การปลูกมะละกอแบบโน้มต้น

การปลูกมะละกอ ต้นเอน โน้มต้น

มะละกอ ส่วนใหญ่เำกษตรกรมักปลูกกันแบบปกติคือต้นตั้งตรง ต้นเตี้ย ต้นสูง ก็ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และวิธีการปลูก แต่ก็ยังมีเทคนิคการปลูกมะละกอ หลายแบบที่เพิ่มผลผลิต สามารถเลือกสายพันธุ์มะละกอที่จะเก็บไว้ สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ง่าย และอื่นๆ อีกมากมาย การปลูกมะละกอแบบโน้มต้น ก็เป็น ภูมิปัญญาชาวบ้านอีกวิธีหนึ่งด้วย (ที่มา ตอนเทคนิคการปลูกมะละกอแบบโน้มต้น อ.พิมาย จ.นครราชสีมา อาจารย์ ทอง ธรรมดา (ประธานศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง วิสาหกิจชุมชนเพชรพิมาย))

วิธีการปลูกมะละกอโน้มต้น

การปลูกมะละกอ ต้นเอน โน้มต้นวิธีนี้ทำได้ไม่ยาก อาจเกิดจากความช่างสังเกตุของปราชญ์ชาวบ้าน การปลูกมะละกอ แบบนี้วิธีการคือ ต้นมะละกอที่ตั้งขึ้นนั้น สามารถโน้มไปแต่ละทิศได้ตามต้องการ โดยการโน้มต้นทีละนิดๆ พักทิ้งไว้ประมาณ 2 เดือน เพื่อให้ต้นมะละกอปรับตัว แต่หากโน้มมากต้นจะหักหรือโค่นได้ ในการโน้มนั้นหลังจากที่เราได้โน้มต้นมะละกอแล้ว ใช้หลักตอกลงไปในดินแล้วใช้เชือกฟางมัดต้นมะละกอให้ติดกับหลักที่ตอกไว้ หรือดัดแปลงทำการใช้เชือกดึงรั้งต้นไว้ วิธีนี้ต้นมะละกอจะไม่โค้งเบี้ยวแน่นอน เพราะเมื่อต้นเติบโตขึ้นอีกครั้ง ลำต้นจะตั้งขึ้นมาเองแบบธรรมชาติ ถ้าไม่พอใจเราสามารถโน้มลงมาได้อีกเรื่อยๆ การโน้มต้นนั้นจะผูกติดกับไม้ไว้ประมาณ 2 เดือน และสามารถเอาไม้ออกได้เลย อย่าลืมใช้ไม้ค้ำยันกรณีดินไม่แน่น หรือป้องกันปัญหาต้นโค่นจากลมพายุ จากนั้นเราก็รอเลือกเพศ และดูแลเรื่องปุ๋ยบำรุงดิน ให้น้ำสามวันครั้งพอประมาณ ต้นมะละกอจะไม่ชอบน้ำชื้นน้ำแฉะ พอต้นได้อายุประมาน 5 เดือนจะเริ่มมีดอกมีผลอ่อน ต้น 6 เดือน สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เลย

ข้อดีของการปลูกมะละกอแบบโน้มต้น ตามหลัก เศรษฐกิจพอเพียง

ทำให้เรามีเวลาในการเลือกพันธุ์มะละกอ เก็บเกี่ยวผลผลิตง่าย ต้นไม่สูง
การปลูกมะละกอตากแปลงตัวอย่าง เขาปลูกหลุมละ 3 ต้น จะเลือกที่เป็นกระเทยไว้ อีก 2 ต้นตัดทิ้ง เพื่อคัดเลือกเพศ มีตัวผู้ ตัวเมีย และกระเทย กระเทยจะมี 3 อย่าง ในต้นเดียวคือ

1. พันธุ์อีลองกาตา มีลักษณะ ลูกยาวและสวยไม่มีร่อง
2.เพนเทินเดรีย มีลักษณะ ลูกอ้วนท้ายอ้วน
3.อิเตอร์มิเดีย มีลักษณะ ลูกเบี้ยว

เพราะฉะนั้นจะไม่รู้เพศตอนที่ลูกมะละกอออกมา บางทีเหลือไว้ต้นหนึ่งแต่ดันกลายเป็นลูกเบี้ยว แต่อีกสองต้นตัดทิ้งไปแล้ว ถ้าจะปล่อยให้ต้นโตไปพร้อมๆ กันทั้ง 3 ต้นก็ไม่ได้เพราะพื้นที่ไม่พอ พื้นที่แคบไปมันจะไปแย่งกันโต ต้นตั้งสวนกันขึ้น จึงทำการโน้มต้นลงไปเพื่อให้มีเวลาในการเลือกสายพันธุ์ นี่ก็เป็นภูมิปัญญาที่ได้ทดลองทำแล้วได้ผลสำเร็จจริง

การปลูกมะละกอ แบบ ต้นเอน โน้มต้น

ข้อแนะนำสำหรับการปลูกมะละกอ

หากยังไม่ชำนาญให้ทำตอนบ่ายเพราะถ้าทำตอนเช้าต้นมะละกอจะสดเกินไป ถ้าไปโน้มต้นแรงๆ อาจทำให้ต้นหักได้ แต่ช่วงบ่ายต้นมะละกอจะเหี่ยวเนื่องลำต้นมีการคายน้ำออกบ้าง ทำช่วงบ่ายจะดีกว่า ช่วงที่คักเลือกเพศ จะต้องมีความระมัดระวังเรื่องของเพลี้ยตัวออนกินใบมะละกอ และจะทำให้เกิดโรคไวรัสวงแหวน โรคใบด่าง และโรคอื่นๆ ได้ ควรปลูกในช่วงเข้าพรรษา เพราะนับไปอีก 6 เดือน จะได้ขายผลผลิตที่ได้ราคาดี มะละกอดิบจะมีราคาแพงในช่วงเมษายน พฤษภาคม มิถุนายน ควรวางแผนให้ดีในการปลูกด้วย

จากตัวอย่างแปลงเพาะปลูกมะละกอแบบโน้มต้นนั้น ต้นกล้าที่ปลูกไว้ 3 ต้น พอปลูกไปแล้ว มีการทำการโน้มต้น ต้นออกผลแล้วมาดูว่าต้นไหนออกลูกสวย ก็จะตัดต้นที่ไม่สวยออก เอาแต่ต้นที่มีลูกสวยยาวนั่น หรือการเลือกสายพันธุ์มะละกอ ก็คือพันธุ์ อีลองกาตา

มะละกอ เป็นพืชอวบน้ำจะชอบดินทรายมากกว่า ถ้าเป็นดินเหนียวน้ำขังจะมีปัญหาเกี่ยวกับระบบรากเน่าโคนเน่า วิธีแก้โรคเพลี้ย โรคใบด่าง โดยทำการโน้มต้น และใช้สมุนไพร เช่น ยาสูบ บอระเพ็ด ต้มเอาน้ำมาทิ้งไว้ให้เย็นแล้วนำมาฉีดต้นมะละกอได้

การปลูกมะละกอต้นเอน

มะละกอเลื้อย เป็นเทคโนโลยีของไต้หวันที่ต้องการแก้ปัญหาโรคใบด่างวงแหวนในมะละกอ และช่วยลดความเสียหายจากการเข้าทำลายของพายุไต้ฝุ่นเพราะมะละกอเติบโตในแนวตั้ง เวลามีพายุทำให้ต้านลมไม่ได้ จึงหักโค่นเสียหาย จากหนังสือ พันธ์พืช เทคโนโลยีและการจัดการพืชสวนในไต้หวัน โดยผู้เขียน กาญจนา สุทธิกุล อธิบายไว้ (โดยอ.หนี เจิ้น จู) มี 5 วิธี แต่จะขอคัดลอกมาให้อ่านแค่วิธีเดียว เพราะดูแล้วน่าจะเข้าใจและทำได้ง่ายคือ การดัดตั้งแต่ต้นยังเล็ก (Early training) ใช้กับมะละกอที่อายุยังน้อย สูงสักประมาณ 10 ซม. แล้วเอาก้อนหินทับโคนต้นให้เอนไปด้านใดด้านหนึ่ง (ในความเห็น จขกท. น่าจะเป็นทิศตะวันออก) จากนั้นปล่อยให้ลำต้นส่วนปลายสูงขึ้นตามปกติ พร้อมกับใช้เชือกตรึงให้ลำต้นส่วนโคนเอนลงในทิศทางเดิม วิธีนี้เป็นการบังคับให้ลำต้นทำมุมกับแนวดิ่ง ประมาณ 45-60 องศา สำหรับในไทยวิธีการปลูกมะละกอนี้น่าจะช่วยในการเก็บผลผลิตได้ง่ายขึ้น และลดความเสียหายจากผลช้ำได้เยอะ

เกษตรมือใหม่

เกษตรมือใหม่

เริ่มต้นจากการที่อยากปลูกผักกินเอง ปลูกมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นไอเดียที่หลากหลายและอยากนำมาแชร์กันให้รู้ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผักนะเออ