เปิดรับฟังความคิดเห็น กองทุนสวัสดิการชาวนา

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น เร่งผลักดันกองทุนสวัสดิการชาวนา หวังกอบกู้เกียรติ ศักดิ์ศรี และสร้างหลักประกัน ความมั่นคงให้ชาวนาไทย ทั้งในช่วงเวลาที่ยังประกอบอาชีพ และในยามแก่เฒ่า

วันที่ 26 ต.ค.นายศุภชัย โพธิ์สุ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังพิธีเปิดการรับฟังความคิดเห็น ร่างพระราชบัญญัติกองทุนสวัสดิการชาวนา พ.ศ. …… ณ โรงแรมวิวโขง จังหวัดนครพนม ว่า การทำนาเป็นอาชีพของคนส่วนใหญ่ของประเทศ ประมาณ 3.7 ล้านครอบครัว หรือประมาณ 16-17 ล้านคน ชาวนาปลูกข้าวเป็นอาหารหลักหล่อเลี้ยงสังคมไทย โดยสามารถผลิตข้าวได้ปีละประมาณ 30 ล้านตันข้าวเปลือก หรือประมาณ 20 ล้านตันข้าวสาร และสามารถส่งออกต่างประเทศเป็นอันดับหนึ่งของโลก ปีละประมาณ 8-10 ล้านตันข้าวสาร หรือประมาณครึ่งหนึ่งของผลผลิตที่ผลิตได้ในแต่ละปี สร้างรายได้เข้าประเทศปีละกว่า 2 แสนล้านบาท แต่กลับต้องเผชิญกับความยากลำบาก มีรายได้จากการทำนาที่ไม่แน่นอนและพอเพียง

“ชาวนาส่วนใหญ่พึ่งพาอาศัยธรรมชาติ ขาดเงินทุนในการพัฒนาอาชีพ รวมทั้งมักถูกเอารัดเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง ตลอดจนเยาวชนรุ่นใหม่ปฏิเสธที่จะสืบทอดอาชีพการทำนา จนทำให้ในอนาคตอันใกล้อาจจะไม่มีผู้ประกอบอาชีพการทำนาผลิตข้าวเพื่อบริโภค นับเป็นภัยร้ายแรงที่คุกคามต่อความมั่นคงทางอาหารของประเทศ ดังนั้น เพื่อสร้างหลักประกันพื้นฐานที่จำเป็นในอันที่จะส่งเสริมความมั่นคงให้แก่ ผู้ประกอบอาชีพทำนาให้มีเกียรติ ศักดิ์ศรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้มีสวัสดิการในยามชรา ทุพพลภาพ หรือถึงแก่ความตาย ตลอดจนสวัสดิการด้านอื่น ๆ จึงจำเป็นต้องตราร่างพ.ร.บ.กองทุนสวัสดิการชาวนา”

รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมการข้าว ได้เร่งรัดดำเนินงานจัดทำร่างพ.ร.บ.กองทุนสวัสดิการชาวนา โดยได้แต่งตั้งคณะทำงานยกร่างนโยบายและแนวทางการจัดสวัสดิการชาวนา เพื่อศึกษาหาวิธีการและยกร่างหลักการเบื้องต้นในการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการ ชาวนา รวมทั้งได้แต่งตั้งคณะทำงานกำหนดแนวทางการจัดสวัสดิการชาวนาขึ้นอีก 1 คณะ โดยมีที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ (ดร.อภิชาติ พงษ์ศรีหดุลชัย) เป็นประธาน เพื่อทำหน้าที่ต่อเนื่องจากคณะทำงานของกรมการข้าว ขณะนี้ร่างพ.ร.บ.นี้เสร็จสมบูรณ์ ผ่านความเห็นชอบจากกระทรวงเกษตรฯ รวมทั้งคณะอนุกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติด้านการผลิต ตลอดจนการพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ซึ่งได้มีมติเห็นชอบในหลักการกองทุนสวัสดิการชาวนา

ส่วนการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เกี่ยวกับร่างพ.ร.บ.กองทุนสวัสดิการชาวนานั้น นายศุภชัย กล่าวว่า มีผู้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นในครั้งนี้ จำนวน 170 คน ได้แก่ ผู้นำในองค์กรชาวนาต่าง ๆ ผู้แทนศูนย์ข้าวชุมชน กลุ่มเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มสหกรณ์ ธ.ก.ส. ผู้ค้าข้าว โรงสีข้าว มูลนิธิและองค์กรด้านข้าว หน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่น และกลุ่มนักวิชาการจากสถาบันการศึกษา รวมทั้งผู้มีส่วนเกี่ยวข้องด้านข้าวอื่น ๆ หลังจากนั้นจะนำไปปรับปรุงแก้ไขยกร่างพ.ร.บ.กองทุนสวัสดิการชาวนาให้มีความ เหมาะสมที่สุด ก่อนที่จะนำเสนอคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาเพื่อพิจารณาต่อไป

เกษตรพอเพียง

“การผลักดันการสร้างชีวิตที่มั่นคงให้กับชาวนาทั้งประเทศ โดยการสร้างกองทุนสวัสดิการชาวนา จะเป็นกฎหมายสำคัญที่จะช่วยชาวนาทั้งในช่วงเวลาที่ยังประกอบอาชีพทำนาอยู่ ก็จะช่วยดูแลสนับสนุนปัจจัยการผลิตต่าง ๆ เช่น เมล็ดพันธุ์ข้าว ปุ๋ยและสวัสดิการอื่นๆ ส่วนเมื่อแก่เฒ่าพ้นวัยทำนาไปแล้ว ก็จะจ่ายเป็นเงินบำเหน็จหรือบำนาญให้แก่ชาวนา ได้มีเงินเลี้ยงชีพตลอดอายุขัย” นายศุภชัย กล่าว