การบำรุงดินให้สมบูรณ์

โดยทั่วไปเกษตรกรไทยทุกคนรู้อยู่แล้วว่า การบำรุงดินเป็นหัวใจหลักในการปลูกพืชให้เติบโตอย่างมีคุณค่า ทั้งพืชที่ใช้รับประทาน หรือพืชยืนต้นใช้สอยอื่นๆ เพราะพืชต้องการอาหาร และอาหารก็อยู่ในดิน การใส่ปุ๋ยเคมีนั้น เป็นการให้อาหารพืชก็จริงแต่ไม่ได้เป็นการบำรุงดิน หนำซ้ำ จะเป็นวิธีการทำลายดินให้ตายอย่างช้างๆ อีกด้วย เพราะเท่าที่สังเกตุดูอาการดินแล้ว การใช้ปุ๋ยเคมีติดต่อกันนานๆ จะทำให้ดินแห้งกรัง เค็ม เปรี้ยว ซึ่งจะมากน้อยขึ้นอยู่กับธาตุและสารเคมีที่มีการผสมลงในปุ๋ยเม็ดนั่นเอง

หางนกยูง

ตั้งแต่สมัยเรียนประถมครูมักนิยมบอกกันว่า การปลูกพืชหมุนเวียน พืชตระกูลถั่ว มักจะเป็นการทำให้ดินอุดมสมบูรณ์ ข้อความที่ถูกสอนมาสามารถนำมาใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องคิดให้ปวดหัวแต่อย่างใด สังเกตุว่าร้านขายต้นไม้ดอก ไม้ประดับ มักนิยมนำใบก้ามปูมาทำปุ๋ย ควบกับแกลบ หรือเปลือกมะพร้าวสับละเอียด


พืชตระกูลถั่วที่ใช้ใบแห่งมาทำปุ๋ยบำรุงดินได้ดี ถ้าพูดถึงพืชตระกูลถั่วแล้วประเทศไทยเรามีถั่วหลายร้อยชนิด เริ่มตั้งแต่พืชตระกูลถั่วที่ใหญ่ที่สุด เช่น มะแต้ มะค่า มะขามเทศ จามจุรี จนถึงพืชตระกูลถั่วที่เล็กที่สุด เช่น ถั่วมะแฮะ ถั่วเขียว ถั่วพร้า ถั่วขอ พืชตระกูลถั่วเหล่านี้ มีประโยชน์ต่อดินเป็นอย่างมาก ถ้าหากเรารู้และสามารถนำมาใช้เป็นปุ๋ยบำรุงดินแล้ว ปุ๋ยเคมีก็จะไม่มีประโยชน์ต่อเราเลย

วิธีการบำรุงดินแบบทั่วไป

ใช้ปุ๋ยคอก การใช้มูลสัตว์ต่างๆ ซึ่งมูลสัตว์มักจะสูญเสียธาตุอาหารไปได้ง่าย จึงควรใช้เศษซากพืช เช่น ฟาง แกลบฯ รองพื้นคอกสัตว์ เพื่อดูดซับธาตุอาหารจากมูลสัตว์ไว้ด้วย

ใช้ปุ๋ยหมัก การนำเอาเศษซากพืชที่เหลือจากการเพาะปลูก เช่น ฟางข้าว ซังข้าวโพด ต้นถั่วต่างๆ ผักตบชวา และของเหลือจากโรงงานอุตสาหกรรมตลอดจนขยะมูลฝอย มาหมักจนเน่าเปื่อยแล้วนำไปใช้ในไร่นาหรือสวน


ใช้ปุ๋ยพืชสด การไถกลบส่วนต่างๆ ของพืชที่ยังสดอยู่ลงในดิน เพื่อให้เน่าเปื่อยเป็นปุ๋ย ส่วนใหญ่จะใช้พืชตระกูลถั่ว เพราะให้ธาตุไนโตรเจนสูง และย่อยสลายง่าย โดยเฉพาะในระยะออกดอก อาจปลูกแล้วไถกลบในช่วงที่ออกดอกหรือปลูกแล้วตัดส่วนเหนือดินไปไถกลบลงในดิน พืชที่นิยมใช้เป็นปุ๋ยพืชสด ได้แก่ โสนอัฟริกัน โสนอินเดีย ปอเทือง ถั่วเขียว ถั่วพร้า ถั่วพุ่ม ถั่วมะแฮะ กระถินยักษ์ และแหนแดง เป็นต้น

ปลูกพืชคลุมดิน นิยมใช้พืชตระกูลถั่วที่มีคุณสมบัติคลุมดินได้หนาแน่นเพื่อกันวัชพืช ลดการชะล้าง เก็บความชื้นไว้ในดินได้ดี และเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ดิน ได้แก่ ถั่วลาย ถั่วคุดซู ถั่วคาโลโปโกเนียม

ใช้วัสดุคลุมดิน นิยมใช้เศษพืชเป็นวัสดุคลุมดิน เพื่อรักษาความชื้นในดิน ป้องกันการอัดแน่นของดินเนื่องจากเม็ดฝน ป้องกันวัชพืชขึ้น และเมื่อเศษพืชเหล่านี้สลายตัว ก็จะกลายเป็นปุ๋ยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ดิน

ใช้เศษเหลือของพืชหรือสัตว์ หลังเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว ส่วนของต้นพืช เศษพืชที่เหลือ เช่น ต้นและเปลือกถั่วลิสง แกลบ ตอซัง หรือวัสดุอื่นๆ ถ้าไม่มีการใช้ประโยชน์ควรไถกลบกลับคืนลงไปในดิน ส่วนเศษเหลือของสัตว์ เช่น เลือดและเศษซากสัตว์จากโรงงานฆ่าสัตว์ ก็สามารถใช้เป็นปุ๋ยเพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุได้

ปลูกพืชหมุนเวียน โดยปลูกพืชหลายชนิดหมุนเวียนในพื้นที่เดียวกัน ควรมีพืชตระกูลถั่ว ซึ่งมีคุณสมบัติบำรุงดินร่วมอยู่ด้วยเพื่อให้การใช้ธาตุอาหารจากดินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพลดการระบาดของศัตรูพืช ตลอดจนช่วยให้ชั้นดินมีเวลาพักตัวในกรณีพืชที่ปลูกมีระบบรากลึกแตกต่างกัน

การปรับปรุงบำรุงดิน ควรใช้หลายๆ วิธีดังกล่าวข้างต้นร่วมกัน เพราะการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ต่างๆ หากใช้เพียงชนิดเดียวทำให้ต้องใช้ปริมาณที่มาก จึงควรพิจารณาปริมาณการใช้ตามกำลังความสามารถที่มี แต่ถ้าใช้การปรับปรุงบำรุงดินหลายวิธีร่วมกัน ปริมาณที่ใช้ในแต่ละชนิดก็ลดลง จะช่วยลดค่าใช้จ่ายลงได้มากและควรมีการปฏิบัติบำรุงดินอย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่อรักษาระดับความอุดมสมบูรณ์ของดินให้สูงอยู่เสมอ เพื่อประโยชน์ต่อการผลิตพืชผลทางการเกษตรในระยะยาวต่อไป