กรมควบคุมมลพิษ ไม่จ่ายค่าโง่คลองด่าน 9 พันล้านบาท

อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ แถลง ไม่จ่ายค่าโง่คลองด่าน 9 พันล้านบาท พร้อมไม่รับคำตัดสินของอนุญาโตตุลาการ เพราะไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยสัญญาดังกล่าวเป็นโมฆะและไม่ได้มีสัญญาเกิดขึ้น จากกรณีที่คณะอนุญาโตตุลาการตัดสินชี้ขาดข้อพิพาทระหว่างกิจการร่วมค้าเอ็นวีพีเอสเคจี กับ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กรณีผิดสัญญาโครงการบำบัดน้ำเสียในเขตควบคุมมลพิษ จังหวัดสมุทรปราการ (คลองด่าน) มีคำสั่งให้ คพ. ชำระเงินค่าจ้าง ค่าเสียหาย รวมดอกเบี้ยตามข้อเรียกร้องให้กิจการร่วมค้าเอ็นวีพีเอสเคจี มูลค่ากว่า 5.9 พันล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2546 – ปัจจุบัน

คลองด่าน

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 11 ก.พ.เวลา 09.30 น.นายสุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา อธิบดี คพ. แถลงข่าว ว่า คพ.ไม่รับคำตัดสินดังกล่าว และ จะไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของอนุญาโตตุลาการ เนื่องจากเห็นว่าคำชี้ขาดนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยสัญญาดังกล่าวเป็นโมฆะและไม่ได้มีสัญญาเกิดขึ้น นายสุพัฒน์ กล่าวต่อว่า คพ.ได้รับสำเนาคำตัดสินตั้งแต่วันที่ 24 ม.ค. 2554 จากนั้น คพ.ได้ส่งหนังสือคัดค้านคำตัดสินดังกล่าวและไม่ปฏิบัติตามคำสั่งอนุญาโต ตุลาการ พร้อมส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องไปถึงปลัดกระทรวงการคลัง ตั้งแต่วันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา ตาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40 เรื่องการคัดค้านคำชี้ขาด โดยระบุว่าสามารถยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจภายใน 90 วัน นับแต่ได้รับสำเนาคำชี้ขาด รวมทั้งตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการปฏิบัติตามคำชี้ขาดของอนุญาโต ตุลาการ พ.ศ.2544 ข้อ 5 ที่ระบุว่า ถ้าสัญญาระหว่างหน่วยงานรัฐกับเอกชนมีข้อกำหนดให้ใช้วิธีการอนุญาโตตุลาการ ในการระงับข้อพิพาท เมื่อเกิดข้อพิพาทดังกล่าวขึ้น และหน่วยงานรัฐได้ยินยอมให้ใช้อนุญาโตตุลาการระงับข้อพิพาท หากเกิดข้อพิพาทขึ้นหน่วยงานรัฐต้องปฏิบัติตามคำชี้ขาดนั้น เว้นแต่คำชี้ขาดนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือมิได้อยู่ในขอบเขตแห่งสัญญา

นาย สุพัฒน์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ในข้อ 7 ยังระบุว่า หากหน่วยงานสงสัยว่ามีเหตุตามข้อ 5 ที่จะไม่ปฏิบัติตามคำชี้ขาด ให้หน่วยงานรัฐ ส่งสำเนาคำชี้ขาดพร้อมคำชี้แจงให้กระทรวงการคลัง เพื่อขอความเห็นใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับสำเนา รวมทั้งต้องแจ้งให้คู่กรณีทราบถึงการดำเนินการดังกล่าวด้วย ซึ่ง คพ.ได้ส่งหนังสือแจ้งไปให้คู่กรณีทราบแล้ว เมื่อวันที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมา นอกจากนี้ คพ.ยังดำเนินการส่งหนังสือถึงสำนักอัยการสูงสุด ชี้แจงกรณีดังกล่าวล่วงหน้า เพื่อเตรียมดำเนินการขั้นตอนต่อไป หากกระทรวงการคลังเห็นด้วยกับการคัดค้านคำตัดสินดังกล่าว แต่หากกระทรวงการคลังชี้ขาดให้จ่ายเงิน คพ. ยินยอมจ่ายเงินตามคำสั่งนั้น ซึ่งคาดว่าจะรู้ผลประมาณต้นเดือน มี.ค.

“คพ.ยังได้แสดงเอกสารเพิ่ม เติมต่อสำนักอัยการสูงสุด โดยยื่นคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีนักการเมืองในส่วนของที่ดินและคำพิพากษา ศาลอาญา แขวงดุสิต ที่ทางคพ.ฟ้องผู้ร่วมกิจการเอ็นวีพีเอสเคจี ในข้อหาโกงที่ดินและสัญญา ซึ่งในกรณีนี้ทั้ง 2 ศาล ตัดสินให้จำคุกผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการขออุทธรณ์” นายสุพัฒน์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีโครงการบำบัดน้ำเสียคลองด่าน คพ. จะมีการดำเนินการต่อหรือไม่ นายสุพัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในระหว่างการหารือกับคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าการเข้าไปสำรวจพื้นที่ ดังกล่าวสามารถทำได้หรือไม่ เนื่องจากมีประชาชนยื่นฎีกาถวายในหลวง โดยระบุว่ามติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรื่องการเข้าไปดำเนินการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งทางเลือกในตอนนี้ยังไม่สามารถสรุปชัดเจนได้ว่าสถานภาพของสิ่งก่อสร้างจะ เป็นไปอย่างไร ทั้งนี้ หากศาลชี้ว่า คพ.สามารถเข้าไปสำรวจได้ ก็คาดว่าจะทำการสำรวจในระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน

นายสุพัฒน์ กล่าวอีกว่า ตามที่อนุญาโตตุลาการชี้ขาดให้ชำระเงินแก่กิจการร่วมค้าเอ็นวีพีเอสเคจี มูลค่ากว่า 5.9 พันล้านบาทนั้น ในจำนวนนี้เป็นเงินต้น 4,424,099,982 บาท และ 26,434,636 เหรียญสหรัฐ ซึ่งกิจการร่วมค้าดังกล่าวได้คิดดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีรวมกับเงินดังกล่าว ยื่นฟ้องต่ออนุญาโตตุลาการนับตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2546 เป็นต้นไป คิดเป็นเงินทั้งสิ้น 4,983,342,383 บาท และ 31,035,780 เหรียญสหรัฐ ซึ่งขณะนี้ยอดชำระนับจากวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ถึงวันนี้อยู่ที่ประมาณ 9 พันล้านบาท

เกษตรมือใหม่

เกษตรมือใหม่

เริ่มต้นจากการที่อยากปลูกผักกินเอง ปลูกมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นไอเดียที่หลากหลายและอยากนำมาแชร์กันให้รู้ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผักนะเออ