การปลูกผักไร้ดิน

การปลูกผักไร้ดิน แนวโน้มยังดีต่อเนื่อง กระแสรักสุขภาพของคนไทยยังเป็นที่นิยมอยู่ คนไทยหันมาใส่ใจในเรื่องของการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพกันมาก “ผักปลอดสารพิษ จึงยังคนได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย และการปลูกผักแบบไม่ใช้ดิน หรือ “การปลูกผักไร้ดิน” ก็เป็นอีก “ช่องทางทำกิน” ที่ดี ซึ่งก็มีอยู่หลายรูปแบบ โดยวันนี้ทีมช่องทางทำกินมีข้อมูลการปลูก “ระบบน้ำ ถาดไหลหมุนเวียน” หรือ “Dynamic Root Floating Technique (DRFT)” เป็นระบบปั๊มอากาศเข้าไปช่วยให้เกิดออกซิเจน รากพืชจะลอยไปมาในน้ำที่มีสารอาหาร มานำเสนอ

ผู้ผลิตและจำหน่ายผักสดปลอดสารพิษ ที่ใช้ระบบน้ำถาดไหลหมุนเวียน เล่าว่า ก่อนที่จะมาจับธุรกิจปลูกผักปลอดสารพิษนั้น เคยทำงานเป็นพนักงานธนาคารมาก่อน แต่ด้วยความที่ต้องการที่จะมีธุรกิจเป็นของตัวเองจึงติดสินใจลาออกมาประกอบธุรกิจส่วนตัว

การที่มาจับธุรกิจปลูกผักปลอดสารพิษก็เพราะเป็นคนที่ชอบอยู่กับธรรมชาติ มีสิ่งแวดล้อมที่ดี และต้องการให้ผู้อื่นมีสุขภาพที่ดี และช่วงนั้นคนนิยมรับประทานผักปลอดสารพิษกันมาก มีตลาดส่งที่แน่นอน จึงเลือกที่จะมาลงทำธุรกิจตัวนี้ ซึ่งก่อนที่จะมาทำธุรกิจปลูกผักไร้ดินยอมรับว่าไม่มีความรู้ทางด้านนี้มาเลย แต่พอเริ่มมีความคิดที่จะทำ ก็เริ่มศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมจากการอ่านหนังสือและพยายามไปดูงานตามสถานที่ต่าง ๆ “จนมั่นใจว่ามีความรู้พอ จึงตัดสินใจลงมือทำ” ช่วงแรกที่ลงทุนทดลองปลูก ๔ แปลง เมื่อสินค้าออกวางตลาดก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี แต่ตลาดก็ยังอยู่ในวงที่ไม่กว้าง ต่อมาได้เข้าร่วมโครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ก็ได้ความรู้ใหม่ ๆ เพื่อมาปรับปรุงในธุรกิจ และทำให้เริ่มมีช่องทางการตลาดมากขึ้น ชนิดของผักที่ปลูกแบบไร้ดินนั้น มีผักสลัดต่างประเทศ เช่น ฟิลเลช์ไอซ์เบอร์ก,เรดโอ๊ค, กรีนคอรัส, กรีนคอส, บัตเตอร์เฮด,ร็อคเก็ต,มิซูน่าญี่ปุ่น,บัตตาเวีย, เรดเซล,เรดแรปิด,แกรนด์แรปิดส์, กรานาด้า เป็นต้น และนอกจากนั้น ผักไทย-จีน ก็สามารถปลูกได้ อาทิ กวางตุ้ง,คะน้า,ผักกาดขาวไดโตเกียว,ผักบุ้งจีน,ผักขึ้นฉ่าย,ผักชี เป็นต้น

ข้อดี ของการปลูกสามารถได้รับสารละลายธาตุอาหารผ่านทางรากโดยตรง นำไปใช้ได้ทันที ผักโตเร็ว สามารถปลูกได้ทุกสภาวะ ย่นเวลาเก็บเกี่ยว ผลิดได้สม่ำเสมอต่อเนื่อง ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับศัตรูพืชที่เกิดจากดินจึงไม่ต้องใช้สารพิษเพื่อจำกัดแมลง เป็นระบบปลูกผักไร้ดินระบบน้ำถาดไหลหมุนเวียน

ต้องทำแปลงปลูกก่อน โดยใช้เหล็กขึ้นโครงให้มีความสูงประมาณ ๒ เมตร หน้ากว้างประมาณ ๒ เมตร ยาวประมาณ ๗ เมตร วางถาดโฟมรองปลูกสูงจากพื้นประมาณ ๑ เมตร คลุมด้วยผ้าดำ ใส่น้ำลงไปประมาณ ๗๐๐ ลิตร หลังคาของแปลงปลูกทำเป็นลักษณะโค้งเพื่อไม่ให้อุ้มน้ำ คลุมด้วยมุ้งไฮเดน เบอร์ ๓๒ ให้มิดชิดเพื่อป้องกันแมลง ใต้แปลงปลูก นำถัง ๓๐๐ ลิตร ฝังดินไว้ครึ่งถัง ติดตั้งเครื่องปั๊มน้ำ ขนาด ๓๒ วัตต์ ไว้สำหรับปั๊มน้ำหมุนเวียนในแปลงปลูก โดยน้ำที่ใช้ปลูกผักไร้ดินจะเป็นน้ำสะอาด ปรับค่า PH ให้ได้ประมาณ ๕.๕-๖.๕ “แปลงปลูกที่ทำขึ้นนั้นจะต้องมีพื้นเรียบเสมอ ไม่เอียง เพราะถ้าพื้นเอียงพืชผักที่ปลูกในแปลงจะโตไม่สม่ำเสมอ การสร้างแปลงก็จะต้องสร้างให้แปลงปลูกได้รับแสงให้ทั่วถึง โดยส่วนใหญ่จะสร้างให้ด้านทางยาวหันไปทางทิศตะวันตกและทิศตะวันออก หลังคาก็จะต้องคลุมด้วยวัสดุบังแสงอีกชั้น เพื่อป้องกันไม่ให้อุณหภูมิในแปลงสูงเกินไป จนทำให้ผักเสียรูปทรง”

เนื้อที่ ๑ ไร่ สามารถทำแปลงปลูกขนาด ๒x๗ เมตร ได้ประมาณ ๕๐ แปลง ต้นทุนการทำแปลงละประมาณ ๔,๕๐๐ บาท

การเพาะกล้า นำฟองน้ำปลูกสำเร็จรูปที่ตัดเป็น ๔ เหลี่ยมลูกเต๋า วางบนถาดโฟมจากนั้นนำไปแช่น้ำให้ฟองน้ำปลูกอมน้ำ แล้วจึงนำเมล็ดพันธุ์ยัดใส่ลงไปในฟองน้ำรองปลูก ถ้าเป็นผักไทยก็ใส่ชิ้นละ ๓ เมล็ด ส่วนถ้าเป็นผักสลัดใส่ชิ้นละ ๑ เมล็ด ไม่ควรใส่เยอะเกินไปกว่านี้ เพราะจะทำให้ต้นกล้าโตโดยไม่แข็งแรง และเวลาฝังเมล็ดควรฝังให้ลึกพอประมาณ ไม่ฝังจนลึกเกินไป เพราะจะทำให้เมล็ดเน่า เมื่อทำการยัดเมล็ดพันธุ์เสร็จก็นำไปเข้าโรงเพาะ คลุมด้วยผ้าสีดำ รดน้ำเช้า-เย็น จากนั้น ๓ วัน ต้นกล้าก็จะเริ่มงอก ก็เปิดผ้าคลุมออก รดน้ำตามปกติอีก ๗ วัน ก็สามารถย้ายลงแปลงปลูกได้

การย้ายลงแปลงปลูก ก็ย้ายไปใส่ในโฟมที่เป็นรูทั้งฟองน้ำเลย ประมาณ ๑ เดือนก็สามารถเก็บขายได้ โดย ๑ แปลงสามารถปลูกผักไทยได้ประมาณ ๑,๒๐๐ ต้น ผักสลัดปลูกได้ ๔๐๐ ต้น ๑ แปลง สามารถผลิตผักได้ ๓๐-๔๐ กก. ซึ่งการเก็บผักขายนั้นจะต้องเก็บในช่วงเช้า หรือช่วงที่แดดอ่อนๆ ถ้าแดดแรงฝักจะเหี่ยว ทั้งนี้ การปลูกผักปลอดสารพิษนั้นจะต้องส่งไปตรวจหาสารปนเปื้อนทุก ๆ ๖ เดือนด้วย ผักปลอดสารพิษของธวัชชัยนั้นมีประมาณ ๒๐ สายพันธุ์ เป็นผักสลัดต่างประเทศ ๑๒ สายพันธุ์ ผักไทย- ญี่ปุ่น ๘ สายพันธุ์ ราคาจำหน่ายสำหรับผักสลัดต่างประเทศ กก.ละ ๘๐ บาท ผักไทย กก.๔๕-๕๐ บาท โดยมีต้นทุนอยู่ที่ ๓๐-๕๐ บาท ต่อ กก. ซึ่งสำหรับผู้ที่สนใจผักไร้ดินของชัยมงคลฟาร์ม ก็ติดต่อได้ที่ ๑๖๙ หมู่ ๙ บ.ใหม่ชัยมงคล ต.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ๔๑๑๑๐ โทร ๐๘-๑๕๔๔-๗๗๓๓ , ๐-๔๒๓๓-๐๒๐๗

เกษตรมือใหม่

เกษตรมือใหม่

เริ่มต้นจากการที่อยากปลูกผักกินเอง ปลูกมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นไอเดียที่หลากหลายและอยากนำมาแชร์กันให้รู้ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผักนะเออ