การปลูกผักกาดขาวปลี

ผักกาดเป็นผักที่ปลูกกันมากในประเทศจีนตอนใต้ อย่างเช่นในไต้หวัน และในประเทศจีนส่วนใหญ่ อย่างในหนังจีนหลายๆ เรื่องนิยมนำผักชนิดนี้มาประกอบอาหารรับประทานกันง่ายๆ

การปลูกผักกาดขาวปลี

เห็นได้มากมาย จึงนับว่าเป็นผักที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจเกือบทุกประเทศก็ว่าได้ ในไอซ์แลนด์นั้น มีการแข่งขันความใหญ่โตของหัวผักกาดด้วย ในประเทศไทยเองเนื่องจากมีผู้นิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลายจึงมีเกษตรกรหลายกลุ่มนิยมปลูกกันเป็นส่วนมาก

ผักกาดขาวปลี ประกอบไปด้วยคุณค่าทางอาหาร หลายชนิด เช่น ฟอสฟอรัส วิตามินเอ และวิตามินซี ค่อนข้างสูง มีกรดโฟลิค (folic acid) ที่มีบทบาทควบคุม ความเป็นปกติ ของทารกในครรภ์มารดาระยะ 3 เดือนแรก และช่วยกระบวนการ สังเคราะห์ สารพันธุกรรม DNA ทำให้เม็ดเลือดแดง แข็งแรง ถ้ามีกรดโฟลิค ไม่เีพียงพอ อาจทำให้ทารกพิการได้ โดยกระดูกสันหลังปิด ไม่สนิท นอกจากนี้ ผักกาดขาวปลี ยังช่วยย่อยอาหาร ขับปัสสาวะ แก้ไอ ขับเสมหะ และแก้พิษสุรา สามารถนำมาประกอบอาหาร ได้หลายชนิด เช่น ใส่ซุป ผัด ทำแกงจืด จิ้มน้ำพริก และยังสามารถ นำมาแปรรูปเป็นผักตากแห้ง ทำกิมจิ (ผักดองเกาหลี) ผักกาดดอง หรือนำมาตกแต่งจานอาหาร
การปฏิบัติดูแลรักษาระยะต่างๆของการเจริญเติบโต

การเตรียมกล้าผักกาดขาวปลีเพาะกล้าในถาดหลุม เพราะจะทำให้การเข้าปลีดีขึ้น ในช่วงฤดูฝน อาจใช้การหยอดเมล็ดได้ หากเป็นฤดูร้อน ควรเพาะในถาดหลุม อายุกล้าไม่ควรเกิน 21 วัน ซึ่งข้อควรระวังคือ การหยอดเมล็ดไม่ควรเกินหลุมละ 2 เมล็ด และช่วงเพาะกล้าควรมี การฉีดพ่นธาตุอาหารเสริม และโบรอนด้วย

การเตรียมดินปลูกผักกาดขาวปลี ขุดดินตากแดด อย่างน้อย 14 วัน เพื่อกำจัดโรค แมลงและวัชพืช ใส่ปูนขาวอัตรา 0-100 กรัม/ตร.ม. ทิ้งไว้ประมาณ 10 วัน ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 12-24-12 อัตรา 30 กรัม/ตร.ม. และปุ๋ยคอกอัตรา 1 กก./ตร.ม. เก็บเศษวัชพืชออกขึ้นแปลง ขนาด 1 ม.

การปลูกผักกาดขาวปลี มีข้อควรระวังคือ

  • ช่วงการเจริญเติบโต ระวังธาตุโบรอน ซึ่งจะแสดงอาการ กาบใบแตกเป็นรอยดำ หากเปียกจะเกิดโรคเน่าเละ และจำหน่ายไม่ได้ โดยฉีดพ่นทุก 10 วัน หลังจากย้ายปลูก
  • ระวังโรคใบจุด ที่เกิดจากเชื้อ Alternaria sp. ที่สามารถระบาด ได้อย่างรวดเร็ว และทำให้ใบเป็นจุดเล็กๆ ไม่สามารถจำหน่ายได้
  • ระวังการแทงช่อดอก ในช่วงอากาศเย็นโดยเฉพาะต้นกล้าที่ได้รับความเย็นจัดนานๆ เมื่อนำไปปลูกจะทำให้ แทงช่อดอก ได้ง่ายไม่เข้าหัว
  • ไม่ควรปลูกซ้ำที่เดิม
  • ในช่วงฤดูร้อน ควรให้น้ำโดยการปล่อยเข้าแปลง หากขาดน้ำ พืชจะชะงักการเจริญเติบโต มีผลต่อการเข้าปลี

การให้น้ำ ให้แบบสปริงเกอร์ หรือตามร่อง ทุก 1-2 วัน/ครั้ง

การให้ปุ๋ย 15-15-15 อัตรา 30 กรัม/ตร.ม. หรือ 46-0-0 อัตรา 30 กรัม/ตร.ม. หลังย้ายปลูก 15-20 วัน และ 13-13-21 อัตรา 30 กรัม/ตร.ม. หลังย้ายปลูก 25-30 วัน โดยให้มีการกำจัดวัชพืช พร้อมกับการให้ปุ๋ย

การเก็บเกี่ยว

  • เก็บเกี่ยวเมื่อมีขนาด และอายุ เหมาะสมพอดี ห่อปลีแน่น ใช้มีดตัดโคนต้น แล้วทาปูนแดงที่รอบตัด
  • ควรให้มีใบนอกเหลือ 2-3 ใบ
  • ฝึ่งให้แห้ง จัดมาตรฐาน และกำจัดหัวที่เน่า หรือถูกแมลงทำลาย

โรคแมลงศัตรูของผักกาดขาวปลี ที่สำคัญในระยะต่างๆของการเจริญเติบโต

  • ระยะกล้า 18-21 วัน ช่วงนี้ไม่ค่อยมีโรคแมลงรบกวน
  • ระยะย้ายปลูก-ตั้งตัว 21-28 วัน โรคราน้ำค้าง, โรคใบจุด, ด้วงหมัดผัก, หนอนกระทู้ดำ, หนอนใยผัก, หนอนคืบ, หนอนกระทู้
  • ระยะเข้าหัว 28-55 วัน โรคราน้ำค้าง, โรคใบจุด, โรคเน่าเละ, หนอนใยผัก, หนอนคืบ, หนอนกระทู้
  • ระยะโตเต็มที่ 55-56 วัน โรคราน้ำค้าง, โรคใบจุด, โรคเน่าเละ, หนอนใยผัก, หนอนคืบ, หนอนกระทู้

เพราะหลายๆ ส่วนของผักชนิดนี้นั้นสามารถรับประทานเป็นผักสดหรือใช้ประกอบอาหารอื่นๆ ได้มากมาย สามารถดูวิธี การปลูกผักกาดขาวปลี ได้จากที่นี่

เกษตรมือใหม่

เกษตรมือใหม่

เริ่มต้นจากการที่อยากปลูกผักกินเอง ปลูกมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นไอเดียที่หลากหลายและอยากนำมาแชร์กันให้รู้ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผักนะเออ