมื่อถึงกำหนดชำระก็ไม่มีจ่าย จึงหันไปพึ่งแหล่งเงินอื่น เป็นหนี้เพิ่มเข้าไปอีก

และเหตุผลอื่นที่การลงทุนมากกว่าผลกำไรที่ควรจะได้

ทางรอดคือ เกษตรพอเพียง

ปลดหนี้อย่างไรให้เกษตรกรไทยก้าวหน้า ลองหันมามองปรัชญา เกษตรพอเพียง ที่สามารถให้เกษตรกรที่มีพื้นที่เพียงเล็กน้อยสร้างรายได้อย่างมหาศาลโดยไม่ตั้งใจ (เกษตรพอเพียง 1 ไร่) เพราะอะไรที่ทฤษฎีเกษตรพอเพียงสามารถสร้างรายได้อย่างมากมาย นั่นเพราะเป็นการผลิตโดยใช้ต้นทุนต่ำ ทุกอย่างอยู่ในความพอเพียงและพอดี ผลิตผลทุกอย่างกินได้ ทำอาหารได้ รายจ่ายในครอบครัวก็จะลดลงไปตามลำดับ ส่วนผลผลิตที่เหลือก็สามารถขายได้เป็นกำไรต่อไป

เกษตรอินทรีย์ กับระบบ Symbiosis

เรียกว่า เน้นคุณภาพชีวิตและครอบครัว ก่อนจะเน้นในเรื่องของตลาด สวนทางกับความคิดที่ว่า ไม่ทำจะเอาอะไรกิน จริงๆ แล้วการทำแต่น้อยและพอกิน ก็อยู่รอดได้มากกว่าการทำเยอะแล้วขาดทุน

ทุกวันนี้ถ้าอยากรวยต้องลองทำเกษตร แนวคิดที่ว่าต้องลงทุนทำการเกษตรที่ใช้เงินจำนวนมาก ใช้พื้นที่จำนวนมาก เปลี่ยนรูปแบบไปจากเดิมแล้ว เพราะเมื่อเกิดปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น น้ำท่วม ผลผลิตราคาตกต่ำ เกิดโรคระบาด ฯลฯ ก็เกิดการขาดทุนอย่างมากมายมหาศาล

ทำเกษตรพอเพียงแค่เพียงพอ

ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตและการดำเนินการใหม่ อาจต้องใช้เวลาในการปลดหนี้ แต่ไม่ใช่ไม่ทำเลย ทำแต่ค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากเล็กๆ ทำเกษตรพอเพียง แค่เพียงพอ พอมีคุณภาพ มีความรู้แน่น ค่อยขยับขยายออกไปเรื่อยๆ เน้นในเรื่องคุณภาพชีวิต โครงสร้างครอบครัว เพื่อความอยู่รอดก่อนเป็นอันดับแรก เมื่อชีวิตมีความสุข ความคิดในเรื่องคุณภาพก็ตามมา เมื่อผลผลิตมีคุณภาพ ตลาดก็จะตามมา เมื่อตลาดตามมา อย่าลืมหันกลับมามองจุดที่ผ่านมา รับรอง ไปได้สวยหรูแน่นอน