ด้วงแรด-ด้วงไฟ ปัญหาในสวนมะพร้าว

โดยเฉพาะด้วงแรด ด้วงไฟ มักจะมีปัญหากับชาวสวนมะพร้าวเป็นอย่างยิ่ง ในช่วงปี 2547 มีข่าวว่าแมลงดำหนามซึ่งเป็นแมลงจากต่างประเทศเข้ามาทำลายสร้างความเสียหายให้แก่สวนมะพร้าวในพื้นที่ปลูกสำคัญของประเทศไทยหลายจังหวัด จนถึงขณะนี้พบการระบาดถึง 10 จังหวัดคิดเป็นพื้นที่รวมประมาณ 3 แสนไร่ การกำจัดแมลงดำหนามนั้น วิธีที่ดีที่สุดที่ซึ่งใช้ได้ผลแล้วในประเทศเวียดนาม ที่เผชิญกับการระบาดของศัตรูร้ายตัวนี้ คือ การกำจัดโดยวิธีทางชีวภาพ หรือ ใช้แมลงกำจัดแมลง กรมวิชาการเกษตรจึงได้นำเข้าตัวแตนเบียนหนอนจากประเทศเวียดนามเพื่อนำมาเพาะเลี้ยงและนำไปปล่อยในสวนมะพร้าวที่พบการระบาดของแมลงดำหนาม โดยได้มีการปล่อยแตนเบียนหนอนครั้งแรกที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นแหล่งปลูกมะพร้าวที่สำคัญของประเทศไทย ที่พบการระบาดรุนแรงเกือบ 1 แสนไร่

ด้วงแรด ด้วงไฟ

ภายหลังที่ได้มีการปล่อยแตนเบียนหนอนเข้าไปยับยั้งการระบาดของแมลงดำ หนาม ปรากฏว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจ เพราะนอกจากแตนเบียนหนอนจะสามารถกำจัดแมลงดำหนามได้ ผลแล้วยังสามารถยุติไม่ให้มีพื้นที่การระบาดเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งขณะนี้ที่เกาะสมุยมีต้นมะพร้าวที่ถูกทำ ลายจากแมลงดำหนามเริ่มฟื้นตัวแล้วประมาณ 27 เปอร์เซ็นต์ โดยสังเกตได้จากทางมะพร้าวที่ขึ้น มาใหม่ หากใบมีสีเขียวแสดงว่ามะพร้าวเริ่มฟื้นตัวแล้ว โดยภายใน 1 เดือนมะพร้าวจะมีใบใหม่อ อกมา 1 ใบ ดังนั้นหากมะพร้าวถูกแมลงดำหนามทำลายไป 6 ใบจะต้องใช้เวลา 6 เดือนจึงจะ สามารถขึ้นมาทดแทนใบเดิมที่ถูกทำลายได้

นายอดิศักดิ์ ศรีสรรพกิจ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เล่าให้ฟังว่า ขณะนี้สถานการณ์การระ บาดของแมลงดำหนามไม่น่าเป็นห่วงเท่ากับการระบาดของด้วงแรดและด้วงงวง หรือที่ชาวบ้าน เรียกว่าด้วงไฟ เนื่องจากแมลงดำหนามจะทำลายต้นมะพร้าวโดยการกัดกินที่ผิวใบและยอดอ่อนทำ ให้ใบมะพร้าวเป็นสีขาว ผลผลิตลดลงและทัศนียภาพไม่สวยงาม ในขณะที่ด้วงแรดจะเข้าทำ ลายต้นมะพร้าวโดยการกัดที่คอมะพร้าวซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญของต้นมะพร้าวจน เป็นแผล จากนั้นด้วง ไฟจะเข้าไปวางไข่และอาศัยอยู่ในคอมะพร้าว ทำให้ใบมะพร้าวหุบลงและคอมะพร้าวหักและยืน ต้นตายในที่สุด ดังนั้นหากด้วงแรดและด้วงไฟเข้าไปทำลายต้นมะพร้าวเมื่อใดความเสียหายจะรุน แรงกว่าแมลงดำหนามแน่นอน

ด้วงแรดจะอาศัยอยู่ตามเศษซากพืชต้นมะพร้าวที่โค่นล้มทับถม หรือขยะที่กองสุมอยู่ใต้ต้นมะ พร้าว ดังนั้นเกษตรกรต้องหมั่นตรวจและดูแลบริเวณสวนมะพร้าวให้สะอาดอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้เป็น ที่ขยายพันธุ์ของด้วงแรด และไม่ให้เป็นที่สะสมแหล่งขยายพันธุ์ของด้วงแรด เช่น กองปุ๋ยคอก ปุ๋ย หมัก ขุยมะพร้าว และกองขยะ รวมทั้งกำจัดตอมะพร้าว มะพร้าวที่ยืนต้นตาย หรือโค่นทิ้งไว้ ให้ หมดไปจากสวน หรืออาจใช้วิธีทำกับดักล่อโดยการใช้เชื้อราเขียวคลุกผสมกับวัสดุที่ใช้หมัก เป็นปุ๋ย เช่น ขี้เลื่อย ขุยมะพร้าว หรือมูลสัตว์ที่สลายตัวแล้ว อัตรา 200-400 กรัมต่อกองปุ๋ยหมัก ขนาด 2 x 2 x 0.4 เมตร แล้วรดน้ำให้ชุ่มชื้นเตรียมไว้ในบริเวณสวน วิธีนี้สามารถล่อให้หนอนด้วง แรดตัวเต็มวัยมาวางไข่เพื่อขยายพันธุ์แล้วทำการกำจัดได้

นอกจากนี้ยังสามารถนำต้นมะพร้าวที่ตายหรือโค่นทิ้งทำเป็นกับดักได้เช่น กัน โดยตัดเป็น ท่อนยาวประมาณ 120 เซนติเมตร วางไว้ในบริเวณสวนเพื่อชักนำให้ด้วงแรดมาวางไข่ภายใน ท่อน แล้วผ่าลำต้นเผาเพื่อทำลายหนอนได้ทั้งหมด หรือใส่ลูกเหม็นที่คอมะพร้าวบริเวณโคน ทางรอบยอดอ่อนทางละ 2 ลูก เมื่อมะพร้าวมีอายุ 3-4 ปี ประมาณ 6-8 ลูกทับต้น

ส่วนการกำจัดด้วงไฟถ้าเกษตรกรสามารถกำจัดด้วงแรดให้หมดไปจากสวนได้ก็จะ ไม่ทำให้ เกิดการระบาดของด้วงไฟ เพราะด้วงไฟจะเข้าทำลายต้นมะพร้าวได้ต่อมื่อมีการระบาดของด้วง แรดซึ่งทำให้เกิดบาดแผลและเป็นช่องทางให้ด้วงไฟเข้าไปขยายพันธุ์ ดังนั้นเกษตรกรจึงควรร่วม กันป้องกันและกำจัดศัตรูร้ายทั้ง 3 ชนิดของสวนมะพร้าวโดยการช่วยกันปล่อยแตนเบียนไปกำจัด แมลงดำหนาม พร้อมกับกำจัดแหล่งเพาะขยายพันธุ์ของด้วงแรดและด้วงไฟไปพร้อมกัน เพื่อฟื้นฟู ความสวยงามของสวนมะพร้าวให้กลับคืนมาโดยเร็วและเกิดความยั่งยืนตลอดไป

แตนเบียนหนอน (Glyptapanteles) จะวางไข่ครั้งละหลายสิบฟองบนตัวหนอนผีเสื้อ ซึ่งนี่อาจเป็นที่มาของชื่อมันนั่นเอง ตัวอ่อนของแตนจะดูดกินสารอาหารจากหนอนผีเสื้อจนกระทั่งพวกมันฟักเป็นตัวจน ถึงระยะเป็นตัวแก้วแล้วจึงเข้าดักแด้ใกล้ๆกับหนอนผีเสื้อ

ความมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้นในช่วงนี้เอง หนอนผีเสื้อยังคงมีชีวิตแต่มันจะยืนนิ่งอยู่กับที่คอยปกครองไม่ให้มีอะไร มารบกวนตัวอ่อนของแตนเบียนหนอนที่ฟักตัวระยะสุดท้ายในดักแด้ประหนึ่งว่าเป็น ทหารยามโดยไม่กระดิกกระเดี้ยวไปไหน หากมีอะไรเข้าใกล้ดักแด้ เจ้าหนอนผีเสื้อก็จะแกว่งตัวเข้าไปขวางทันที

อาร์นี่ แจนส์เสน (Arne Janssen) แห่งมหาวิทยาลัยอัมสเตอร์ดัม นำหนอนผีเสื้อ 2 กลุ่มมาทำการทดลองโดยให้ หนอนผีเสื้อกลุ่มแรกถูกไข่แตนเบียนหนอนดูดกินสารอาหารจากผิวหนังของมัน ส่วนหนอนผีเสื้อกลุ่มที่สองไม่ถูกไข่แตนเบียนหนอนรบกวน

หลังจากนั้นอาร์นี่นำหนอนทั้ง 2 กลุ่มมาวางบนกิ่งไม้ที่มีดักแด้แตนเบียนหนอนและนำแมลงชนิดต่างๆ มาทากาวติดไว้ การทดลองพบว่าหนอนผีเสื้อกลุ่มแรกที่ถูกไข่แตนตัวหนอนดูดกินสารอาหารจากผิว หนังจะแกว่งไกวตัวเข้าหาแมลงเหมือนพยายามขับไล่ ในขณะที่หนอนผีเสื้อกลุ่มที่สองกลับไม่ได้สนใจแมลงเหล่านั้น ยิ่งกว่านั้นหนอนกลุ่มที่สองบางตัวเดินข้ามตัวแมลงเหมือนกับมันมองไม่เห็นเลยด้วยซ้ำ

การทดลองของอาร์นี่เป็นการค้นพบว่านอกจากแตนเบียนหนอนจะใช้หนอนผีเสื้อ เป็นแหล่งให้อาหารตัวอ่อนแล้ว มันยังสะกดจิตให้หนอนผีเสื้อเป็นยามเฝ้าดักแด้อีกด้วย และมันยังเหลือเชื่อยิ่งขึ้นไปอีกที่หนอนผีเสื้อจะตายลงก่อนหรือหลังแตน เบียนหนอนฟักตัวออกจากดักแด้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น