ต่อยอด พริกชี้ฟ้า ได้ผลใหญ่ ลูกดก

ขึ้นชื่อว่าพริก ก็เผ็ดเป็นธรรมดา แต่มีหลายชนิดที่ไม่เผ็ด สามารถรับประทานเปล่าๆ ได้แบบไม่ต้องแสบร้อนในปาก เนื่องจากพริกส่วนใหญ่มีสรรพคุณทางยา ป้องกันหลอดลมอักเสบ แผลในกระเพาะอาหาร ทำลายเชื้อแบคทีเรีย ลดก๊าซที่เกิดจากการย่อยอาหาร ลดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อท้องที่เกิดจากอาการท้องอืดเฟ้อ

และป้องกันหวัด ในพริกชี้ฟ้า ประกอบด้วย โปรตีน เส้นใยอาหาร วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินซี แคลเซียม และธาตุเหล็ก

พริกชี้ฟ้าเม็ดใหญ่

การนำไปใช้ พริกชี้ฟ้าแห้ง มักใช้พริกสีแดงนำมาตากแห้ง โขลกใส่น้ำพริกแกงต่างๆ นำไปคั่วหรือเผาไฟให้หอมในต้มโคล้ง ต้มยำ พริกชี้ฟ้าสดมีสีเขียว สีแดง สีเหลือง ซึ่งมีเหลืองมีความเผ็ดมากกว่าสีอื่น จึงนิยมมาโขลกกับกระเทียมใส่ในผัดเผ็ด ส่วนสีแดงและสีเขียวนำมาหั่นแฉลบใส่ในแกงเผ็ด แกงเขียวหวาน ผัดพริก หรือหั่นเป็นแว่นใส่ในเครื่องจิ้มประเภทหลนและดองในน้ำส้มสายชูเป็นเครื่อง ปรุงรสก๋วยเตี๋ยว

ต่อยอด พริกชี้ฟ้า ได้ผลใหญ่ ลูกดก

ต่อยอดเมล็ดพันธุ์พริกชี้ฟ้า เกษตรกรที่อุบลฯ พิสูจน์แล้วได้ผลใหญ่ ต้นอึด ลูกดก

จังหวัดอุบลราชธานี ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตพริกชั้นดีป้อนสู่ตลาดทั่วประเทศมาช้านาน แต่เกษตรกรผู้ปลูกพริกส่วนใหญ่ ยังประสบปัญหาที่พบบ่อยคือ ไม่ทนทานต่อโรค ผลไม่ดก และไม่ได้น้ำหนักตามที่ตลาดต้องการ แต่เมื่อมีการวิจัยและทดลองนำพริกลูกผสมพันธุ์เรดฮอท TA100 ของบริษัท เพื่อนเกษตรกร จำกัด มาปลูก ปัญหาทั้งหมดก็ได้รับการแก้ไข ทำให้เกษตรกรที่มีพื้นที่ปลูกพริกเพียงไร่เศษๆ มีรายได้จากการปลูกพริกปีหนึ่งนับแสนบาท

ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร คงต้องลองไปฟัง คุณอุดม สายแวว เกษตรกรคนขยัน แห่งบ้านทุ่งใหญ่ หมู่ที่ 9 ตำบลขี้เหล็ก อำเภอเมือง ซึ่งเป็นเกษตรกรผู้ปลูกพริกมานานกว่า 10 ปี

คุณอุดมเล่าว่าในอดีตนำพริกพันธุ์พื้นเมืองมาปลูก ซึ่งให้ผลดีเช่นกัน แต่ไม่เป็นที่ต้องการของตลาด เพราะมีผลใหญ่เกินไปและเผ็ดมาก ประกอบกับให้ผลห่าง รวมทั้งไม่ทนต่อโรค ทำให้การปลูกแต่ละครั้งไม่คุ้มค่ากับการลงทุน จึงหันไปปลูกพืชชนิดอื่นทดแทน เช่น ผักบุ้ง พริกหยวก และปลูกข้าว

ต่อยอด พริกชี้ฟ้า ได้ผลใหญ่ ลูกดก

กระทั่งเมื่อปี 2553 ที่ผ่านมา บริษัท เพื่อนเกษตรกร จำกัด นำพริกพันธุ์เรดฮอท TA100 มาให้ทดลองปลูก โดยขั้นแรกได้นำเมล็ดพันธุ์เพาะลงในถาดประมาณเดือนกันยายน และเมื่อต้นพริกเริ่มโตได้ที่ประมาณเดือนตุลาคม ก็นำกล้ามาลงในหลุมที่ขุดไว้ หลุมละ 2 ต้น เพื่อให้ต้นพริกโตเป็นทรงพุ่มคลุมพื้นที่ ไม่มีวัชพืชมารบกวน รวมทั้งต้นจะไม่สูง จึงไม่มีปัญหาต้นล้มหากเกิดมีลมพัดแรง และยังประหยัดเนื้อที่ใช้ในการปลูก โดยต้นพริกจะปลูกห่างกันประมาณ 10-15 เซนติเมตร

การให้น้ำ 1 ครั้ง ก็เว้นระยะไปอีก 2-3 วัน จึงให้อีกที ส่วนปุ๋ยขี้ไก่ก็ให้ประมาณ 15 วัน ต่อครั้ง โดยช่วงที่ต้องดูแลต้นพริกอย่างใกล้ชิดคือ ช่วงที่ยังเป็นต้นอ่อน ต้องหมั่นตรวจสอบแปลงปลูกไม่ให้ถูกรบกวนโดยศัตรูพืช พร้อมฉีดยาป้องกันจนต้นพริกโตเต็มที่ ก็จะไม่มีปัญหาเรื่องโรคมารบกวนอีก

สำหรับต้นพริกพันธุ์เรดฮอท TA100 คุณอุดมบอกว่า เมื่อต้นพริกมีอายุได้ประมาณ 60 วัน ก็พร้อมให้ผลผลิต ชนิดเรียกว่าดกเอามากๆ เพราะแต่ละช่วงของก้านจะมีความถี่ของผลพริก ซึ่งลักษณะของลำต้นพริกเช่นนี้ นอกจากให้ผลขนาดสม่ำเสมอกันทั้งต้นตลอดอายุแล้ว ยังมีผลเรื่องน้ำหนักต่อต้นดีเยี่ยม รวมทั้งการแทงยอดต่อเนื่อง ทำให้การเก็บผลผลิตสามารถทำได้ตลอด โดยสวนของคุณอุดมจะเก็บผลผลิตของพริกไล่กันเป็นรุ่น เฉลี่ย 5-6 วัน ต่อครั้ง สวนขนาด 1 ไร่ ที่ปลูกต้นพริกจำนวน 5,000 ต้น จึงให้ผลผลิตเป็นน้ำหนักถึง 1 ตัน ต่อครั้ง

ปัจจุบันราคาพริกชี้ฟ้าที่ตลาดรับซื้อในเดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่กิโลกรัมละ 15 บาท เมื่อหักค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าแรง ค่าปุ๋ย คุณอุดมจะมีรายได้เหลืออยู่ 6 บาท ต่อกิโลกรัม เดือนหนึ่งมีรายได้จากการขายพริกกว่า 20,000 บาท แต่การปลูกพริกที่จังหวัดอุบลราชธานี จะทำกันอยู่ 5-6 เดือน เมื่อฝนมาก็จะหยุด เนื่องจากพริกจะไม่ให้ผลดีเท่าที่ควร เกษตรกรผู้ปลูกพริก จะหันไปปลูกพืชชนิดอื่นแทน แต่ผลดีที่ตามมาก็คือ ดินที่เคยใช้ปลูกพริกจะยังคงมีความชุ่มชื้นอุดมสมบูรณ์ ทำให้การปลูกพืชอื่นเจริญงอกงาม เก็บผลผลิตได้ดี และเมื่อหมดฤดูฝนแล้ว กลุ่มเกษตรกรบ้านทุ่งใหญ่ก็จะกลับมาปลูกพริกสร้างรายได้ให้ครอบครัวกันอีกครั้ง

ต่อยอด พริกชี้ฟ้า ได้ผลใหญ่ ลูกดก

ทำให้จังหวัดอุบลราชธานี และพื้นที่ภาคอีสานได้ชื่อเป็นดินแดนแห่งพริกที่ราบสูง ซึ่งใช้หล่อเลี้ยงความเผ็ดลิ้นในการปรุงอาหารของทุกครัวเรือนในประเทศไทยมา ช้านาน

ทั้งหมดคือ คำบอกเล่าจากเกษตรกรผู้ปลูกพริก ซึ่งเล่าให้ฟังด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มจากผลผลิตที่ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย คราวนี้ ลองมาดูผลการวิจัยทดลองทางวิชาการในการปลูกพริกพันธุ์เรดฮอท TA100

คุณ ภุชงค์ บุณยมณี ผู้จัดการเขตภาคอีสาน บริษัท เพื่อนเกษตรกร จำกัด เล่าว่า การคิดค้นทำเมล็ดพันธุ์พริกพันธุ์เรดฮอท TA100 เพราะบริษัทมองเห็นความจำเป็นในการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพริกที่ตรงตามความ ต้องการของตลาด เพื่อให้ผลผลิตของเกษตรกรมีแหล่งรับซื้อไปจำหน่าย

การค้นคว้ายังเน้นเรื่องผลตอบแทนด้านน้ำหนักคือ พริกต้องมีผลดก มีขนาดผลพอดี และให้ผลผลิตให้เกษตรกรเก็บขายได้อย่างต่อเนื่อง เพราะถ้าเป็นพริกพันธุ์พื้นเมือง นอกจากผลไม่ดกแล้ว จะให้ผลใหญ่เฉพาะช่วงแรก และผลจะเล็กลงเรื่อยๆ จนไม่เป็นที่ต้องการของตลาด

ประการต่อมาคือ ต้องทนต่อโรค เพื่อไม่ให้ผลผลิตที่รอการเก็บเกี่ยวเสียหายจากโรคระบาด ซึ่งจะทำให้เกษตรกรขาดทุนจากการเพาะปลูกในแต่ละครั้ง ผลจากการทดลองของบริษัทพบว่า พริกพันธุ์เรดฮอท TA100 มีคุณสมบัติครบถ้วน สามารถตอบสนองความต้องการของตลาด เกษตรกรผู้ปลูกได้รับประโยชน์เต็มที่จากการลงทุนเพาะปลูกแต่ละครั้ง

จากการเก็บตัวอย่างของนักทดลองพบว่า ต้นพริกเรดฮอท TA100 ที่มีอายุ 2 เดือน 1 ต้น ให้น้ำหนัก 1.8 กิโลกรัม ส่วนพริกพันธุ์ทั่วไปให้น้ำหนัก 1.5 กิโลกรัม ต่อต้น ซึ่งให้น้ำหนักต่างกันถึง 3 กรัม ต่อต้น จากน้ำหนักที่แตกต่างกันนี้ ก็คือผลกำไรที่เกษตรกรที่ปลูกพริกพันธุ์เรดฮอท TA100 ได้รับเพิ่มขึ้น

ผู้จัดการเขตภาคอีสาน บริษัท เพื่อนเกษตรกร จำกัด ยังกล่าวอีกว่า บ้านทุ่งใหญ่ ตำบลขี้เหล็ก อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี นับเป็นพื้นที่ปลูกพริกแหล่งใหญ่ที่สุดของจังหวัด นอกจากบริษัทจะให้การสนับสนุนปลูกพริกแล้ว ยังมีการประสานพ่อค้าที่รับซื้อพริกจากจุดต่างๆ ให้มาพบกับเกษตรกรโดยตรง เพื่อให้ราคารับซื้อไม่ต้องผ่านคนกลาง ซึ่งส่งผลให้เกษตรกรสามารถขายผลผลิตได้ในราคาที่เป็นจริงของตลาดในขณะนั้น ด้วย

สำหรับเกษตรกรในพื้นที่อื่น สนใจปลูกพริกสร้างรายได้เพิ่มอีกทางหนึ่ง สามารถโทรศัพท์พูดคุยสอบถามขั้นตอนกระบวนการปลูกพริกให้ได้ผลผลิตดีจาก คุณอุดม สายแวว ที่หมายเลขโทรศัพท์ (087) 956-5082 หรือกลุ่มเกษตรกรอยากได้รับการสนับสนุนก็ลองโทรศัพท์หารือกับ คุณภุชงค์ บุณยมณี ผู้จัดการเขตภาคอีสาน บริษัท เพื่อนเกษตรกร จำกัด ที่หมายเลขโทรศัพท์ (053) 406-333 (083) 765-7770 ดูนะครับ