เรียนรู้ การปลูกพืชกลับหัว กับ ปราชญ์ชาวบ้าน ที่กระบี่

การปลูกกล้วยกลับหัว

ลองเข้ามาเรียนวิธี ปลูกกล้วยกลับหัว กับปราชญ์ชาวบ้าน ณ บ้านเขากลม กระบี่ กันที่นี่ ณ บ้านเขากลม ที่อยู่ 63 หมู่ 7 บ้านเขากลม ต.หนองทะเล อ.เมือง จ.กระบี่ 81000 ที่นี่ มีการปลูกกล้วยเอาปลายลง!! หลายๆ คนก็ทราบเพราะมีคนเคยไปเจอมาเยอะแล้ว คนที่เป็นปราชญ์ ส่วนมากเป็นคนไม่ค่อยปกติ คิดอะไรไม่ค่อยเหมือนชาวบ้านเค้า จริงแล้วท่านบอกว่า เราก็คิดปกตินะ เพราะเราคิดพึ่งตนเองไง มันเลยกลายเป็นว่าไม่ค่อยปกติ ฉะนั้นปลูกกล้วยเอาปลายลง ไม่ปกติ ถ้าปลูกเอาโคนลงมันจะได้เครือ 1 ก้อน ประมาณ10 หวีแต่ถ้าปลูกเอาปลายลง มันได้ 38 -50 หวี เนื้อที่น้อยปลูกทีเดียวได้ปีละอย่างน้อย 10 เครือ – 12 เครือ แต่ถ้าปลูกเอาโคนลงมันได้ 3 เครือเท่านั้นเอง การปลูกต้นกล้วย ปลูกได้ทุกชนิดเลย – ท่านว่าอย่างนี้

สงวน มงคลศรีพันเลิศ ปราชญ์ชาวบ้าน ในฐานะประธานศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านเขากลม ตำบลหนองทะเล อ. เมือง จังหวัดกระบี่ เล่าถึงการทำการเกษตรผสมผสานจาก 1 เรื่องใน 22 เรื่องที่คิดค้นและพัฒนาเน้นการพึ่งพาตนเอง การปลูกพืชตีกลับ เป็นชื่อเรียกการปลุกกล้วยแบบเอารากขึ้นบนแต่เอาปลายลงดิน

การปลูกพืชกลับหัว ปราชญ์ชาวบ้าน

หลักการทำงานของปราชญ์

นำความรู้ที่รู้จริง และอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงมาดำเนินการ โดยอาศัยศูนย์แหล่งเรียนรู้ที่มีอยู่เป็นสถานที่ศึกษา และปฏิบัติก่อนที่จะลงมือทำในพื้นที่ตัวเอง และเมื่อทำหรือคิดอะไรก็ตาม ที่ไม่อยู่บนพื้นฐานหรือสวนทางกับความเป็นจริง เขาเรียกว่าปัญหาโดยอาศัยศูนย์หลักเป็นตัวแก้ปัญหาโดยการติดตามให้ความรู้และภูมิคุ้มกันอย่างต่อเนื่อง

การปลูกพืชกลับหัว ปราชญ์ชาวบ้าน

ประวัติการทำงาน สงวน มงคลศรีพันเลิศ

คุณสงวน มงคลศรีพันเลิศ อดีตเป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง ในจังหวัดสมุทรปราการ ที่ทำเกี่ยวกับเคมีภัณฑ์ และได้ออกมาทำอาชีพเกษตรกรรม และทำประโยชน์ให้แก่ชุมชน จากประสบการณ์ที่สั่งสมเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ได้นำมาใช้ในการพัฒนาการทำการเกษตรของตนเองและผู้อื่น

จากปี 2540 ตัวเองเป็นมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้ถึงเดือนละ 28,000 บาท แต่ไม่เคยมีเงินเหลือเก็บ ทำให้คิดถึงในหลวงที่ ทรงสอนให้คิดเรื่องกินก่อนคิดเรื่องเงิน จากนั้นจึงตัดสินใจกลับมาเริ่มต้นชีวิตการทำเกษตรที่บ้านเกิดของภรรยาที่ จ.กระบี่ ในพื้นที่เกือบ 8 ไร่ ศึกษาและเรียนรู้เองจนตกผลึกทางความคิดว่า เมื่อจะทำเกษตรแบบพอเพียงต้องสร้างโรงปุ๋ยก่อน ประกอบกับพื้นที่เป็นสวนปาล์ม ทางปาล์มมีเยอะก็ทำเป็นอาหารของวัว, แพะ (สัตว์ 4 กระเพาะ) ครบวงจรโดยไม่ต้องกินหญ้า โดยใช้ทางปาล์มมาบดและหมัก เมื่อวัวและแพะถ่ายออกมา นำมูลของมันมาหมักในบ่อก๊าซชีวภาพ ใช้เป็นก๊าซหุงต้ม ลดค่าใช้จ่ายในการซื้อก๊าซไปได้เยอะ ส่วนขี้วัวที่เหลือยังไปทำเป็นอาหารปลาและปุ๋ยหมักได้ โดยมีการคำนวณว่ามูลวัว 1 ตัวจะมีปริมาณถึง 2 ตันต่อเดือน ทำให้ได้ก๊าซชีวภาพ 15-16 กิโลกรัมสำหรับใช้ในการปรุงอาหาร

หลังจากทำก๊าซได้เพียงพอกับความต้องการใช้แล้ว ขี้วัว ขี้ไก่ที่เหลือเราก็นำมาทำปุ๋ยหมัก เวลาหมักก็มีสูตรหมัก 2 ประเภทอีก คือ สูตรคนขยันและสูตรคนขี้เกียจ แบบขยันก็คือวิธีที่ทำทั่วไปเราไม่พูดถึง เราพูดถึงแบบขี้เกียจ คือ ใช้ไก่มาเป็นตัวช่วยคลุกเคล้ามูลวัวกับส่วนผสมของปุ๋ยหมัก เพราะไก่จะทำงานวันละ 4 ชั่วโมง เช้า 2 ชั่วโมง เย็น 2 ชั่วโมงไม่มีวันหยุดราชการ ระหว่างคุ้ยเขี่ยหาอาหารไก่ขับถ่ายออกมา ปุ๋ยชนิดนี้นำไปใช้ได้เลย

ตัดมาบางส่วนจากบทสัมภาษณ์ ปราชญ์ชาวบ้าน ปี 2551 ศูนย์เศรษฐกิจพอเพียงบ้านเขากลม คุณสงวน มงคลศรีพันเลิศ

การปลูกพืชกลับหัว ปราชญ์ชาวบ้าน

การปลูกกล้วยกลับหัว

ถ้าปลูกกล้วยโดยนำหน่อหรือโคนลงดินเหมือนที่ปลูกกันอยู่ทั่วไปตามปกติจะได้ต้นกล้วย 1 ต้น เมื่อออกลูกจะได้เครือหนึ่งประมาณ 7-8 หวีเท่านั้น แต่ถ้าปลูกเอาปลายลง แบบกลับหัว จะได้ต้นกล้วย 3-4 ต้น ได้กล้วย 3-4 เครือ แต่ละเครือจะได้กล้วยถึง 10 หวี วิธีนี้สามารถใช้ได้กับกล้วยได้ทุกชนิด ทั้งนี้ ต้นกล้วยที่ได้จะมีความสูงไม่เกิน 1.50 เมตร และจะออกเครือเร็วกว่ากล้วยที่ปลูกด้วยวิธีการปกติคือการนำหน่อลงดิน และการปลูกด้วยวิธีกลับหัวนี้ที่สำคัญขนาดของลูกกล้วยจะใหญ่ขึ้นกว่าปกติด้วย

แต่ก่อนที่จะไปเอากล้วยต้องรู้ว่าตรงไหนต้นกล้วย ตรงไหนลำต้น ต้องรู้ก่อน แล้วก็นักศึกษาที่มาฝึกงานมีหลายคน แต่มีปลูกผักบนต้นกล้วยเฉพาะคนสุดท้าย คนสุดท้ายเค้าขี้เกียจรดน้ำผัก ก็เลยเอาผักไปใส่ไว้ใต้ต้นกล้วย ไปยืนดูว่ากินได้ยัง กินได้แล้วก็เอาไปกินนี่คือคนสุดท้าย ผักไม่ต้องรดน้ำ ได้น้ำจากกล้วย กลับมาที่เรื่องกล้วยๆ วันนี้กล้วยจริงดีมากคือความสูงไม่เกิน 1.50 เมตร แล้วจากนั้นพลิกเอาปลายลงจมดินไปเลย แล้วกล้วยจะแทงยอดออกมาเอง

กล้วยที่นี่ คุณภาพดีกว่าแบบเดิม อันดับแรกต้นจะเตี้ยลงกว่าเดิม สองลูกจะใหญ่ขึ้น เพราะมันกินตั้งแต่เล็ก ๆ มันกินตัวของมันเอง แต่ถ้าเราเอาโคนลงเนี่ย ถ้าเราไม่ได้ใส่ปุ๋ย ใบมันก็โผล่มาหน่อยเดียวเอง กล้วยจริง ๆ แล้วหวีนึง 10 บาท เราขาย 45 ก็ไม่พอขาย เพราะกล้วยเราทำเป็นรสสตอเบอร์รี่ รสทุเรียนนี่คือที่มาที่ไป เพราะฉะนั้นเลยบอกว่าลูกมะม่วงที่เราไปเจอมามะม่วงนี่ลูกนึงกี่ตังค์ครับ 5 บาท 5 บาทเหลือ แต่ 150 ไม่เหลือ ลูกเดียวเราก็ใส่ไปในขวดตั้งแต่เล็ก ๆ ให้มันสุกอยู่ในขวด คนมายืนดู เราขาย 150 บาทต่อลูกก็ไม่เหลือ แต่ลูก 5 บาทดันเหลือ เพราะในวันนี้คนในประเทศไทยไม่มีที่พึ่ง ก็เลยเอาขวดนี่ละเป็นที่พึ่ง ก็สนุกดีเป็นโรงเรียนชีวิต

การปลูกกล้วยกลับหัว

ปราชญ์ชาวบ้าน อธิบายพร้อมบอกว่า ขณะนี้กำลังจะปลูกมะละกอในลักษณะเช่นเดียวกับกล้วย อยากให้มะละกอเตี้ยที่สุดและลูกถึงดินเวลาไปเก็บจะได้ไม่ปวดหลัง

ศูนย์ฯ แห่งนี้เปิดอบรมจัดถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ผู้สนใจทั่วไป จำนวน 22 เรื่องหรือ 22 จุด คือ

  1. การเลี้ยง วัว – แพะครบวงจรโดยไม่กินหญ้า
  2. การทำปุ๋ยหมักระบบเติมอากาศ
  3. การปลูกผักระบบใต้ดิน (ปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษ)
  4. การผลิตอาหารสัตว์จากทางปาล์มน้ำมัน
  5. การปลูกพืชผสมผสานจำนวน 5 ไร่แก้จน
  6. การเลี้ยงปลาแบบบ่อ 3 ด้าน
  7. การทำน้ำส้มควันไม้ครบวงจร
  8. การอบสมุนไพร
  9. การทำและการเลี้ยงจุลินทรีย์โดยใช้ภูมิปัญญาไทย
  10. การเลี้ยงเป็ด , ไก่ (คอล่อน)
  11. การทำเตาก๊าซชีวภาพกลายเป็นแก๊สหุงต้มโดยใช้มูลสัตว์
  12. การทำน้ำมันไบโอดีเซลโดยใช้ภูมิปัญญา
  13. ตู้อบสมุนไพร
  14. การทำน้ำยาล้างจาน
  15. การทำอาหารปลาดุก
  16. การทำน้ำมันนวด
  17. การทำเห็ดอบโอ่ง
  18. การปลุกพืชตีกลับ
  19. การเพาะถั่วงอก
  20. การทำถังแก๊สขนาดย่อม
  21. การทำปลาเค็มอบดิน
  22. การทำน้ำจุลินทรีย์หน่อกล้วย

หากผู้ใดสนใจสามารถมาฝึกอบรมที่ศูนย์ ติดต่อหมายเลข 089-5906738