ต้นแบบ ไบโอดีเซล ที่พึ่งประชาชนยุคน้ำมันแพง

น้ำมันแพงขึ้นทุกวัน ไม่ว่าจะน้ำมันให้คนกิน หรือน้ำมันให้เครื่องจักรกิน เฮ่อ ยุคน้ำมัน (ปาล์ม) แพงแบบนี้ มีต้นแบบ ไบโอดีเซล จากพระราชดำริสู่ที่พึ่งประชาชนมานำเสนอ ในช่วงที่สังคมสนใจ กับปัญหาน้ำมันปาล์มขาดตลาดจนต้องมีการแก้ไขปัญหาด้วยการเข้ามาจากต่าง ประเทศ เนื่องจากผลผลิตปาล์มน้ำมันขาดแคลนจนทำให้โรงงานผู้ผลิตปาล์มน้ำมันหลายแห่ง ต้องหยุดการผลิตชั่วคราว ทั้งในส่วนของน้ำมันไบโอดีเซล และปาล์มน้ำมันเพื่อการบริโภค จนต้องส่งผลกระทบต่อไปยังประชาชนผู้บริโภคเดือดร้อนไปด้วย

ทว่าปัญหานี้ได้รับการยก เว้นสำหรับที่สถานวิจัยและพัฒนาพลังงานทดแทนจากน้ำมันปาล์มและพืชน้ำมัน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เพราะด้วยอัจฉริยภาพและสายพระเนตรอันยาวไกลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มีพระราชดำริให้ศึกษาเกี่ยวกับพืชพลังงาน หรือ ไบโอดีเซล พร้อมกับได้สนับสนุนให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ศึกษาค้นคว้าวิจัยอย่างต่อเนื่องจนนำมาสู่การจัดตั้งสถานีวิจัยพลังงานทดแทน จากน้ำมันปาล์มและพืชน้ำมันเพื่อรองรับการวิจัยในปี 2544 กระทั่งกลายเป็นโรงงานต้นแบบไบโอดีเซล อันเป็นรากฐานสำคัญให้อุตสาหกรรมพลังงานทดแทนที่สำคัญอยู่ในเวลานี้


รศ.ดร.ชาคริต ทองอุไร ผู้อำนวยการสถานวิจัยและพัฒนาพลังงานทดแทนจากน้ำมันปาล์มและพืชน้ำมัน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.หาดใหญ่) กล่าวว่า วันนี้สถาบันวิจัยเฉพาะทางไบโอดีเซล ได้สืบสานพระราชปณิธาณตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการสร้างโรงงานผลิตเมทิลเอสเตอร์ขนาด 1,000 ลิตรต่อวัน ซึ่งตั้งอยู่ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ นอกจากนี้ยังมีการวิจัยตรวจสอบวิเคราะห์คุณภาพไบโอดีเซล ขณะเดียวกันสถาบันวิจัยเฉพาะทางไบโอดีเซล ยังเป็นต้นแบบที่นำไปสู่โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาโรงงานต้นแบบกรผลิตไบโอดีเซลเชิงพาณิชย์ ขนาดกลางกำลังผลิต10,000 ลิตรต่อวัน ที่จ.สุราษฎร์ธานี และจ.กระบี่ รวมไปถึงโครงการพัฒนาเทคโนโลยีและก่อสร้างโรงงานผลิตไบโอดีเซลกับ Namhung Constuction Co., Ltd, ประเทศเกาหลีใต้

ต้นแบบ ไบโอดีเซล ที่พึ่งประชาชนยุคน้ำมันแพง Filling up at Propel Biodiesel

“จากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เกี่ยวกับไบโอดีเซลเมื่อหลายสิบปีก่อนวันนี้ได้กลายเป็นจุดที่นำไปสู่การวางรากฐานเกี่ยวกับพลังงานทางเลือกอันสำคัญในพสกนิกรชาวไทย” รศ.ดร.ชาคริต กล่าว

รศ.ดร.ชาคริต ระบุว่า ปัจจุบันสถานีแห่งนี้มีกำลังผลิตอยู่ที่ประมาณ 1,000 ลิตรต่อวัน และพร้อมให้บริการน้ำมันไบโอดีเซลแก่ ผู้ใช้รถตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น.ทุกวัน โดยการจำหน่ายจะคิดในอัตราราคาลิตรละ 24 บาทเท่านั้น ซึ่งถูกกว่าราคาท้องตลาดประมาณลิตรละ 6 บาท ทำให้มีลูกค้าเฉพาะกลุ่มหลักที่จับจองและมาใช้บริการทางเลือกไบโอดีเซลแห่ง นี้เป็นประจำเฉลี่ยประมาณ 100 ราย ซึ่งประกอบไปด้วยอาจารย์ภายในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ข้าราชการ และประชาชนทั่วไป รวมถึงโรงงานอุตสาหกรรมใน จ.สงขลา เช่น โรงงานโชติวัฒน์ ซึ่งจะนำไปใช้ในส่วนของยานพาหนะที่ใช้ในการขนส่งสินค้าภายในโรงงาน

“แม้พิจารณาจากตัวเลขของลูกค้าที่ดูเหมือนจะอยู่ในสัดส่วนน้อยมากเมื่อ เทียบกับสถานีบริการอื่นๆ แต่สถานีแห่งนี้มีเป้าหมายที่ชัดเจนคือ ไม่ได้มุ่งหวังกำไรเชิงพาณิชย์ แต่อยากให้เป็นต้นแบบการศึกษาพลังงานทดแทนทางเลือกใหม่ๆ ให้ประชาชน และที่สำคัญให้อยากเป็นตัวอย่างให้หน่วยงานและผู้ประกอบการต่างๆ ได้เห็นถึงวิถีแห่งการอยู่รอดในธุรกิจประเภทนี้ที่ต้องมีการบริหารจัดการที่ ดีและมีระบบเพื่อให้ธุรกิจหลักสามารถยืนอยู่ได้ โดยไม่ต้องกังวลใจกับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตราคาสูงทำให้กระทบต้นทุนการผลิต รวมถึงวัตถุดิบขาดแคลนจนทำให้ธุรกิจต้องประสบปัญหา” รศ.ดร.ชาคริต กล่าว


เฉกเช่นในปัจจุบันนี้ที่สังคมให้ความสนใจปัญหาผลผลิตปาล์มน้ำมันขาดแคลน แต่สำหรับสถานีวิจัยแห่งนี้ได้ปรับทิศทางการจัดการ โดยหันไปรับซื้อน้ำมันที่ใช้แล้วในราคากิโลกรัมละ 15บาท เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการแปรรูปให้เป็นน้ำมันไบโอดีเซลเพื่อ ทดแทนปาล์น้ำมันขาดแคลน จนทำให้วันนี้สัดส่วนของวัตถุดิบการผลิตน้ำมันไอโบดีเซลที่นี่ประมาณ 80% มาจากน้ำมันใช้แล้วเป็นวัตถุดิบหลักทำให้โรงงานผลิตแห่งนี้ไม่ได้รับผลกระทบ จากการขาดแคลนปาล์มน้ำมัน ขณะเดียวกันกลุ่มลูกค้าหลักก็ยังใช้บริการตามปกติ

BioDiesel ต้นแบบ ไบโอดีเซล ที่พึ่งประชาชนยุคน้ำมันแพง

“การบริหารจัดการของโรงงานยึดหลักการพัฒนาที่สอดรับกับแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่มุ่งเน้นให้ทุกภาคส่วนยืนอยู่ได้ในทุกสถานการณ์ ขณะเดียวกันเราไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาหาองค์ความรู้ใหม่ๆ อยู่เสมอ ล่าสุดกำลังศึกษาวิจัยการผลิตไบโอดีเซลที่ได้จากเอทานอล ทดแทนเมทานอล เพื่อให้สามารถนำพืชชนิดอื่นที่ให้พลังงานทดแทนมาแปรรูปเป็นไบโอดีเซลได้เพื่อเพิ่มความหลากหลายกว่าที่มีอยู่ในปัจจุบัน” รศ.ดร.ชาคริต กล่าว

ลูกค้ามั่นใจไบโอดีเซลพยุงชีวิตฝ่าวิกฤติชาติ

บุษกร โลหะจินดา แม่ค้าในตลาดปัตตานี ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่เขตเมือง จ.ปัตตานี เปิดเผยว่า เป็นลูกค้าประจำสถานีบริการไบโอดีเซล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ แห่งนี้มานานกว่า 4 ปีแล้ว โดยจุดเริ่มต้นที่หันมาใช้บริการ เนื่องจากทราบข่าวว่าเป็นโครงการที่เกิดขึ้นมาจากแนวพระราชดำริของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงมั่นใจว่าเป็นของดีและที่สำคัญช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในยุคที่น้ำมันมีราคา สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

บุษกรกล่าวต่อว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมารถยนต์คู่ใจที่ใช้ทำมาหากินไม่เคยมีปัญหาเรื่อง เครื่องยนต์เลยแม้แต่น้อย จึงเริ่มที่จะแนะนำพรรคพวกเพื่อนฝูงให้หันมาใช้บริการ จนขณะนี้บรรดาผู้ประกอบอาชีพค้าขายในตลาดปัตตานีหลายรายได้หันมาพึ่งพาไบโอดีเซลของ ม.อ.เป็นจำนวนมาก เพราะมีราคาถูกและคุณภาพดี แถมช่วยลดรายจ่ายได้เป็นจำนวนมาก

“ปกติมาซื้อของที่หาดใหญ่เพื่อไปขายในปัตตานีก่อนกลับก็จะแวะเติมไบโอดีเซลที่ ม.อ.เต็มถังและเติมบรรจุแกลลอนกลับไปใช้ที่บ้านด้วยเป็นประจำ” บุษกรกล่าว

แม่ค้าเศรษฐกิจพอเพียงจากปัตตานีรายนี้บอกอีกว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ สำหรับชีวิตคนหาเช้ากินค่ำการได้มีไบโอดีเซลคุณภาพ ดีและราคาถูกของ ม.อ.หาดใหญ่ เพราะถือเป็นหนึ่งในหนทางที่ช่วยพยุงให้ชีวิตก้าวเดินฝ่าภาวะวิกฤติทาง เศรษฐกิจที่สินค้าทุกประเภทมีราคาพุ่งสูงได้เป็นอย่างดี

ที่มา คมชัดลึก