ข้าว กข 49 ทำข้าวนึ่งได้ผลดี

ข้าว กข 49 เน้นทำข้าวนึ่ง

จากเนื้อหาบทที่แล้วว่ากันด้วยเรื่องของ ข้าวนึ่ง ที่เน้นในเรื่องของการส่งออก เนื่องจากตลาดในประเทศนั้นไม่ได้รับความนิยม แต่กลับเป็นที่ต้องการของต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่อยู่ในกลุ่มพื้นที่แห้งแล้ง เช่น ตะวันออกกลาง และบางส่วนของแอฟริกา รวมทั้งประเทศที่ประสบกับภัยธรรมชาติบ่อยครั้งอย่างบังคลาเทศ นั้นมีความต้องการข้าวนึ่งสูงมาก



พันธุ์ข้าวที่เหมาะจะนำไปทำข้าวนึ่งและส่งออกไปขายยังต่างประเทศ ต้องยกให้ กข 49 ข้าวพันธุ์ใหม่ที่สามารถต้านเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้ดี และเหมาะที่จะทำเป็นข้าวนึ่งได้เยี่ยมที่สุด

ข้าวพันธุ์ กข49

ข้าวพันธุ์นี้เป็นข้าวเจ้าสายพันธุ์ผสม ไม่ไวต่อช่วงแสง อายุการเก็บเกี่ยวสั้นเพียง 102-107 วัน ที่กรมการข้าวเพิ่งประกาศรับรองพันธุ์ไปเมื่อต้นปี 56 และมีคุณสมบัติเด่นในเรื่องการต้านเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลชนิดใหม่ที่กลายพันธุ์จากภาวะโลกร้อน ที่สำคัญให้ผลผลิตเฉลี่ยสูงถึง 733 กิโลกรัมต่อไร่ และจัดเป็นข้าวคุณภาพสูงที่สามารถผลิตเป็นข้าวสาร 100% ชั้น 1 ได้เลย นับว่าเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะนำไปทำ ข้าวนึ่ง เพื่อส่งออก และเป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ข้าวไทย ที่เป็นความหวังของชาวนาไทยในการลดความสูญเสียของ เพลียกระโดด ได้เป็นอย่างดี

ข้าวต้านเพลี้ยกระโดด

นับว่าข้าวไทยพันธุ์ กข49 เป็นข้าวต้านเพลี้ยกระโดดที่ดีที่สุดในปัจจุบันเลยทีเดียว เนื่องจากปัญหาการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ทำให้กรมการข้าวคิดค้นวิธีการใหม่ๆ ในการรับมือกับภัยครั้งนี้ ล่าสุดภายหลังการประชุมคณะกรรมการรับรองพันธุ์ข้าว ครั้งที่ 1 ประจำปี 56 คณะกรรมการฯ ก็ได้มีมติรับรองข้าวพันธุ์ กข 49 ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวที่มีการศึกษาวิจัยมานานเพื่อแก้ปัญหาเรื่องเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลโดยเฉพาะ

ข้าว กข 49 เน้นทำข้าวนึ่ง

ทั้งนี้พันธุ์ข้าว กข47 เดิม เป็นข้าวต้านเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ที่เริ่มไม่สามารถต้านทานได้อีกต่อไปเนื่องจากภาวะโลกร้อน ทำให้เพลี้ยเกิดการกลายพันธุ์ ซึ่งปกติเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลต้องใช้เวลาประมาณ 7 วันในการฟักไข่เป็นตัวอ่อนและใช้เวลา 16 วันในการลอกคราบเพื่อเจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัย นี่หมายถึงเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลสามารถเติบโตและแพร่พันธุ์ได้ 3 รุ่นต่อการทำนาหนึ่งรอบ

แต่เมื่อเกิดภาวะโลกร้อน ทำให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้น ระยะเวลาในการฟักไข่เป็นตัวอ่อนหดสั้นลงเหลือเพียงแค่ 3 วัน และจากตัวอ่อนไปเป็นตัวเต็มวัยใช้เวลาน้อยลงเหลือเพียง 12 วัน นั่นทำให้เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในสภาวะโลกร้อนปัจจุบันนี้ สามารถเติบโตและแพร่พันธุ์ได้เพิ่มขึ้นเป็น 5 รุ่นต่อหนึ่งรอบการทำนา แถมการใช้ปุ๋ยเคมีที่มีไนโตรเจนสูงอย่างต่อเนื่องจะเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อการเติบโตของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้เป็นอย่างดี

ข้าว กข 49 เน้นทำข้าวนึ่ง

สำหรับข้าวพันธุ์ กข49 ถือเป็นข้าวที่ดีที่สุดในปัจจุบัน โดยเฉพาะในด้านความต้านทานต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลชนิดที่กลายพันธุ์นี้ได้ และลำต้นของข้าวพันธุ์นี้จะมีความแข็งแรงมาก ไม่มีปัญหาต้นหักล้มเมื่อเจอแรงลมแรงเหมือนข้าวพันธุ์อื่น จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของข้าวพันธุ์ กข49 คืออายุการเก็บเกี่ยวสั้น เพียง 102-107 วันก็สามารถให้ผลผลิตได้แล้ว จึงเหมาะที่จะเป็นพืชนาปรังในเขตชลประทาน ขณะที่ผลผลิตต่อไร่สูงสุดที่เคยทำได้ในสภาพนาที่เหมาะสมและภายใต้วิธีการปลูกที่ถูกต้องคือ 939 กิโลกรัมต่อไร่ หรือเฉลี่ย 733 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงมาก โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับพันธุ์ข้าวพิษณุโลก 2 ถือว่า ข้าวพันธุ์ กข 49 ให้ผลผลิตที่สูงกว่ามาก

สำคัญกว่านั้นคือ ข้าวพันธุ์ กข 49 จัดเป็นข้าวที่มีคุณภาพเยี่ยมที่สามารถผลิตเป็นข้าวสาร 100% ชั้น 1 ได้ เนื่องจากมีอัตราส่วนของเมล็ดที่หักน้อยมาก จึงสามารถนำไปทำข้าวนึ่งส่งออกแทนพันธุ์ชัยนาท 1 ที่เคยได้รับความนิยมว่าเป็นข้าวนึ่งที่ดีที่สุดในโลกได้อีกด้วย

ข้าว กข 49 เน้นทำข้าวนึ่ง

เนื่องจากปัจจุบันอุตสาหกรรมข้าวนึ่งไทย เริ่มมีชื่อเสียงอย่างมากในต่างประเทศ โดยเฉพาะในด้านคุณภาพ จนกลายเป็นประเภทข้าวส่งออกที่สร้างรายได้ให้กับประเทศไม่ต่ำกว่าปีละ 40,000-50,000 ล้านบาททีเดียว

การคิดค้นพันธุ์ข้าว กข 49 จึงไม่ใช่เพียงการคิดค้นพันธุ์ข้าวใหม่ๆ เพื่อรับมือกับสภาวะโลกร้อนเท่านั้น แต่ยังเป็นการบูรณาการพันธุ์ข้าวที่ต้องคำนึงถึงตลาดด้วย เพื่อเป็นทางรอดของเกษตรกรไทยที่ปลูกข้าวแล้วมีตลาดรองรับแน่นอน อีกทั้งยังลดความเสี่ยงที่จะเกิดความสูญเสียของปัญหาแมลงศัตรูพืชชนิดใหม่ๆ อีกด้วย

อ้างอิง กข 49 จากนิตยสารข้าวไทย มีนาคม-เมษายน 2556
ภาพประกอบทาง internet