<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ข้อมูล เกษตรอินทรีย์ ผสาน ทฤษฎีใหม่ แบบพอเพียงของ เกษตรทางเลือก</title>
	<atom:link href="http://www.kasetorganic.com/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.kasetorganic.com</link>
	<description>เทคนิคการปลูกพืช ผัก สวนครัว แบบเกษตรอินทรีย์ แนวทางการเกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรพอเพียง ด้วยวิธีการเกษตรแบบผสมผสานของการทำเกษตรทางเลือก เช่น การปลูกถั่วฝักยาว การปลูกผักไร้ดิน การปลูกข้าวอินทรีย์ ผักสวนครัวรั้วกินได้</description>
	<lastBuildDate>Mon, 14 May 2012 08:18:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.2</generator>
		<item>
		<title>มีกินมีใช้ ชีวิตพอเพียง ไม่ยาก</title>
		<link>http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89-%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87.html</link>
		<comments>http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89-%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 14 May 2012 08:18:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกษตรพอเพียง]]></category>
		<category><![CDATA[การปลูกผักสวนครัว]]></category>
		<category><![CDATA[การเพาะเมล็ดโดยไม่ใช้ดิน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจพอเพียง]]></category>
		<category><![CDATA[แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kasetorganic.com/?p=2168</guid>
		<description><![CDATA[ผมเชื่อแน่ว่า คนในประเทศไทยเรานี้ ส่วนใหญ่ 80% มีพื้นที่สำหรับจัดการกับต้นไม้อย่างน้อย 1 คนต่อ 1 ตารางเมตร แน่ละ อันนี้ไม่นับรวมถึงผู้ที่เกิดมาในเมืองใหญ่ ที่มีบ้านหรือห้องที่ยังต้องเช่าเขาอยู่ แต่เชื่อแน่ว่า พ่อแม่ปู่ย่าตายาย จะต้องมีที่ดินทำกินไม่น้อยกว่า 1 ตารางเมตร หากคิดๆ ดูแล้ว คน 1 คนมีพื้นที่สำหรับผักและต้นไม้จำนวนอย่างน้อย 1-2 ต้น เท่านี้ก็กินไม่หมด กินไปจนชั่วลูกชั่วหลาน หากปลูกมะม่วงก็มีกินไปจนวันตาย ในหลวงท่านทรงดำริไว้ว่า ให้ปลูกทุกอย่างที่กิน และให้กินทุกอย่างที่ปลูก เป็นแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงที่สามารถใช้ได้ตราบชั่วชีวิต แต่หลายคนอ้างว่า ได้เฉพาะคนบางกลุ่ม เพราะพวกเค้าเกิดมากับบ้านตึกและอาคารสี่เหลี่ยม ไม่มีกระทั่งพื้นดินสำหรับปลูกหญ้าเลยซักต้นเดียว นั่นมันสมัยเมื่อ 10 ปีก่อน อาจจะเถียงไม่ขึ้น แต่ 10 ปีให้หลังนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว ทุกวันนี้ชาวโลกต้องการสีเขียว แม้อาคารหลังคาตึก ยังต้องการพื้นที่สีเขียว แล้วจะเป็นอะไรเสียหากจะเปลี่ยนระเบียงบ้านตึก ให้เป็นลานปลูกต้นไม้สำหรับเอาไว้กินเอง ปลูกต้นไม้ประจำตัวคนละต้น เพื่อให้ตัวเองมีอากาศหายใจ ปลูกข้าวคนละกอเพื่อให้ตัวเองมีข้าวกิน ปลูกพริกคนละกำ เพื่อให้ตัวเองมีเครื่องปรุงรส ปลูกไม้ผลคนละใบ เพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามิน ปลูกได้ด้วยการเก็บเมล็ดและเพาะพันธุ์ผักหรือผลไม้ที่ตัวเองกินทุกอย่าง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ผมเชื่อแน่ว่า คนในประเทศไทยเรานี้ ส่วนใหญ่ 80% มีพื้นที่สำหรับจัดการกับต้นไม้อย่างน้อย 1 คนต่อ 1 ตารางเมตร แน่ละ อันนี้ไม่นับรวมถึงผู้ที่เกิดมาในเมืองใหญ่ ที่มีบ้านหรือห้องที่ยังต้องเช่าเขาอยู่ แต่เชื่อแน่ว่า พ่อแม่ปู่ย่าตายาย จะต้องมีที่ดินทำกินไม่น้อยกว่า 1 ตารางเมตร<span id="more-2168"></span> หากคิดๆ ดูแล้ว คน 1 คนมีพื้นที่สำหรับผักและต้นไม้จำนวนอย่างน้อย 1-2 ต้น เท่านี้ก็กินไม่หมด กินไปจนชั่วลูกชั่วหลาน หากปลูกมะม่วงก็มีกินไปจนวันตาย</p>
<p></p>
<p>ในหลวงท่านทรงดำริไว้ว่า ให้ปลูกทุกอย่างที่กิน และให้กินทุกอย่างที่ปลูก เป็นแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงที่สามารถใช้ได้ตราบชั่วชีวิต แต่หลายคนอ้างว่า ได้เฉพาะคนบางกลุ่ม เพราะพวกเค้าเกิดมากับบ้านตึกและอาคารสี่เหลี่ยม ไม่มีกระทั่งพื้นดินสำหรับปลูกหญ้าเลยซักต้นเดียว นั่นมันสมัยเมื่อ 10 ปีก่อน อาจจะเถียงไม่ขึ้น แต่ 10 ปีให้หลังนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว ทุกวันนี้ชาวโลกต้องการสีเขียว แม้อาคารหลังคาตึก ยังต้องการพื้นที่สีเขียว แล้วจะเป็นอะไรเสียหากจะเปลี่ยนระเบียงบ้านตึก ให้เป็นลานปลูกต้นไม้สำหรับเอาไว้กินเอง</p>
<p>ปลูกต้นไม้ประจำตัวคนละต้น เพื่อให้ตัวเองมีอากาศหายใจ ปลูกข้าวคนละกอเพื่อให้ตัวเองมีข้าวกิน ปลูกพริกคนละกำ เพื่อให้ตัวเองมีเครื่องปรุงรส ปลูกไม้ผลคนละใบ เพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามิน ปลูกได้ด้วยการเก็บเมล็ดและเพาะพันธุ์ผักหรือผลไม้ที่ตัวเองกินทุกอย่าง และกินทุกอย่างที่ตัวเองเป็นคนปลูก ไม่มีใครเขาว่า ทำแบบนี้ทำเท่าไหร่ก็ไม่จน เพราะกินไป 1 ปลูกเพิ่ม 1 แต่ได้ผลผลิตเพิ่มมา 10 เท่า ปลูกหนึ่งได้ถึงสิบ แบบนี้ไม่มีวันหมด</p>
<p><img src="http://www.kasetorganic.com/wp-content/uploads/2012/05/veget-kasetorganic-1.jpg" alt="สวนครัวบนระเบียงบ้าน แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง" title="สวนครัวบนระเบียงบ้าน แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง" width="401" height="300" class="aligncenter size-full wp-image-2169" /></p>
<p>ไม่แน่ใจว่าเรารู้หรือเราไม่สนใจ กับการที่ว่าเรากินผลไม้ มีเมล็ดพันธุ์ซึ่งอาจจะดีหรือไม่ดี แต่ส่วนใหญ่สรุปว่า เมล็ดพันธุ์จากผักผลไม้ที่เรารับประทานกันอยู่ทุกวัน ไม่น่าจะนำมาทำเป็นต้นพันธุ์ได้ ไม่รู้ใครได้ปลูกฝังแนวความคิดนี้ไว้ เพราะผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ที่ยังคงมีเสียงค้านอยู่ในหัวว่า มันน่าจะเป็นต้นพันธุ์ได้ แม้จะไม่ดีเท่าพันธุ์ดีที่มาจากการตอน การชำ ซึ่งการเพาะเมล็ดอาจมีการกลายพันธุ์ แต่หากมันเป็นต้นมีดอกออกผล มันก็น่าจะรับประทานได้ แม้จะไม่ดีเท่า แต่อย่างน้อยก็ไม่ต้องไปหาซื้อกิน เพราะหากอยากได้พันธุ์ดีไว้ติดบ้าน คงไม่ต้องลงทุนลงแรงเพาะเมล็ดปลูกเอง แต่การปลูกเองไว้ที่บ้าน ก็เพื่อให้ตัวเองหรือให้ลูกให้หลานกิน ไม่ได้มุ่งหวังถึงการหากำไรอย่างอื่น หากคนทุกคนคิดเหมือนผม กินอะไรเอาเมล็ดไปเพาะไปปลูก ได้ต้นไม้เต็มบ้าน สบายแฮ แต่มีหลายเสียงบอก แล้วเพาะเมล็ดยังไง บางคนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าปลูกต้นไม้ยังไงแบบนี้คงไม่ต้องหวังหรอกว่าจะพูดเรื่องเพาะเมล็ด หรือต้นไม้จะโตไปถึงไหน</p>
<p><img src="http://www.kasetorganic.com/wp-content/uploads/2012/05/veget-kasetorganic.jpg" alt="มีกินมีใช้ ชีวิตพอเพียง ไม่ยาก กิน อยู่พอเพียง veget-kasetorganic" title="มีกินมีใช้ ชีวิตพอเพียง ไม่ยาก กิน อยู่พอเพียง veget-kasetorganic" width="430" height="320" class="aligncenter size-full wp-image-2170" /></p>
<p>บางคนบอกเพาะเป็นแต่ไม่มีพื้นที่ปลูก โถ ต้นไม้ต้นนึงถ้าไม่ใช่ไม้ยืนต้น จะต้องการพื้นที่ปลูกซักกี่วากันเชียว ขนาดคนเราเอง เมื่อนอนยังต้องการพื้นที่กว้างแค่ศอกยาวไม่ถึง 2 เมตร แล้วคิดอยากจะมีบ้านใหญ่โต มีนั่นมีนี่ มันเกินตัวไปไหม ต้นไม้ต้องการแค่ดินในกระถางเล็กๆ ต้นมะเขือเทศ ต้องการพื้นที่แค่ริมระเบียงเล็กๆ น้อยกว่าพื้นที่วางคอมพิวเตอร์ที่ทำงานด้วยซ้ำ</p>
<p><img src="http://www.kasetorganic.com/wp-content/uploads/2012/05/veget-kasetorganic-2.jpg" alt="การเพาะเมล็ดโดยไม่ใช้ดิน" title="การเพาะเมล็ดโดยไม่ใช้ดิน" width="424" height="300" class="aligncenter size-full wp-image-2171" /></p>
<p>ปลูกทุกอย่างที่กิน ด้วยการเพาะเมล็ด หากคุณอ่านและเรียนรู้เกี่ยวกับ<strong>วิธีการเพาะเมล็ดโดยไม่ใช้ดิน</strong> คุณจะสนุกกับการเพาะเมล็ดผักและผลไม้ ที่คุณได้กินเข้าไป ว่ามันสามารถมีชีวิตและให้ผลผลิตแก่คุณได้ หากคุณเอาใจใส่กับมัน แม้จะไม่อร่อยเท่าพ่อแม่พันธุ์ของมันเองก็ตาม</p>
<p><img src="http://www.kasetorganic.com/wp-content/uploads/2012/05/veget-kasetorganic-3.jpg" alt="การเพาะเมล็ดแบบไม่ใช้ดิน" title="การเพาะเมล็ดแบบไม่ใช้ดิน" width="424" height="300" class="aligncenter size-full wp-image-2172" /></p>
<p>วันหลังจะนำเรื่องเก่ามาเล่าใหม่ เกี่ยวกับ<strong>วิธีการเพาะเมล็ดแบบไม่ใช้ดิน</strong> มาฝาก</p>
<p>ขอบคุณภาพประกอบจากเว็บ เกษตรพอเพียง / ภาพจากคุณ @เอ๊ะ@</p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89.html' rel='bookmark' title='ข่าวเกษตรวันนี้'>ข่าวเกษตรวันนี้</a></li>
<li><a href='http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87.html' rel='bookmark' title='บ้านเกษตรพอเพียง'>บ้านเกษตรพอเพียง</a></li>
<li><a href='http://www.kasetorganic.com/%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87-%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5.html' rel='bookmark' title='เศรษฐกิจพอเพียงที่บางบาล'>เศรษฐกิจพอเพียงที่บางบาล</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89-%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ข้าวอินทรีย์ ข้าวดี ของคนไทย</title>
		<link>http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2.html</link>
		<comments>http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 12 May 2012 09:05:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกษตรอินทรีย์]]></category>
		<category><![CDATA[organic rice thailand]]></category>
		<category><![CDATA[การปลูกข้าวปลอดสารพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวหอมมะลิ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวอินทรีย์]]></category>
		<category><![CDATA[นาข้าวอินทรีย์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kasetorganic.com/?p=2161</guid>
		<description><![CDATA[ขึ้นชื่อว่าข้าว คนทั่วทุกมุมโลกต้องรู้จัก และข้าวเองก็ถือเป็นอาหารหลักของคนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่เป็นแหล่งผลิตข้าวที่เป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วโลก นั่นคือข้าวหอมมะลิ ซึ่งก็ขึ้นชื่อมากในเรื่องของความหอมอร่อย ในขณะเดียวกัน ประเทศต่างๆ ก็เร่งแข่งขันพัฒนาสายพันธุ์ข้าวให้หอมและอร่อยเทียบเคียงข้าวหอมมะลิ หลายประเทศเกือบทำสำเร็จ แต่ข้าวหอมก็ยังคงครองใจคนทั่วโลก แต่ในขณะเดียวกัน การจะได้บริโภคข้าวหอมมะลิ 100% นั้น หาได้ยากยิ่ง เพราะส่วนใหญ่จะผสมกับข้าวชนิดอื่นและเติมกลิ่นเข้าไปเพื่อให้หอมเทียบเท่ากับข้าวหอมดั้งเดิม ซึ่งก็ยังคงหลอกได้อยู่จนทุกวันนี้ และเดี๋ยวนี้เอง ก็มีข้าวชนิดหนึ่ง ออกมาเป็นกระแสให้ผู้รักในสุขภาพ เป็นทางเลือกอีกทาง ซึ่งคุณสมบัติแทบไม่ต่างกันกับข้าวหอมมะลิ เพียงแต่ไม่มีกลิ่นที่หอมซึ่งเป็นเอกลักษณ์ แต่ทดแทนด้วยสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เป็นจุดแข็ง ข้าวอินทรีย์ ผมเคยลงไว้หลายเรื่องเกี่ยวกับบทความของข้าวอินทรีย์ และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่อง ข้าวอินทรีย์ที่ว่า เชื่อแน่ว่าหลายคนน่าจะเคยได้ยินชื่อ และบางคนอาจได้เห็นกันมาบ้างแล้ว และอีกจำนวนหนึ่งอาจยังได้เคยลิ้มรสสัมผัสกันอยู่บ้าง แต่ก็คงมีหลายคนเช่นเดียวกัน ที่ยังไม่รู้จักว่า ข้าวชนิดนี้ แตกต่างจากข้าวทั่วไปอย่างไร ข้าวอินทรีย์ หรือ Organic Rice นั้นเป็นเช่นเดียวกับการเกษตรอินทรีย์อื่นๆ คือเป็นข้าวที่มาจากกระบวนการผลิตที่ ไม่มีการใช้สารเคมีสังเคราะห์ใดๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยเคมี สารเคมีกำจัดศัตรูพืช รวมถึงในขั้นตอนการแปรรูป การสีข้าว การบรรจุ การเก็บรักษา ก็จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับสารเคมีใดๆ ให้แปลกปลอม ต่างกับการปลูกข้าวปลอดสารพิษ ที่ในขณะเพาะปลูกมีการใช้สารเคมี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ขึ้นชื่อว่าข้าว คนทั่วทุกมุมโลกต้องรู้จัก และข้าวเองก็ถือเป็นอาหารหลักของคนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่เป็นแหล่งผลิตข้าวที่เป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วโลก นั่นคือข้าวหอมมะลิ<span id="more-2161"></span> ซึ่งก็ขึ้นชื่อมากในเรื่องของความหอมอร่อย ในขณะเดียวกัน ประเทศต่างๆ ก็เร่งแข่งขันพัฒนาสายพันธุ์ข้าวให้หอมและอร่อยเทียบเคียงข้าวหอมมะลิ หลายประเทศเกือบทำสำเร็จ แต่ข้าวหอมก็ยังคงครองใจคนทั่วโลก</p>
<p>แต่ในขณะเดียวกัน การจะได้บริโภคข้าวหอมมะลิ 100% นั้น หาได้ยากยิ่ง เพราะส่วนใหญ่จะผสมกับข้าวชนิดอื่นและเติมกลิ่นเข้าไปเพื่อให้หอมเทียบเท่ากับข้าวหอมดั้งเดิม ซึ่งก็ยังคงหลอกได้อยู่จนทุกวันนี้ และเดี๋ยวนี้เอง ก็มีข้าวชนิดหนึ่ง ออกมาเป็นกระแสให้ผู้รักในสุขภาพ เป็นทางเลือกอีกทาง ซึ่งคุณสมบัติแทบไม่ต่างกันกับข้าวหอมมะลิ เพียงแต่ไม่มีกลิ่นที่หอมซึ่งเป็นเอกลักษณ์ แต่ทดแทนด้วยสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เป็นจุดแข็ง</p>
<p></p>
<p><strong>ข้าวอินทรีย์</strong> ผมเคยลงไว้หลายเรื่องเกี่ยวกับบทความของ<a href="http://www.kasetorganic.com/tag/%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C">ข้าวอินทรีย์</a> และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่อง ข้าวอินทรีย์ที่ว่า เชื่อแน่ว่าหลายคนน่าจะเคยได้ยินชื่อ และบางคนอาจได้เห็นกันมาบ้างแล้ว และอีกจำนวนหนึ่งอาจยังได้เคยลิ้มรสสัมผัสกันอยู่บ้าง แต่ก็คงมีหลายคนเช่นเดียวกัน ที่ยังไม่รู้จักว่า ข้าวชนิดนี้ แตกต่างจากข้าวทั่วไปอย่างไร</p>
<p><strong>ข้าวอินทรีย์</strong> หรือ Organic Rice นั้นเป็นเช่นเดียวกับการ<a href="http://xn--12c4bgh0cdc7bzb8do6j9g.blogspot.com">เกษตรอินทรีย์</a>อื่นๆ คือเป็นข้าวที่มาจากกระบวนการผลิตที่ ไม่มีการใช้สารเคมีสังเคราะห์ใดๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยเคมี สารเคมีกำจัดศัตรูพืช รวมถึงในขั้นตอนการแปรรูป การสีข้าว การบรรจุ การเก็บรักษา ก็จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับสารเคมีใดๆ ให้แปลกปลอม ต่างกับ<a href="http://www.kasetorganic.com/tag/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A9">การปลูกข้าวปลอดสารพิษ</a> ที่ในขณะเพาะปลูกมีการใช้สารเคมี แต่จะเว้นช่วงก่อนการเก็บเกี่ยวจะงดใช้สารเคมี แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า เกษตรปลอดสารพิษ จะปลอดจากสารเคมีจริงๆ</p>
<p><img src="http://www.kasetorganic.com/wp-content/uploads/2012/05/organic-rice-kasetorganic.jpg" alt="ข้าวอินทรีย์ ข้าวดี ของคนไทย organic-rice-kasetorganic" title="ข้าวอินทรีย์ ข้าวดี ของคนไทย organic-rice-kasetorganic" width="400" height="267" class="aligncenter size-full wp-image-2166" /></p>
<p><strong>การทำเกษตรอินทรีย์</strong> นอกจากจะปลอดภัยกับผู้บริโภคทั้งหลายแล้ว ยังดีต่อเกษตรกรเอง เพราะไม่ต้องพึ่งพาสารเคมี ดีต่อสิ่งแวดล้อมที่ไม่ต้องมีสารเคมีเจือปนในดินและแหล่งน้ำ รักษาระบบนิเวศน์ รักษาความอุดมสมบูรณ์ของดินและน้ำ ในขณะที่ผู้บริโภคบ้านเรา ก็เริ่มให้ความสนใจเลือกที่จะ รับประทานข้าวอินทรีย์กันมากขึ้น และเริ่มมีเกษตรกรในภาคต่างๆ ปลูกข้าวอินทรีย์ ผลิตและจำหน่ายสู่ตลาดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ข้าวอินทรีย์ที่ปลูกในเมืองไทย ส่วนใหญ่จะถูกส่งขายไปต่างประเทศ คิดเป็นร้อยละ 90 ซึ่งนั่นหมายถึง ข้าวคุณภาพจะมีราคาแพง ที่คนในประเทศยังไม่สามารถยอมรับได้ เพราะเข้าใจว่า ผลิตได้เองยังไงก็น่าจะถูก แต่การจะลดราคาในต้นทุนการผลิต ที่ไม่ได้ปลูกกันได้ง่ายๆ ทำให้ข้าวชนิดนี้มีราคาแพง และหากวางขายในท้องตลาดในประเทศ ก็อาจเป็นการวางขาย ที่ไม่ได้กำไร เลย (คนไทยทั่วไปยังชอบบริโภคของถูกมากกว่าคุณภาพของสินค้า ซึ่งต่างกับต่างชาติที่คำนึงถึงคุณภาพมากกว่าราคา)</p>
<p>สำหรับประเทศไทยเองนั้นถือเป็นประเทศที่ส่งออกข้าวอินทรีย์มากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก สาเหตุที่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวอินทรีย์ต้องพึ่งพาตลาดต่างประเทศเป็นหลักก็เพราะ กลุ่มผู้บริโภคที่นิยมทานข้าวชนิดนี้รวมทั้งสินค้าเกษตรอินทรีย์อื่น ยังมีจำนวนไม่มากพอ ทำให้สินค้าดังกล่าวยังไม่มีจำหน่ายแพร่หลายตามท้องตลาดทั่วไป และด้วยราคาที่สูงกว่าสินค้าเกษตรทั่วไปหลายเท่าตัว</p>
<p><strong>กลุ่มเกษตรกรปลูกข้าวอินทรีย์ในต่างจังหวัด</strong></p>
<ul>
<li>กลุ่มปลูกข้าวอินทรีย์หมู่บ้านนาเวียง ตำบลท่าผา อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง http://sciencevillage.most.go.th/group/6134</li>
<li>กลุ่มข้าวอินทรีย์ที่ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย http://www.youtube.com/watch?v=UVW71Ex1SwQ</li>
<li>ข้าวอินทรีย์ จังหวัดสกลนคร http://sites.google.com/site/khawxinthriysklnkhr/</li>
<li>เชียงใหม่ไชยวิวัฒน์ ผลิตข้าวออร์แกนิกส์ ปลอดสารพิษทุกขั้นตอน http://www.gotomanager.com/news/details.aspx?id=80</li>
<li>กลุ่มอาชีพสตรีผลิตข้าวอินทรีย์เพื่อสุขภาพ บ้านเขาคีรี หมู่ที่ 1 ตำบลหัวเขา สุพรรณบุรี</li>
</ul>
<p>จากตัวอย่าง ยังมีกลุ่มเกษตรอีกมากมายที่ยังคงใช้วิถีดั้งเดิม ผลิตข้าวอินทรีย์ป้อนตลาด ซึ่งอนาคตยังคงสดใส</p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b9.html' rel='bookmark' title='ข้าวมันปู'>ข้าวมันปู</a></li>
<li><a href='http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99.html' rel='bookmark' title='ข้าวไทย ป้องกันเบาหวาน มะเร็ง'>ข้าวไทย ป้องกันเบาหวาน มะเร็ง</a></li>
<li><a href='http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%81.html' rel='bookmark' title='ดินขาวเคโอลิน ใช้คุมโรคแอนแทรกฯ ไ้ด้'>ดินขาวเคโอลิน ใช้คุมโรคแอนแทรกฯ ไ้ด้</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กิน อยู่ ใช้ ให้พอเพียง</title>
		<link>http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88-%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87.html</link>
		<comments>http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88-%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 10 May 2012 04:41:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกษตรพอเพียง]]></category>
		<category><![CDATA[การปลูกผักสวนครัว]]></category>
		<category><![CDATA[การเกษตรแบบพอเพียง]]></category>
		<category><![CDATA[ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง]]></category>
		<category><![CDATA[ผักสวนครัวรั้วกินได้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kasetorganic.com/?p=2154</guid>
		<description><![CDATA[น้อยคนนักที่จะรู้จัก ศ.ดร.อมาตยา เซน แต่นักเกษตรพอเพียงต้องรู้จักกันดี เนื่องด้วยศาสตราจารย์ชาวอินเดียท่านนี้ บอกไว้ว่า ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนั้น เป็นการใช้สิ่งต่างๆ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ และใช้โอกาสให้พอเพียงกับชีวิตที่ดี ซึ่งไม่ได้หมายถึงความไม่ต้องการ แต่ต้องรู้จักใช้ชีวิตให้ดีพอ อย่าให้ความสำคัญกับเรื่องของรายได้และความร่ำรวย แต่ให้มองที่คุณค่าของชีวิตมนุษย์ ในยุคเงินเฟ้อที่อาหารการกินแพง จนน่าใจหายแบบนี้ จนขนาดที่ใครหลายคนบ่นว่า แพงทั้งแผ่นดิน โดยมีกาตูนล้อการเมืองได้เขียนขึ้นแบบขำๆ ทำนองว่า ตั้งแต่เกิดมาจนถึงตอนนี้เพิ่งจะมีโอกาสได้กินของแพงก็คราวนี้ ทั้งที่ความเป็นจริงของแพงที่ว่า ก็คืออาหารปกติไม่ได้เลิศหรูแต่อย่างใด&#8230; และหากชีวิตต่อไปจะเป็นเช่นนั้น แล้วเราจะใช้ชีวิตกันอย่างไรให้มีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดี อยู่อย่างมีความสุข ซึ่งก็มีตัวอย่างวนเวียนมาให้เห็นมากมาย อยู่ที่ว่า เราได้หยิบเอาเรื่องราวเหล่านี้มาใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์ เหมือนเช่นหลายคนที่เคยบอกกล่าวเล่าการใช้ชีวิตพอเพียงและเป็นตัวอย่างที่ดีในหลายพื้นที่ จากกรุงเทพธุรกิจ ได้เอ่ยถึงการกินอยู่ใช้ สไตล์พอเพียงของ กำพล กาหลง ที่เป็นลูกชาวไร่ชาวสวนขนานแท้ แต่ก็อยู่ในระดับของชนชั้นกลวงทั่วไป คือเป็นมนุษย์เงินเดือน แต่ไม่อยากเติบโตในสภาพแวดล้อมแบบคนเมือง จึงตัดสินใจกลับจังหวัดอุทัยธานี เพื่อเริ่มต้นชีวิตพอเพียง ทำการเกษตรปลอดสารพิษ โดยใช้ขี้ไก่หว่านเป็นปุ๋ย เมื่อทำนาเสร็จก็ไม่ยอมเผาฟางทิ้งเหมือนชาวบ้านคนอื่น แต่ปรับเปลี่ยนวิธีการโดยการผันน้ำเข้านา ให้หญ้าให้ฟางเน่าเป็นปุ๋ย จากนั้นเพาะกล้าเอามาโยนในนา (การปลูกข้าวด้วยการโยนกล้า) แบบดั้งเดิม มีความเพียรพยายาม จนพ่อแม่ยอมรับวิถีตามแนวทางเกษตรพอเพียง เมื่อไม่ต้องซื้อข้าวกินชีวิตก็เริ่มสบาย เขาเริ่มปลูกข้าวหอมมะลิ หอมนิล ปลูกพืชที่แปรรูปได้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>น้อยคนนักที่จะรู้จัก <strong>ศ.ดร.อมาตยา เซน</strong> แต่นักเกษตรพอเพียงต้องรู้จักกันดี เนื่องด้วยศาสตราจารย์ชาวอินเดียท่านนี้ บอกไว้ว่า ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนั้น เป็นการใช้สิ่งต่างๆ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ<span id="more-2154"></span> และใช้โอกาสให้พอเพียงกับชีวิตที่ดี ซึ่งไม่ได้หมายถึงความไม่ต้องการ แต่ต้องรู้จักใช้ชีวิตให้ดีพอ อย่าให้ความสำคัญกับเรื่องของรายได้และความร่ำรวย แต่ให้มองที่คุณค่าของชีวิตมนุษย์</p>
<p><img src="http://www.kasetorganic.com/wp-content/uploads/2012/05/amartaya-sen.jpg" alt="ศ.ดร.อมาตยา เซน ศาสตราจารย์ชาวอินเดีย ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" title="ศ.ดร.อมาตยา เซน ศาสตราจารย์ชาวอินเดีย ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" class="alignright size-full wp-image-2155" />ในยุคเงินเฟ้อที่อาหารการกินแพง จนน่าใจหายแบบนี้ จนขนาดที่ใครหลายคนบ่นว่า แพงทั้งแผ่นดิน โดยมีกาตูนล้อการเมืองได้เขียนขึ้นแบบขำๆ ทำนองว่า ตั้งแต่เกิดมาจนถึงตอนนี้เพิ่งจะมีโอกาสได้กินของแพงก็คราวนี้ ทั้งที่ความเป็นจริงของแพงที่ว่า ก็คืออาหารปกติไม่ได้เลิศหรูแต่อย่างใด&#8230; </p>
<p>และหากชีวิตต่อไปจะเป็นเช่นนั้น แล้วเราจะใช้ชีวิตกันอย่างไรให้มีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดี อยู่อย่างมีความสุข ซึ่งก็มีตัวอย่างวนเวียนมาให้เห็นมากมาย อยู่ที่ว่า เราได้หยิบเอาเรื่องราวเหล่านี้มาใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์ เหมือนเช่นหลายคนที่เคยบอกกล่าวเล่าการใช้ชีวิตพอเพียงและเป็นตัวอย่างที่ดีในหลายพื้นที่</p>
<p>จากกรุงเทพธุรกิจ ได้เอ่ยถึงการกินอยู่ใช้ สไตล์พอเพียงของ กำพล กาหลง ที่เป็นลูกชาวไร่ชาวสวนขนานแท้ แต่ก็อยู่ในระดับของชนชั้นกลวงทั่วไป คือเป็นมนุษย์เงินเดือน แต่ไม่อยากเติบโตในสภาพแวดล้อมแบบคนเมือง จึงตัดสินใจกลับจังหวัดอุทัยธานี เพื่อเริ่มต้นชีวิตพอเพียง ทำการ<strong>เกษตรปลอดสารพิษ</strong> โดยใช้ขี้ไก่หว่านเป็นปุ๋ย เมื่อทำนาเสร็จก็ไม่ยอมเผาฟางทิ้งเหมือนชาวบ้านคนอื่น แต่ปรับเปลี่ยนวิธีการโดยการผันน้ำเข้านา ให้หญ้าให้ฟางเน่าเป็นปุ๋ย จากนั้นเพาะกล้าเอามาโยนในนา (<a href="http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2.html" title="ปลูกข้าว ด้วยวิธีการ โยนกล้า อัตรางอกดี">การปลูกข้าวด้วยการโยนกล้า</a>) แบบดั้งเดิม มีความเพียรพยายาม จนพ่อแม่ยอมรับวิถีตามแนวทางเกษตรพอเพียง</p>
<p></p>
<p>เมื่อไม่ต้องซื้อข้าวกินชีวิตก็เริ่มสบาย เขาเริ่มปลูกข้าวหอมมะลิ หอมนิล ปลูกพืชที่แปรรูปได้ อย่างอ้อยที่สามารถนำมาทำน้ำตาล เผือก มัน และถั่ว แทนพืชเศรษฐกิจ ในไร่ดินดีใจที่มีเนื้อที่ไม่ถึง 10 ไร่ ครอบครัวก็มีความสุขมากขึ้น โดยการค่อยเป็นค่อยไป ค่อยพัฒนาไปเรื่อยๆ จนได้<strong>ผลิตภัณฑ์ปลอดสารพิษ</strong> กว่าจะทำการเกษตรแบบธรรมชาติตามแบบที่ตัวเองได้เรียนรู้สำเร็จ ก็ต้องใช้เวลานานพอควรในการแก้กับปัญหาเรื่องความเข้าใจของชุมชนและครอบครัว</p>
<p>นคร ลิมปคุปตาถาวร หรือที่หลายคนเรียกเค้าว่า เจ้าชายผัก มีกิจกรรมชักชวนให้คนเมืองปลูกผักกินเองอยู่เรื่อยๆ โดยเขาบอกว่า ผักอินทรีย์มีเส้นใยอาหารมากกว่า ควรหันมาปลูกผักกินเอง ปลูกในเข่ง ในถ้วย ในกระถาง ในกระป๋อง ใส่รถเข็น บนดาดฟ้า ในตู้ปลา ในแก้วก็ได้ บางคนปลูกผักด้วยความสนุกสนานแม้กระทั่งบ้านไม่มีแดด ก็มีวิธีปลูกผักได้โดยสำคัญคือการทำให้ดินมีชีวิต</p>
<p><img src="http://www.kasetorganic.com/wp-content/uploads/2012/05/porpeang-kaset-organic.jpg" alt="กิน อยู่ ใช้ ให้พอเพียง" title="กิน อยู่ ใช้ ให้พอเพียง" width="480" height="450" class="aligncenter size-full wp-image-2156" /></p>
<p>ไม่ต่างจาก คมสัน หุตะแพทย์ มูลนิธิศูนย์สื่อเพื่อการพัฒนา ไม่อยากให้ใครมากำหนดทางเลือกในชีวิตของตนเอง โดยการปฏิวัติตัวเองหันมา<strong>ปลูกผักสวนครัวในบ้าน</strong> จากนั้นทดลองปลูกพืชอื่นๆ และปัจจุบันก็ปลูกผักบนหลังคาบ้าน ซึ่งสิ่งที่ได้เรียนรู้คือชีวิตนั้น ต้องทำปัจจัยสี่ให้ได้ เพื่อสองตอบตามความจำเป็น เมื่อมีเวลาเหลือก็พัฒนาศักยภาพที่แต่ละคนมี เพื่อประโยชน์ต่อคนอื่นด้วย หากว่าเรากลัวอาหารปนเปื้อน กลัวการเป็นมะเร็งจากสารพิษ ก็ต้องหันมาปลูกเอง ชีวิตนี้ต้องรู้ว่าเกินมาเพื่ออะไร</p>
<p>อีกหลายๆ ท่านที่ใช้ชีวิต กิน อยู่ ใช้ สไตล์พอเพียง ด้วยน้ำพักน้ำแรง ลองหาอ่านดูได้ที่&#8230;</p>
<p>อ้างอิงจาก กรุงเทพธุรกิจ คอลัมน์จุดประกาย 10 พ.ค.55</p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%8d%e0%b9%8c%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99.html' rel='bookmark' title='ปราชญ์ชาวบ้าน คนเดินดิน กินพอเพียง'>ปราชญ์ชาวบ้าน คนเดินดิน กินพอเพียง</a></li>
<li><a href='http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%9f%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2.html' rel='bookmark' title='การเพาะเห็ดฟางในตะกร้า'>การเพาะเห็ดฟางในตะกร้า</a></li>
<li><a href='http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%87.html' rel='bookmark' title='การปลูกพืชผักในกระถางไม้ประดับ'>การปลูกพืชผักในกระถางไม้ประดับ</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88-%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การทาบกิ่ง ต่อเนื่อง</title>
		<link>http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87.html</link>
		<comments>http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 08 May 2012 13:57:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[การปลูกพืช ผักสวนครัว]]></category>
		<category><![CDATA[การเกษตรปราณีต]]></category>
		<category><![CDATA[การเร่งรากพืช]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรพอเพียง]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรอินทรีย์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kasetorganic.com/?p=2142</guid>
		<description><![CDATA[ก่อนหน้านั้นก็ได้เรียนรู้กันไปแล้วกับวิธีการทาบกิ่งแบบประกับ หรือแบบประกบกิ่งชิดเข้าหากันแบบธรรมดาๆ แต่ครั้งนี้ขอนำเสนอการทาบกิ่งแบบสุดท้าย เพราะเป็นตอนต่อของการทาบกิ่งอย่างละเอียด งดเว้นการอธิบายเกี่ยวกับวัตถุประสงค์และความจำเป็นอื่นๆ เพราะน่าจะหาอ่านได้จากเว็บทั่วไปได้ ก็เริ่มกันเลยกับการทาบกิ่งส่วนที่เหลือครับ การทาบกิ่งแบบเสียบ หรือ Modified approach grafting การทาบกิ่งแบบนี้เป็นวิธีทาบกิ่งที่แปลงมาจากวิธีการทาบกิ่งแบบประกับ ดัดแปลงกิ่งพันธุ์ดีเล็กน้อยและทำการตัดยอดต้นตอออกให้เหลือสั้นประมาณ 3-5 นิ้ว เพื่อลดการคายน้ำออก สำหรับวิธีทาบกิ่งแบบเสียบที่นิยมกันนั้นมีอยู่ด้วยกัน 3 แบบครับ การทาบกิ่งแบบฝานบวบแปลง หรือ Modified spliced approach grafting เป็นอีกวิธีที่นิยมใช้กันมากเพราะสามารถทำได้รวดเร็ว และใช้กับพืชได้ทั่วไปได้ผลดี พืชที่นิยมใช้วิธีทาบแบบนี้ส่วนใหญ่คือ มะม่วง มะขาม ขนุน ทุเรียน เริ่มแรกให้นำต้นตอขึ้นไปลองทาบโดยกะดูบริเวณที่จะทำแผลทั้งต้นตอและกิ่งพันธุ์ดี เสร็จแล้วเฉือนกิ่งพันธุ์ดีเป็นรูปโล่ ให้เข้าเนื้อไม้เล็กน้อย และให้แผลยาวประมาณ 1.5-2 นิ้ว เฉือนต้นตอเฉียงขึ้นเป็นปากฉลามให้แผลยาวเท่ากับแผลกิ่งพันธุ์ดี แล้วนำต้นตอประกบกับกิ่งพันธุ์ดี โดยให้แนวเยื่อเจริญทับกันด้านในด้านหนึ่งหรือทั้งสองด้าน และทำการพันรอบรอยแผลด้วยพลาสติกให้แน่นและมัดต้นตอเข้ากับกิ่งพันธุ์ดีไว้ให้แน่น ไม่ให้เคลื่อนที่ได้ การทาบกิ่งแบบเข้าบ่าขัดหลัง หรือ Modified veneer side approach grafting วิธีนี้จะคล้ายกับวิธีทาบกิ่งแบบฝานบวบแปลง ต่างกันตรงรอยแผลของกิ่งพันธุ์ดีจะเฉือนทำเป็นบ่าหรือเงี่ยงปลา ส่วนของต้นตอจะเฉือนด้านหลังของรอยแผลปากฉลามออกเล็กน้อย โดยการเฉือนกิ่งพันธุ์ดีเอียงขึ้นเข้าเนื้อไม้ประมาณ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ก่อนหน้านั้นก็ได้เรียนรู้กันไปแล้วกับ<a href="http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a.html" title="ขยายพันธุ์พืชด้วย การทาบกิ่ง">วิธีการทาบกิ่งแบบประกับ</a> หรือแบบประกบกิ่งชิดเข้าหากันแบบธรรมดาๆ แต่ครั้งนี้ขอนำเสนอการทาบกิ่งแบบสุดท้าย เพราะเป็นตอนต่อของการทาบกิ่งอย่างละเอียด<span id="more-2142"></span> งดเว้นการอธิบายเกี่ยวกับวัตถุประสงค์และความจำเป็นอื่นๆ เพราะน่าจะหาอ่านได้จากเว็บทั่วไปได้ ก็เริ่มกันเลยกับการทาบกิ่งส่วนที่เหลือครับ</p>
<p></p>
<p><strong>การทาบกิ่งแบบเสียบ</strong> หรือ Modified approach grafting การทาบกิ่งแบบนี้เป็นวิธีทาบกิ่งที่แปลงมาจากวิธีการทาบกิ่งแบบประกับ ดัดแปลงกิ่งพันธุ์ดีเล็กน้อยและทำการตัดยอดต้นตอออกให้เหลือสั้นประมาณ 3-5 นิ้ว เพื่อลดการคายน้ำออก สำหรับวิธีทาบกิ่งแบบเสียบที่นิยมกันนั้นมีอยู่ด้วยกัน 3 แบบครับ</p>
<ul>
<li><strong>การทาบกิ่งแบบฝานบวบแปลง</strong> หรือ Modified spliced approach grafting เป็นอีกวิธีที่นิยมใช้กันมากเพราะสามารถทำได้รวดเร็ว และใช้กับพืชได้ทั่วไปได้ผลดี พืชที่นิยมใช้วิธีทาบแบบนี้ส่วนใหญ่คือ มะม่วง มะขาม ขนุน ทุเรียน เริ่มแรกให้นำต้นตอขึ้นไปลองทาบโดยกะดูบริเวณที่จะทำแผลทั้งต้นตอและกิ่งพันธุ์ดี เสร็จแล้วเฉือนกิ่งพันธุ์ดีเป็นรูปโล่ ให้เข้าเนื้อไม้เล็กน้อย และให้แผลยาวประมาณ 1.5-2 นิ้ว เฉือนต้นตอเฉียงขึ้นเป็นปากฉลามให้แผลยาวเท่ากับแผลกิ่งพันธุ์ดี แล้วนำต้นตอประกบกับกิ่งพันธุ์ดี โดยให้แนวเยื่อเจริญทับกันด้านในด้านหนึ่งหรือทั้งสองด้าน และทำการพันรอบรอยแผลด้วยพลาสติกให้แน่นและมัดต้นตอเข้ากับกิ่งพันธุ์ดีไว้ให้แน่น ไม่ให้เคลื่อนที่ได้
<p><img src="http://www.kasetorganic.com/wp-content/uploads/2012/05/w5-1.gif" alt="การทาบกิ่งแบบฝานบวบแปลง หรือ Modified spliced approach grafting" title="การทาบกิ่งแบบฝานบวบแปลง หรือ Modified spliced approach grafting" width="350" height="149" class="alignnone size-full wp-image-2143" />
</li>
<li><strong>การทาบกิ่งแบบเข้าบ่าขัดหลัง</strong> หรือ Modified veneer side approach grafting วิธีนี้จะคล้ายกับ<em>วิธีทาบกิ่งแบบฝานบวบแปลง</em> ต่างกันตรงรอยแผลของกิ่งพันธุ์ดีจะเฉือนทำเป็นบ่าหรือเงี่ยงปลา ส่วนของต้นตอจะเฉือนด้านหลังของรอยแผลปากฉลามออกเล็กน้อย โดยการเฉือนกิ่งพันธุ์ดีเอียงขึ้นเข้าเนื้อไม้ประมาณ 1/4 ของเส้นผ่าศูนย์กลางของกิ่งความยาวแผลประมาณ 2 นิ้ว เฉือนแผลด้านบนทำเป็นบ่าหรือเงี่ยงปลาประมาณ 1/4 ของความยาวของแผล ให้เฉือนต้นตอเป็นรูปปากฉลามตัดด้านหลังเอียงขึ้นเข้าหาปากฉลามขนาดความยาวแผลประมาณ 1/4 ของแผลปากฉลาม แล้วนำต้นตอที่ปาดเรียบร้อยแล้วสอดเข้าไปขัดกับบ่าหรือเงี่ยงปลาที่ทำไว้ แล้วจัดให้แนวเยื่อเจริญสัมผัสกันมากที่สุด เสร็จแล้วพันด้วยพลาสติกให้แน่นเพื่อยึดไม่ให้เคลื่อนที่
<p><img src="http://www.kasetorganic.com/wp-content/uploads/2012/05/w5-2.gif" alt="การทาบกิ่งแบบเข้าบ่าขัดหลัง หรือ Modified veneer side approach grafting" title="การทาบกิ่งแบบเข้าบ่าขัดหลัง หรือ Modified veneer side approach grafting" width="350" height="154" class="alignnone size-full wp-image-2144" />
</li>
<li><strong>การทาบกิ่งแบบเสียบข้างแปลง</strong> หรือ Modified side approach grafting วิธีการทาบแบบนี้มีขั้นตอนต่างๆ เหมือนวิธีแรก แต่แตกต่างกันที่ลักษณะเฉือนต้นตอและกิ่งพันธุ์ดี โดยการเฉือนกิ่งพันธุ์ดีเป็นมุมเอียงขึ้นประมาณ 30 องศา เข้าไปในเนื้อไม้ประมาณ 1/4 ของเส้นผ่าศูนย์กลางของกิ่ง ความยาวแผลประมาณ 2 นิ้ว เฉือนต้นตอเป็นรูปลิ่มโดยให้แผลส่วนที่สัมผัสด้านในาวกว่าแผลหน้าที่สัมผัสด้านนอก สอดต้นตอเข้าไปในเนื้อไม้แบบตอกลิ่ม โดยให้แนวเยื่อเจริญสัมผัสกันมากที่สุด แล้วพันด้วยพลาสติกให้แน่นเพื่อยึดไม่ให้แผลขยับ
<p><img src="http://www.kasetorganic.com/wp-content/uploads/2012/05/w5-3.gif" alt="การทาบกิ่งแบบเสียบข้างแปลง หรือ Modified side approach grafting" title="การทาบกิ่งแบบเสียบข้างแปลง หรือ Modified side approach grafting" width="350" height="174" class="alignnone size-full wp-image-2145" />
</li>
</ul>
<p><img src="http://www.kasetorganic.com/wp-content/uploads/2012/05/kaset-approach-grafting.jpg" alt="การทาบกิ่ง การขยายพันธุ์พืช approach-grafting" title="การทาบกิ่ง การขยายพันธุ์พืช approach-grafting" width="250" height="420" class="aligncenter size-full wp-image-2148" /></p>
<p>เพิ่มเติมก<strong>ารทาบกิ่งที่ดัดแปลงวิธี</strong>มาใช้ ซึ่งได้ผลดีมากอีกสองวิธีคือ </p>
<ul>
<li><strong>การทาบกิ่งแบบ Modified bark graft</strong> เป็นวิธีที่ใช้สำหรับการค้ำยันกิ่งพันธุ์ดีที่มีขนาด ต้นใหญ่กว่าต้นตอโดยการกรีดกิ่งพันธุ์ดีเป็น รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากลับหัวลงในตำแหน่งที่จะนำ ต้นตอมาค้ำได้พอดีเผยอเปลือกของกิ่งพันธุ์ดีออก เตรียมต้นตอโดยการตัดยอดต้นตอเหลือโคนไว้ใน ระดับที่จะเสียบกิ่งเฉือนปลายกิ่งเป็นปากฉลาม ทั้งสองด้านให้ด้านนอกสั้นกว่าด้านในเล็กน้อย เสียบเข้าไปในแผลที่เตรียมไว้บนกิ่งพันธุ์ดีแล้วพันด้วยผ้าพลาสติก
<p><img src="http://www.kasetorganic.com/wp-content/uploads/2012/05/w5-4.gif" alt="การทาบกิ่งแบบ Modified bark graft" title="การทาบกิ่งแบบ Modified bark graft" width="350" height="150" class="alignnone size-full wp-image-2146" /></li>
<li><strong>การทาบกิ่งแบบ L-flab method</strong> เป็นวิธีที่ใช้สำหรับค้ำยัน โดยกรีดกิ่งพันธุ์ดีเป็น รูปตัวทีหัวกลับแล้วเผยอเปลือกออกด้านขวาหรือซ้าย เพียงด้านเดียว เตรียมต้นตอเช่นเดียวกันแบบ modified bark graft โดยเฉือนปลายกิ่ง เป็นปากฉลามทั้งสองด้านให้ด้านนอกสั้นกว่า ด้านในเล็กน้อยแล้วเสียบเข้าไป ในแผลที่เตรียมไว้ บนกิ่งพันธุ์ดีแล้วพันด้วยผ้าพลาสติก
<p><img src="http://www.kasetorganic.com/wp-content/uploads/2012/05/w5-5.gif" alt="การทาบกิ่งแบบ L-flab method" title="การทาบกิ่งแบบ L-flab method" width="350" height="165" class="alignnone size-full wp-image-2150" />
</li>
</ul>
<p>ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคงจะเป็นประโยชน์กับชาวเกษตรมือใหม่หัดเดินกันนะครับ เพราะผมเองนั้นก็ยังไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องการทาบกิ่งมากนัก อาศัยทดลองทดสอบ บ้างก็ติดเป็นต้น บ้างก็ตาย เพราะปัจจัยที่จะทำให้ต้นไม้รอดในกรณีทาบกิ่งนั้น มีมากอยู่ เพราะการปฏิบัติดูแลหลังจากทำการทาบแล้ว เป็นสิ่งจำเป็นเช่นเดียวกัน โดยมีคำแนะนำดังนี้</p>
<ul>
<li>ควรให้น้ำแก่ต้นแม่พันธุ์กิ่งพันธุ์ดีอย่างสม่ำเสมอ พร้อมกับสังเกตดูน้ำในตุ้มทาบที่ทาบแบบประกับซึ่งมักจะแห้งจึงต้องให้น้ำโดยการใช้หัวฉีดฉีดน้ำเข้าไปในถุงตุ้มทาบบ้างในบางครั้ง แต่สำหรับตุ้มทาบแบบเสียบมักจะไม่พบปัญหาตุ้มทาบแห้งเท่าใดนัก ยกเว้นทำการทาบในฤดูแล้ง</li>
<li>กรณีที่ส่วนยอดกิ่งพันธุ์ดีหลังจากทาบแล้วมีโรคและแมลงเข้าทำลาย ควรกำจัดโดยการฉีดพ่นสารเคมีกำจัดโรค และแมลง</li>
<li>กรณีที่มีพายุหรือฝนตกหนักต้องหาไม้มาช่วยพยุงหรือค้ำกิ่งไว้เพื่อไม่ให้กิ่งพันธุ์ที่ทำการทาบหักได้</li>
<li>กรณีที่ทำการทาบหลายตุ้มในกิ่งเดียวกันควรต้องหาไม้ค้ำ หรือเชือกโยงไว้กับลำต้นเพื่อไม่ให้กิ่งใหญ่หักเสียหาย</li>
</ul>
<p>อ้างอิง web.ku.ac.th เรื่องการทาบกิ่ง / ภาพประกอบ web.agri.cmu.ac.th การทาบกิ่งแบบต่างๆ</p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%87.html' rel='bookmark' title='การปลูกพืชผักในกระถางไม้ประดับ'>การปลูกพืชผักในกระถางไม้ประดับ</a></li>
<li><a href='http://www.kasetorganic.com/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%9f%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2.html' rel='bookmark' title='เห็ดฟางตะกร้า เพาะง่าย ขายได้ราคา'>เห็ดฟางตะกร้า เพาะง่าย ขายได้ราคา</a></li>
<li><a href='http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5-%e0%b8%9f%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9f%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89-%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3.html' rel='bookmark' title='การดูแลและฟื้นฟูต้นไม้ หลังน้ำท่วม'>การดูแลและฟื้นฟูต้นไม้ หลังน้ำท่วม</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ขยายพันธุ์พืชด้วย การทาบกิ่ง</title>
		<link>http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a.html</link>
		<comments>http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 08 May 2012 07:14:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[การปลูกพืช ผักสวนครัว]]></category>
		<category><![CDATA[การเร่งรากพืช]]></category>
		<category><![CDATA[ข่อยดำ การขยายพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[สวนครัวผสม]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรพอเพียง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kasetorganic.com/?p=2133</guid>
		<description><![CDATA[วันก่อนได้ลงเนื้อหาเกี่ยวกับการติดตาพันธุ์พืชไปแล้ว มีเสียงตอบรับว่าอยากรู้เรื่องการทาบกิ่งบ้าง เพราะการติดตา ใช้กับพืชบางชนิดไม่ค่อยสะดวก อีกทั้งการดูแลรักษาก็ยุ่งยาก การเติบโตช้ากว่า ก็เลยอยากจะได้ข้อมูลเกี่ยวกับการทาบกิ่งบ้าง เพราะการทาบกิ่งเอง สามารถที่จะทาบได้หลากหลาย เปลี่ยนผักผลไม้จากชนิดเดียว ให้เป็นหลายชนิดได้ด้วยวิธีนี้ ผมก็เลยไม่รอช้า รีบค้นคว้าหาข้อมูลมาลงกัน แต่จะว่าไปการค้นหาข้อมูลเรื่องการทาบกิ่งก็มีให้อ่านกันอย่างจุใจในหลายๆ เว็บแล้ว ลงไปอีกเกรงว่าจะซ้ำ เลยขอเอาวิธีทำมากันเลย และคงไม่ต้องมาเอ่ยถึงวัตถุประสงค์หรือความจำเป็นในการใช้งานกันแล้ว เพราะเรื่องแบบนั้นหาได้จากเว็บทั่วไปอยู่แล้ว การทาบกิ่ง (GRAFTING) นับเป็นวิธีการขยายพันธุ์ที่ให้ได้ต้นพันธุ์ที่ให้ได้ต้นพันธุ์ดีซึ่งมีลักษณะทางสายพันธุ์เหมือนต้นแม่วิธีหนึ่ง โดยกิ่งพันธุ์ดีจะทำหน้าที่เป็นลำต้นของต้นพืชใหม่ ส่วนต้นตอที่นำมาทาบติดกับกิ่งของต้นพันธุ์ดีจะทำหน้าที่เป็นระบบราก เพื่อหาอาหารให้กับต้นพันธุ์ดี การทาบกิ่งเป็นวิธีการขยายพันธุ์แบบไม่ใช้เพศวิธีหนึ่งที่ใช้กับพืชที่ไม่สามารถขยายพันธุ์ด้วยวิธีอื่นได้ วิธีการคือนำต้นพืชสองต้นที่มีระบบรากที่ดี มาเชื่อมต่อกิ่ง กันเมื่อเกิดการประสานตัวของกิ่งทั้งสองดี จึงตัดรากของต้นหนึ่งออกเหลือเป็นต้นใหญ่ที่มีระบบรากของพันธุ์หนึ่งและยอดเป็นอีกพันธุ์หนึ่งได้ ดังนั้นกิ่งพันธุ์ที่ดี ที่เป็นยอดสามารถเจริญเติบโตออกดอกติดผลได้เร็วกว่าวิธีการเพาะเมล็ด การทาบกิ่งทำได้ทุกฤดู ซึ่งให้ผลสำเร็จได้ดีในระยะที่ต้นอยู่ในระยะเจริญเติบโต วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการทาบกิ่ง จะมีไม่กี่อย่าง เช่น มีดบางหรือมีดที่ใช้สำหรับขยายพันธุ์, กรรไกรตัดแต่งกิ่ง, แผ่นพลาสติกขนาด 0.5&#215;12 นิ้ว หรือเทปพลาสติกสำเร็จรูปเป็นม้วน, ต้นตอหรือตุ้มทาบ, เชือกหรือลวดสำหรับยึด ซึ่งวิธีการทาบกิ่งโดยทั่วไปมี 2 แบบคือแบบประกบธรรมดาๆ ต้นหนึ่งประกบกับต้นหนึ่ง หรือ Approach grafting และอีกวิธีคือ การทาบกิ่งแบบเสียบ หรือ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันก่อนได้ลงเนื้อหาเกี่ยวกับการติดตาพันธุ์พืชไปแล้ว มีเสียงตอบรับว่าอยากรู้เรื่องการทาบกิ่งบ้าง เพราะการติดตา ใช้กับพืชบางชนิดไม่ค่อยสะดวก อีกทั้งการดูแลรักษาก็ยุ่งยาก การเติบโตช้ากว่า ก็เลยอยากจะได้ข้อมูลเกี่ยวกับการทาบกิ่ง<span id="more-2133"></span>บ้าง เพราะการทาบกิ่งเอง สามารถที่จะทาบได้หลากหลาย เปลี่ยนผักผลไม้จากชนิดเดียว ให้เป็นหลายชนิดได้ด้วยวิธีนี้ ผมก็เลยไม่รอช้า รีบค้นคว้าหาข้อมูลมาลงกัน แต่จะว่าไปการค้นหาข้อมูลเรื่องการทาบกิ่งก็มีให้อ่านกันอย่างจุใจในหลายๆ เว็บแล้ว ลงไปอีกเกรงว่าจะซ้ำ เลยขอเอาวิธีทำมากันเลย และคงไม่ต้องมาเอ่ยถึงวัตถุประสงค์หรือความจำเป็นในการใช้งานกันแล้ว เพราะเรื่องแบบนั้นหาได้จากเว็บทั่วไปอยู่แล้ว</p>
<p><img src="http://www.kasetorganic.com/wp-content/uploads/2012/05/tree-approach-grafting.jpg" alt="การขยายพันธุ์พืชด้วยวิธี การทาบกิ่ง tree-approach-grafting" title="การขยายพันธุ์พืชด้วยวิธี การทาบกิ่ง tree-approach-grafting" width="400" height="300" class="aligncenter size-full wp-image-2137" /></p>
<p><strong>การทาบกิ่ง (GRAFTING)</strong> นับเป็นวิธีการขยายพันธุ์ที่ให้ได้ต้นพันธุ์ที่ให้ได้ต้นพันธุ์ดีซึ่งมีลักษณะทางสายพันธุ์เหมือนต้นแม่วิธีหนึ่ง โดยกิ่งพันธุ์ดีจะทำหน้าที่เป็นลำต้นของต้นพืชใหม่ ส่วนต้นตอที่นำมาทาบติดกับกิ่งของต้นพันธุ์ดีจะทำหน้าที่เป็นระบบราก เพื่อหาอาหารให้กับต้นพันธุ์ดี การทาบกิ่งเป็นวิธีการขยายพันธุ์แบบไม่ใช้เพศวิธีหนึ่งที่ใช้กับพืชที่ไม่สามารถขยายพันธุ์ด้วยวิธีอื่นได้ วิธีการคือนำต้นพืชสองต้นที่มีระบบรากที่ดี มาเชื่อมต่อกิ่ง กันเมื่อเกิดการประสานตัวของกิ่งทั้งสองดี จึงตัดรากของต้นหนึ่งออกเหลือเป็นต้นใหญ่ที่มีระบบรากของพันธุ์หนึ่งและยอดเป็นอีกพันธุ์หนึ่งได้  ดังนั้นกิ่งพันธุ์ที่ดี ที่เป็นยอดสามารถเจริญเติบโตออกดอกติดผลได้เร็วกว่าวิธีการเพาะเมล็ด การทาบกิ่งทำได้ทุกฤดู ซึ่งให้ผลสำเร็จได้ดีในระยะที่ต้นอยู่ในระยะเจริญเติบโต</p>
<p><strong>วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการทาบกิ่ง</strong> จะมีไม่กี่อย่าง เช่น มีดบางหรือมีดที่ใช้สำหรับขยายพันธุ์, กรรไกรตัดแต่งกิ่ง, แผ่นพลาสติกขนาด 0.5&#215;12 นิ้ว หรือเทปพลาสติกสำเร็จรูปเป็นม้วน, ต้นตอหรือตุ้มทาบ, เชือกหรือลวดสำหรับยึด ซึ่งวิธีการทาบกิ่งโดยทั่วไปมี 2 แบบคือแบบประกบธรรมดาๆ ต้นหนึ่งประกบกับต้นหนึ่ง หรือ Approach grafting และอีกวิธีคือ การทาบกิ่งแบบเสียบ หรือ Modified approach grafting / Inarching ซึ่งจะอธิบายคร่าวๆ ได้ดังนี้</p>
<p><strong>การทาบกิ่งแบบประกับ</strong> หรือประกบ หรือปะติดกัน แล้วแต่จะเรียก เป็นการทาบกิ่งทั้งต้นตอและกิ่งพันธุ์ ที่ยังมีรากและยอดอยู่ทั้งคู่ มักใช้ในการทาบกิ่งไม้ผลที่รอยแผลประสานกันช้า เช่น การทาบกิ่งมะขาม ขนุน มะม่วง และพืชอื่นๆ โดยแยกเป็นหลายแบบ เช่น </p>
<p></p>
<ul>
<li><strong>การทาบกิ่งแบบฝานบวบ</strong> Spliced approach grafting โดยการเลือกต้นตอและกิ่งพันธุ์ ให้บริเวณที่จะทาบมีขนาดพอกันและมีลักษณะเรียบตรง ประกบกันได้สนิด แล้วทำการเฉือนกิ่งพันธุ์ให้เข้าไปในเนื้อไม้เล็กน้อย รอยแผลยาวประมาณ 1-2 นิ้ว เสร็จแล้ว ปาดแผลต้นตอในลักษณะเหมือนกับกิ่งพันธุ์ ให้มีความยาวเท่ากัน ทำการประกบกิ่งพันธุ์และต้นตอให้สนิด โดยมัดต้นตอและยอดพันธุ์ เข้าด้วยกันโดยจัดแนวเยื่อเจริญให้สัมผัสกันมากที่สุด พันรอบรอยแผลด้วยพลาสติกให้แน่น
<p><img src="http://www.kasetorganic.com/wp-content/uploads/2012/05/w4-1.gif" alt="การทาบกิ่งแบบฝานบวบ การทาบกิ่งแบบประกับ ประกบกิ่งพันธุ์" title="การทาบกิ่งแบบฝานบวบ การทาบกิ่งแบบประกับ ประกบกิ่งพันธุ์" width="350" height="170" class="alignnone size-full wp-image-2134" /></li>
<li><strong>การทาบกิ่งแบบเข้าลิ้น</strong> Tongued approach grafting คล้ายแบบแรก แต่มีความแตกต่างกันที่บริเวณรอยเฉือนจะทำเป็นลิ้น เพื่อให้สามารถสอดเข้าหากันได้ วิธีการคือเลือกต้นตอและกิ่งพันธุ์ ให้บริเวณที่จะทาบสามารถทับกันได้พอดี ไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป ทำการเฉือนต้นตอให้มีแผลเป็นรูปโล่ยาวประมาณ 1-2 นิ้ว พยายามเฉือนให้เรียบอย่าให้เป็นคลื่นจากนั้นในรอยแผลเดิม ให้เฉือนเป็นลิ้นลงมาเสมอกับโคนรอยแผลด้านล่าง สำหรับให้เสียบยึดติดกันได้ เฉือนกิ่งพันธุ์ในแบบเดียวกัน แต่ให้ลิ้นที่เฉือนกลับลงในลักษณะตรงกันกับลิ้นของต้นตอ (ดูภาพประกอบ) เสร็จแล้วเสียบลิ้นของต้นตอและกิ่งพันธุ์เข้าด้วยกัน การเฉือนเป็นลิ้นนี้ข้อดีคือไม่ฉีกหักง่ายและยังเป็นการเพิ่มพื้นที่สัมผัสของแนวเยื่อเจริญ โดยจัดให้แนวเยื่อเจริญสัมผัสกันมากที่สุด แล้วพันรอบรอยแผลด้วยพลาสติกให้แน่นกันการคายน้ำ
<p><img src="http://www.kasetorganic.com/wp-content/uploads/2012/05/w4-2-2.gif" alt="การทาบกิ่ง แบบเข้าลิ้น Tongued approach grafting" title="การทาบกิ่ง แบบเข้าลิ้น Tongued approach grafting" width="350" height="151" class="alignnone size-full wp-image-2135" /></li>
<li><strong>การทาบกิ่งแบบพาดร่อง</strong> Inlay approach grafting วิธีนี้มักใช้เพื่อการเปลี่ยนยอด หรือการเสริมรากให้ต้นไม้ที่มีระบบรากไม่แข็งแรง หรือระบบรากถูกทำลาย ให้สามารถคงอยู่ได้ด้วยการเพิ่มรากเพื่อให้หาอาหารได้ดีขึ้น ทำได้โดยกรีดเปลือกต้นตอตรงบริเวณที่จะทำการทาบ ให้มีความยาวประมาณ 2-3 นิ้ว กรีดเป็นสองรอยให้ขนานกัน และให้รอยกรีดกว้างเท่ากับขนาดของกิ่งพันธุ์ กรีดเปลือกตามขวางตรงหัวและท้ายรอยกรีดที่ขนานกัน แล้วแกะเอาเปลือกออก เฉือนกิ่งพันธุ์ดีให้เข้าไปในเนื้อไม้เป็นรูปโล่ และให้ยาวเท่ากับความยาวของแผลที่เตรียมบนต้นตอ ทำการทาบกิ่งพันธุ์ดีตรงบริเวณที่เฉือนนั้นให้เข้าในแผลบนต้นตอ ใช้ตะปูเข็มขนาดเล็กตอกกิ่งพันธุ์ดีติดกับต้นตอ แล้วพันด้วยพลาสติกให้แน่น เมื่อต่อกิ่งไว้ 30-45 วันแล้ว จึงควั่นกิ่งต้นตอเหนือรอยต่อและควั่นกิ่งพันธุ์ดี ใต้รอยต่อก่อนตัดออกมาให้ยอดของกิ่งพันธุ์ดี เจริญเติบโตต่อไป หรือเมื่อกิ่งพันธุ์ดีและต้นตอติดกันดีแล้ว จึงทำการตัดต้นตอเหนือรอยต่อและตัดกิ่งพันธุ์ดีใต้รอยต่อกรณีต้องการเปลี่ยนเป็นยอดพันธุ์ดี
<p><img src="http://www.kasetorganic.com/wp-content/uploads/2012/05/w4-3.gif" alt="การทาบกิ่ง แบบพาดร่อง Inlay approach grafting" title="การทาบกิ่ง แบบพาดร่อง Inlay approach grafting" width="350" height="131" class="alignnone size-full wp-image-2136" /></p>
<p>วิธีที่ใช้กับพืชที่มีขนาดแตกต่างกันมากระหว่าง ต้นตอและกิ่งพันธุ์ดีหรือพืชที่มีเปลือกของต้นตอหนากว่า กิ่งพันธุ์ดีมักเป็นต้นที่มีขนาดใหญ่กว่าจะต้องมีเปลือกล่อน สามารถลอกออกได้จึงจะใช้วิธีนี้ นิยมใช้กับมะม่วง มะปราง กระท้อน ขนุน มะขามหวาน ทุเรียน</li>
</ul>
<p>วันพรุ่งนี้เราจะมาเรียนรู้เรื่องการทาบกิ่งอีกวิธีหนึ่งที่ได้ผลดีและนิยมทำกันมากอีกวิธีหนึ่ง แต่ดูเหมือนว่าเนื้อหาจะเยอะเกินไปซักหน่อยหากเอามาลงในส่วนนี้ต่อเนื่อง จึงขอยกยอดไว้วันหลังก็แล้วกันจ้า</p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%87.html' rel='bookmark' title='การปลูกพืชผักในกระถางไม้ประดับ'>การปลูกพืชผักในกระถางไม้ประดับ</a></li>
<li><a href='http://www.kasetorganic.com/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%9f%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2.html' rel='bookmark' title='เห็ดฟางตะกร้า เพาะง่าย ขายได้ราคา'>เห็ดฟางตะกร้า เพาะง่าย ขายได้ราคา</a></li>
<li><a href='http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b9%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87.html' rel='bookmark' title='การปลูก พริกขี้หนูสีม่วง'>การปลูก พริกขี้หนูสีม่วง</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปัจจัยที่ควรคำนึงเกี่ยวกับการปลูก ผักสวนครัว</title>
		<link>http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81-%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a7.html</link>
		<comments>http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81-%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a7.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 04 May 2012 03:14:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[การปลูกพืช ผักสวนครัว]]></category>
		<category><![CDATA[การปลูกผักสวนครัว]]></category>
		<category><![CDATA[การปลูกพืชผักสวนครัว]]></category>
		<category><![CDATA[ผักสวนครัว รั้วกินได้]]></category>
		<category><![CDATA[พืชผักสวนครัว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kasetorganic.com/?p=2126</guid>
		<description><![CDATA[คนเรานั้น รู้จักรับประทาน ผักเป็นอาหารมาแต่ไหนแต่ไร ในอดีตมนุษย์เราก็รับประทานผักเป็นอาหารหลัก หลังๆ วิวัฒนาการได้เปลี่ยนแปลง มีการล่าเพื่อเก็บสะสมไว้ในยามจำเป็น จึงทำให้แหล่งอาหารถูกเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างอื่น อีกทั้งสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปมา เป็นผลให้พืชผักทั้งหลายไม่เพียงพอต่อความต้องการในชีวิตประจำวันของมนุษย์ แต่ผักเหล่านั้นก็ยังคงเป็นแหล่งอาหารให้แร่ธาตุ วิตามิน ที่มีคุณค่าทางอาหารสูง จากข้อมูลการวิจัยกล่าวว่า มนุษย์เราควรบริโภคผักวันละประมาณ 200 กรัม เพื่อให้ร่างกาย ได้รับแร่ธาตุและวิตามินอย่างเพียงพอ ผักสวนครัวกับปัจจัยที่ควรคำนึงในการเพาะปลูก ซึ่งก่อนที่จะมีการปลูกผักสวนครัวในพื้นที่ไว้สำหรับเป็นแหล่งอาหารนั้น มีข้อควรพิจารณาก่อนปลูกผักสวนครัวไว้ ด้วยการที่ต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายอย่าง ดังนี้ การเลือกสถานที่ปลูก ควรเลือกทำเลที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่สุด อยู่ใกล้แหล่งน้ำ ไม่ไกลจากที่พักอาศัยมากนัก เพื่อความสะดวกในทำงาน การดูแลรักษาและสะดวกในการเก็บเกี่ยว หากไม่มีพื้นที่ดินในบริเวณบ้าน ผักสวนครัวบางชนิดจะปลูกได้จำเป็นต้องปลูกในภาชนะใส่ดินปลูก อาจจะวางบนพื้นหรือแขวน เป็นผักสวนครัวลอยฟ้า หรือผักสวนครัวแบบกลับหัว การเลือกประเภทผักสวนครัว ชนิดของผักที่จะปลูกควรคำนึงถึงการใช้เนื้อที่ให้ได้ประโยชน์มากที่สุด โดยการปลูกผักมากชนิดที่สุด เพื่อจะได้มีผักไว้บริโภคหลายอย่าง และควรเลือกชนิดของผักที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม และปลูกให้ตรงกับฤดูกาล ผักสวนครัวบางชนิดปลูกและให้ผลผลิตตลอดปี สภาพแสงและร่มเงา มีความจำเป็นในขบวนการสังเคราะห็แสงของพืชเพื่อสร้างอาหาร สภาพที่ไม่ได้รับแสงแดดตลอดทั้งวัน ควรปลูกพืชผักที่สามารถเจริญเติบโตในร่มได้ เช่น ต้นชะพลู สะระแหน่ ตะไคร้ โหระพา ขิง ข่า และกะเพรา สภาพที่ได้รับแสงแดดตลอดทั้งวัน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คนเรานั้น รู้จักรับประทาน ผักเป็นอาหารมาแต่ไหนแต่ไร ในอดีตมนุษย์เราก็รับประทานผักเป็นอาหารหลัก หลังๆ วิวัฒนาการได้เปลี่ยนแปลง มีการล่าเพื่อเก็บสะสมไว้ในยามจำเป็น จึงทำให้แหล่งอาหารถูกเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างอื่น<span id="more-2126"></span> อีกทั้งสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปมา เป็นผลให้พืชผักทั้งหลายไม่เพียงพอต่อความต้องการในชีวิตประจำวันของมนุษย์ แต่ผักเหล่านั้นก็ยังคงเป็นแหล่งอาหารให้แร่ธาตุ วิตามิน ที่มีคุณค่าทางอาหารสูง จากข้อมูลการวิจัยกล่าวว่า มนุษย์เราควรบริโภคผักวันละประมาณ 200 กรัม เพื่อให้ร่างกาย ได้รับแร่ธาตุและวิตามินอย่างเพียงพอ</p>
<p>ผักสวนครัวกับปัจจัยที่ควรคำนึงในการเพาะปลูก ซึ่งก่อนที่จะมีการปลูกผักสวนครัวในพื้นที่ไว้สำหรับเป็นแหล่งอาหารนั้น มีข้อควรพิจารณาก่อนปลูกผักสวนครัวไว้ ด้วยการที่ต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายอย่าง ดังนี้</p>
<ul>
<li>การเลือกสถานที่ปลูก ควรเลือกทำเลที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่สุด อยู่ใกล้แหล่งน้ำ ไม่ไกลจากที่พักอาศัยมากนัก เพื่อความสะดวกในทำงาน การดูแลรักษาและสะดวกในการเก็บเกี่ยว</li>
<li>หากไม่มีพื้นที่ดินในบริเวณบ้าน ผักสวนครัวบางชนิดจะปลูกได้จำเป็นต้องปลูกในภาชนะใส่ดินปลูก อาจจะวางบนพื้นหรือแขวน เป็นผักสวนครัวลอยฟ้า หรือผักสวนครัวแบบกลับหัว</li>
<li>การเลือกประเภทผักสวนครัว ชนิดของผักที่จะปลูกควรคำนึงถึงการใช้เนื้อที่ให้ได้ประโยชน์มากที่สุด โดยการปลูกผักมากชนิดที่สุด เพื่อจะได้มีผักไว้บริโภคหลายอย่าง และควรเลือกชนิดของผักที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม และปลูกให้ตรงกับฤดูกาล ผักสวนครัวบางชนิดปลูกและให้ผลผลิตตลอดปี</li>
<li>สภาพแสงและร่มเงา มีความจำเป็นในขบวนการสังเคราะห็แสงของพืชเพื่อสร้างอาหาร สภาพที่ไม่ได้รับแสงแดดตลอดทั้งวัน ควรปลูกพืชผักที่สามารถเจริญเติบโตในร่มได้ เช่น ต้นชะพลู สะระแหน่ ตะไคร้ โหระพา ขิง ข่า และกะเพรา สภาพที่ได้รับแสงแดดตลอดทั้งวัน ควรเลือกปลูกผักที่สามารถเจริญเติบโตได้ในแสงปกติ เช่น ถั่วฝักยาว คะน้า ผักกาดเขียว กวางตุ้ง พริกต่างๆ</li>
</ul>
<p></p>
<p>ใน<a href="http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2.html" title="สวนครัวกินเอง ปลูกง่าย">การปลูกผักสวนครัว</a>นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ปลูกเองจะต้องพิจารณาจากสิ่งต่างๆ รอบตัวในวัตถุประสงค์ของการปลูกผักสวนครัวไว้ในพื้นที่ปลูก เช่น</p>
<ul>
<li>ความประสงค์ของผู้ปลูก ควรกำหนดว่าจะปลูกผักโดยมีวัตถุประสงค์อะไร เช่น การปลูกเพื่อต้องการได้ผัก มาบริโภค ประจำวัน หรือการปลูกเพื่อเป็นงานอดิเรก</li>
<li>ความรู้ในด้านการปลูกผัก เบื้องต้นนั้น การปลูกผักจะมีวัตถุประสงค์ต่างๆ กันไป การปลูกผักทุกประเภทไม่ว่าผักสวนครัวหรือการปลูกผักเป็นอาชีพต้องมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับธรรมชาติของผักชนิดนั้นๆและวิธีการในการปลูกที่ดีด้วยจึงจะให้ผลผลิตที่ดี</li>
<li>แรงงานในการปลูก เนื่องจากผักเป็นพืชที่ต้องการความพิถีพิถันในการดูแลรักษา ดังนั้นการปลูกผักจึงต้องใช้แรงงานในการดูแลรักษาตามความเหมาะสม ปกติการปลูกผักเป็นอาชีพ อาจใช้แรงงานประมาณ 2-3 คน ดูแลแปลงปลูกได้ประมาณ 2 ไร่ ส่วนการปลูกผักสวนครัวพื้นที่ประมาณ 30-40 ตารางเมตร ควรจะมีแรงงานดูแลรักษาเฉลี่ยวันละประมาณ 2-3 ชั่วโมง</li>
<li>ความชำนาญในการปลูกผัก การปลูกผักนั้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ซึ่งผู้ปลูกจำเป็นต้องมีความชำนาญในการปลูก มีความรู้เกี่ยวกับการเกษตรเบื้องต้นพอประมาณ</li>
</ul>
<p><img src="http://www.kasetorganic.com/wp-content/uploads/2012/03/veggie-krai.jpg" alt="สวนผัก และ แปลงผัก เกษตรปลอดสารพิษ" title="สวนผัก และ แปลงผัก เกษตรปลอดสารพิษ" width="450" height="318" class="aligncenter size-full wp-image-1619" /></p>
<p>เมื่อมีความรู้ มีความพร้อม มีสถานที่ปลูก และเข้าใจถึงปัจจัยต่างๆ แล้วก็เริ่มต้นในการปลูกได้ โดยมี<strong>การเตรียมแปลงปลูก</strong> ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้</p>
<ul>
<li>พรวนดิน ใช้จอบขุดดินลึกประมาณ 6 นิ้ว เพื่อพรวนดินให้มีโครงสร้างดีขึ้น กำจัดวัชพืชในดินกำจัดไข่แมลง หรือโรคพืช ที่อยู่ในดินโดยการพรวนและตากทิ้งไว้ประมาณ 7-15 วัน</li>
<li>การยกแปลง ใช้จอบพรวนยกแปลงสูงประมาณ 4-5 นิ้ว จากผิวดิน โดยมีความกว้างประมาณ 1-1.20 เมตร ส่วนความ ยาวควรเป็น ตาม ลักษณะของพื้นที่หรืออาจแบ่งเป็นแปลงย่อย ๆ ตามความเหมาะสมความยาวของแปลงนั้นควรอยู่ในแนวทิศเหนือ – ใต้ ทั้งนี้เพื่อให้ผักได้รับแสงแดดทั่วทั้งแปลง</li>
<li>ปรับปรุงเนื้อดิน เนื้อดินที่ปลูกผักควรเป็นดินร่วน แต่สภาพดินเดิมนั้นอาจจะเป็นดินทรายหรือดินเหนียว จำเป็นต้องปรับปรุง ให้เนื้อดินดีขึ้นโดยการใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกอัตรา ประมาณ 2-3 กิโลกรัมต่อเนื้อที่ 1 ตารางเมตร คลุกเคล้าให้เข้ากัน</li>
<li>กำหนดหลุมปลูก จะกำหนดภายหลังจากเลือกชนิดผักต่าง ๆ แล้วเพราะว่าผักแต่ละชนิดจะใช้ระยะปลูกที่แตกต่างกัน เช่น พริก ควรใช้ระยะ 75 – 100 เซนติเมตร ผักบุ้งจะเป็น 5 x 5 เซนติเมตร</li>
</ul>
<p><img src="http://www.kasetorganic.com/wp-content/uploads/2012/03/home-herb-2.jpg" alt="สวนครัว สมุนไพร การเกษตรพอเพียง" title="สวนครัว สมุนไพร การเกษตรพอเพียง" width="450" height="299" class="aligncenter size-full wp-image-1586" /></p>
<p><strong>การดูแลรักษาแปลงปลูก</strong> และผักสวนครัวในแปลงปลูกให้ได้ผลผลิตที่ดีและเหมาะสม ด้วยการดูแลรักษาและความเอาใจใส่ จะช่วยให้ผักเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์จนถึงระยะเก็บเกี่ยว</p>
<ul>
<li><strong>การให้น้ำ</strong> การปลูกผักจำเป็นต้องให้น้ำอย่างเพียงพอ การให้น้ำผักควรรดน้ำในช่วง เช้า – เย็น ไม่ควรรดตอนแดดจัด และรดน้ำแต่พอชุ่มอย่าให้โชก</li>
<li><strong>การให้ปุ๋ย</strong> มี 2 ระยะ คือ เริ่มแรกใส่รองพื้นคือการใส่เมื่อเวลาเตรียมดิน หรือรองก้นหลุมก่อนปลูกปุ๋ยที่ใส่รองพื้นควรเป็นปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก คลุกในดินให้ทั่วก่อนปลูก เพื่อปรับโครงสร้างดินให้โปร่งร่วนซุย นอกจากนั้นยังช่วยในการอุ้มน้ำและรักษาความชื้นของดินให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของพืชด้วย
<p>ระยะที่สองคือการใส่ปุ๋ยบำรุง ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยเคมี โดยแบ่งใส่ 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อย้ายกล้าไปปลูกจนกล้าตั้งตัวได้แล้ว และใส่ครั้งที่ 2 หลังจากใส่ครั้งแรกประมาณ 2 – 3 สัปดาห์ การใส่ให้โรยบางๆ ระหว่างแถว ระวังอย่าให้ปุ๋ยอยู่ชิดต้นเพราะจะทำให้ผักตายได้ เมื่อใส่ปุ๋ยแล้วให้พรวนดินและรดน้ำทันที สูตรปุ๋ยที่ใช้กับพืชผัก ได้แก่ ยูเรีย แอมโมเนียซัลเฟต สำหรับบำรุงต้นและใบ และปุ๋ยสูตร 15-15-15 และ 12-24-12 สำหรับเร่งการออกดอกและผล</li>
<li><strong>การป้องกันกำจัดศัตรูพืช</strong> ควรบำรุงรักษาต้นพืชให้แข็งแรง โดยการกำจัดวัชพืช การให้น้ำอย่างเพียงพอและใส่ปุ๋ยตามจำนวนที่กำหนดเพื่อให้ผักเจริญเติบโตแข็งแรง ทนต่อโรคและแมลง หากมีโรคและแมลงระบาดมากควรใช้สารธรรมชาติ หรือใช้วิธีกลต่างๆ ในการป้องกันกำจัด เช่น หนอนต่างๆ ใช้มือจับออกใช้พริกไทยป่นผสมน้ำฉีดพ่น ใช้น้ำคั้นจากใบหรือเมล็ดสะเดาถ้าเป็นพวกเพลี้ย เช่น เพลี้ยอ่อน เพลี้ยแป้ง เพลี้ยหอย และเพลี้ยจักจั่น ให้ใช้น้ำยาล้างจาน 15 ซีซี ผสมน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นใต้ใบเวลาเย็น ถ้าเป็นพวกมดหอยและทากให้ใช้ปูนขาวโรยบางๆ ลงบริเวณพื้นดิน</li>
</ul>
<p>หลังจากนั้นจะเป็นช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ได้ การเก็บเกี่ยวผักควรเก็บในเวลาเช้าจะทำให้ได้ผักสดรสดี และหากยังไม่ได้ใช้ให้ล้างให้สะอาด และนำเก็บไว้ในตู้เย็น สำหรับผักประเภทผลควรเก็บในขณะที่ผลไม่แก่จัดจะได้ผลที่มีรสดี และจะทำให้ผลดก หากปล่อยให้ผลแก่คาต้น ต่อไปจะออกผลน้อยลง</p>
<p>สำหรับในผักใบหลายชนิด เช่น หอมแบ่ง ผักบุ้งจีน คะน้า กะหล่ำปลี การแบ่งเก็บผักที่สดอ่อน หรือโตได้ขนาดแล้ว โดยยังคงเหลือลำต้นและรากไว้ไม่ถอนออกทั้งต้น รากหรือต้นที่เหลืออยู่จะสามารถงอกงามให้ผล ได้อีกหลายครั้งทั้งนี้จะต้องมีการดูแลรักษา ให้น้ำและปุ๋ยอยู่เสมอ การปลูกพื้นหมุนเวียนสลับชนิดหรือปลูกผักหลายชนิดในแปลงเดียวกันและปลูกผักที่มีอายุเก็บเกี่ยวสั้นบ้าง ยาวบ้างคละกันในแปลงเดียวกัน หรือปลูกผักชนิดเดียวกันแต่ทยอยปลูกครั้งละ 3-5 ต้น หรือประมาณว่าพอรับประทานได้ในครอบครัวในแต่ละครั้งที่เก็บเกี่ยว ก็จะทำให้ผู้ปลูกมีผักสดเก็บรับประทานได้ทุกวันตลอดปี</p>
<p>หวังว่าทุกท่านคงจะสนุกกับ<strong>การปลูกผักสวนครัว</strong>ภายหลังจากเข้าสู่ช่วงฤดูฝนกันแล้วนะครับ</p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad.html' rel='bookmark' title='การปลูกมะละกอ แบบพอเพียง'>การปลูกมะละกอ แบบพอเพียง</a></li>
<li><a href='http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%87.html' rel='bookmark' title='การปลูกถั่วฝักยาวในกระถาง'>การปลูกถั่วฝักยาวในกระถาง</a></li>
<li><a href='http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a7-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89.html' rel='bookmark' title='ผักสวนครัว รั้วกินได้ ตลอดปี'>ผักสวนครัว รั้วกินได้ ตลอดปี</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81-%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a7.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตามล่าหาพื้นที่ปลูกพืชออร์แกนิค กลางป่าคอนกรีต</title>
		<link>http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81-%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a-%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84.html</link>
		<comments>http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81-%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a-%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 26 Apr 2012 02:46:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[การปลูกพืช ผักสวนครัว]]></category>
		<category><![CDATA[Organic Standards]]></category>
		<category><![CDATA[Organic to Schools]]></category>
		<category><![CDATA[การปลูกผักออแกนิค]]></category>
		<category><![CDATA[ผักออแกนิก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kasetorganic.com/?p=1671</guid>
		<description><![CDATA[พื้นที่ส่วนใหญ่ในตัวเมืองใหญ่นั้น หลายคนเลือกที่จะปลูกสิ่งก่อสร้าง โดยไม่ทำลายต้นไม้ที่เติบโตคู่พื้นที่มานานแสนนาน แต่ในขณะที่อีกหลายคนเลือกที่จะยัดเยียดความตายให้กับต้นไม้เพื่อสร้างป่าคอนกรีตแทน โดยอ้างเหตุผลว่า ความเจริญของเมืองใหญ่ ต้องมาก่อน มาเป็นตัวปิดบังความผิด ซึ่งแนวคิดเช่นนี้ไม่ได้เกิดเฉพาะในเมืองไทยเท่านั้น แต่ในอีกหลายประเทศ ก็กำลังเผชิญกับปัญหาเหล่านี้ ปัญหาที่ป่าคอนกรีต เติบโตสวนทางกับปริมาณของต้นไม้ โดยเฉพาะกับผลิตผลทางการเกษตรที่แทบจะหาพื้นที่ปลูกต้นไม้ใหญ่ ไม่ได้เลย&#8230; ผมไปเจอข้อมูล การปฏิบัติการตามล่าหาพื้นที่เพาะปลูกพืชออร์แกนิคในป่าคอนกรีตที่เว็บไซต์หนึ่ง ซึ่งเป็นแนวคิดที่ดีมากๆ โดยเป็นแนวคิดที่ Annelies Kuiper จาก Dakboerin ประเทศเนเธอร์แลนด์ มุ่งมั่นที่จะพลิกเมืองใหญ่ให้กลายเป็นพื้นที่เกษตร โดยเธอได้รับแรงบันดาลใจจากบทความใน Green Amsterdam ที่ตีพิมพ์เมื่อสองปีที่ผ่านมา และนั่นเป็นที่มาที่เธอตัดสินใจพัฒนารูปแบบการเพาะปลูกพืชออร์กานิคบนหลังคาอาคาร ซึ่งเป็นพื้นที่โล่งที่หลงเหลืออยู่ในเมืองใหญ่ พร้อมตัวอย่างจากหลายเมืองในอเมริกา อย่าง ชิคาโก หรือนิวยอร์ก ที่ทำได้แล้วจริงๆ Annelies Kuiper ในเบื้องต้นเธอเลือกปลูกพืชออร์แกนิคที่สอดคล้องกับการบริโภคของผู้ใช้พื้นที่ภายในอาคารนั้นๆ เพื่อให้เจ้าของพื้นที่ได้รับประโยชน์อย่างสูงสุด เช่น การปลูกผักบนหลังคาโรงเรียน เพื่อใช้พืชเหล่านั้นสำหรับการบริโภคภายในโรงเรียน หรือการปลูกผัก ผลไม้ และเบอร์รี่บนหลังคาภัตตาคาร เพื่อสามารถแปรรูปมาเป็นอาหารสำหรับลูกค้าที่เข้ามาในร้าน เป็นต้น ทั้งนี้เธอได้พัฒนารูปแบบของการปลูกพืชจากเดิมที่ต้องใช้ดินจำนวนมาก แถมมีน้ำหนักเยอะ มาเป็นการปลูกโดยใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบาแทนการใช้ดิน (Natural Substrate Culture) เพื่อเป็นที่ยึดเกาะของรากและเป็นแหล่งสะสมสารละลายพวกธาตุอาหาร [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>พื้นที่ส่วนใหญ่ในตัวเมืองใหญ่นั้น หลายคนเลือกที่จะปลูกสิ่งก่อสร้าง โดยไม่ทำลายต้นไม้ที่เติบโตคู่พื้นที่มานานแสนนาน แต่ในขณะที่อีกหลายคนเลือกที่จะยัดเยียดความตายให้กับต้นไม้เพื่อสร้างป่าคอนกรีตแทน<span id="more-1671"></span> โดยอ้างเหตุผลว่า ความเจริญของเมืองใหญ่ ต้องมาก่อน มาเป็นตัวปิดบังความผิด ซึ่งแนวคิดเช่นนี้ไม่ได้เกิดเฉพาะในเมืองไทยเท่านั้น แต่ในอีกหลายประเทศ ก็กำลังเผชิญกับปัญหาเหล่านี้ ปัญหาที่ป่าคอนกรีต เติบโตสวนทางกับปริมาณของต้นไม้ โดยเฉพาะกับผลิตผลทางการเกษตรที่แทบจะหาพื้นที่ปลูกต้นไม้ใหญ่ ไม่ได้เลย&#8230;</p>
<p></p>
<p>ผมไปเจอข้อมูล การปฏิบัติการตามล่าหาพื้นที่เพาะปลูกพืชออร์แกนิคในป่าคอนกรีตที่เว็บไซต์หนึ่ง ซึ่งเป็นแนวคิดที่ดีมากๆ โดยเป็นแนวคิดที่ Annelies Kuiper จาก Dakboerin ประเทศเนเธอร์แลนด์ มุ่งมั่นที่จะพลิกเมืองใหญ่ให้กลายเป็นพื้นที่เกษตร โดยเธอได้รับแรงบันดาลใจจากบทความใน Green Amsterdam ที่ตีพิมพ์เมื่อสองปีที่ผ่านมา และนั่นเป็นที่มาที่เธอตัดสินใจพัฒนารูปแบบการเพาะปลูกพืชออร์กานิคบนหลังคาอาคาร ซึ่งเป็นพื้นที่โล่งที่หลงเหลืออยู่ในเมืองใหญ่ พร้อมตัวอย่างจากหลายเมืองในอเมริกา อย่าง ชิคาโก หรือนิวยอร์ก ที่ทำได้แล้วจริงๆ</p>
<p><img src="http://www.kasetorganic.com/wp-content/uploads/2012/04/Annelies-Kuiper-organic-01.jpg" alt="ตามล่าหาพื้นที่ปลูกพืชออร์แกนิค กลางป่าคอนกรีต Annelies Kuiper organic" title="ตามล่าหาพื้นที่ปลูกพืชออร์แกนิค กลางป่าคอนกรีต Annelies Kuiper organic" width="448" height="300" class="aligncenter size-full wp-image-1672" /></p>
<p><center><em>Annelies Kuiper</em></center></p>
<p>ในเบื้องต้นเธอเลือกปลูกพืชออร์แกนิคที่สอดคล้องกับการบริโภคของผู้ใช้พื้นที่ภายในอาคารนั้นๆ เพื่อให้เจ้าของพื้นที่ได้รับประโยชน์อย่างสูงสุด เช่น การปลูกผักบนหลังคาโรงเรียน เพื่อใช้พืชเหล่านั้นสำหรับการบริโภคภายในโรงเรียน หรือการปลูกผัก ผลไม้ และเบอร์รี่บนหลังคาภัตตาคาร เพื่อสามารถแปรรูปมาเป็นอาหารสำหรับลูกค้าที่เข้ามาในร้าน เป็นต้น ทั้งนี้เธอได้พัฒนารูปแบบของการปลูกพืชจากเดิมที่ต้องใช้ดินจำนวนมาก แถมมีน้ำหนักเยอะ มาเป็นการปลูกโดยใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบาแทนการใช้ดิน (Natural Substrate Culture) เพื่อเป็นที่ยึดเกาะของรากและเป็นแหล่งสะสมสารละลายพวกธาตุอาหาร และอากาศ</p>
<p><img src="http://www.kasetorganic.com/wp-content/uploads/2012/04/Annelies-Kuiper-organic-02.jpg" alt="ตามล่าหาพื้นที่ปลูกพืชออร์แกนิค กลางป่าคอนกรีต Annelies Kuiper organic" title="ตามล่าหาพื้นที่ปลูกพืชออร์แกนิค กลางป่าคอนกรีต Annelies Kuiper organic" width="420" height="235" class="aligncenter size-full wp-image-1673" /></p>
<p><center><em>The rooftop restaurant Uncommon Ground in Chicago, USA</em></center></p>
<p>และนี่คือแนวคิดของนักสร้างสรรค์ที่ไม่เคยยอมแพ้กับเมืองที่เปลี่ยนไป เพราะตราบใดที่หัวใจยังมีสีเขียว พื้นที่ อันเล็กน้อยที่อาจเป็นอุปสรรคก็ไม่สามารถหยุดยั้งแนวคิดในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในทุกตารางนิ้วที่เรามีโอกาส</p>
<p><img src="http://www.kasetorganic.com/wp-content/uploads/2012/04/Annelies-Kuiper-organic-03.jpg" alt="ตามล่าหาพื้นที่ปลูกพืชออร์แกนิค กลางป่าคอนกรีต Annelies Kuiper organic" title="ตามล่าหาพื้นที่ปลูกพืชออร์แกนิค กลางป่าคอนกรีต Annelies Kuiper organic" width="400" height="300" class="aligncenter size-full wp-image-1674" /></p>
<p><center><em>Eagle Street Rooftop Farm in Brooklyn, New York</em></center></p>
<p><img src="http://www.kasetorganic.com/wp-content/uploads/2012/04/Annelies-Kuiper-organic-04.jpg" alt="ตามล่าหาพื้นที่ปลูกพืชออร์แกนิค กลางป่าคอนกรีต The Gary Comer Youth Center Roof Garden, Chicago" title="ตามล่าหาพื้นที่ปลูกพืชออร์แกนิค กลางป่าคอนกรีต Annelies Kuiper organic" width="436" height="300" class="aligncenter size-full wp-image-1675" /></p>
<p><center><em>The Gary Comer Youth Center Roof Garden, Chicago</em></center></p>
<p>ข้อมูล www.creativemove.me/creative/annelies-kuiper/ และ www.dakboerin.nl</p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://www.kasetorganic.com/thai-the-culture-of-rice.html' rel='bookmark' title='Thai the Culture of Rice'>Thai the Culture of Rice</a></li>
<li><a href='http://www.kasetorganic.com/culture-of-rice-genus-species.html' rel='bookmark' title='Culture of Rice Genus Species'>Culture of Rice Genus Species</a></li>
<li><a href='http://www.kasetorganic.com/milk-organic-rice-thailand.html' rel='bookmark' title='Milk Organic Rice Thailand'>Milk Organic Rice Thailand</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81-%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a-%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผลิตยางก้อน ได้มาตรฐาน</title>
		<link>http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99.html</link>
		<comments>http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 24 Apr 2012 10:29:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกษตรพอเพียง]]></category>
		<category><![CDATA[การทำสวนยางพารา]]></category>
		<category><![CDATA[การปลูกยางพารา]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดยางพารา]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาชาวสวนยาง]]></category>
		<category><![CDATA[ราคายางพารา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kasetorganic.com/?p=1668</guid>
		<description><![CDATA[จากบทความยางก้อนถ้วยมาตรฐาน ป้อนโรงงานยางแท่งที่ทางสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางได้เผยแพร่ไว้นั้น เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในช่วงนี้ เพราะเห็นว่าเกษตรกรส่วนใหญ่นั้น หันมาทำสวนยางพารากันเยอะขึ้น แม้จะยังไม่ได้ผลผลิตก็ตาม แต่เป็นไปได้ว่าแนวโน้มเกษตรกรชาวสวนยางคงจะอิ่มอกอิ่มใจกับราคายางในปัจจุบันเป็นแน่ จึงทำให้ ยางพารา กลายเป็นพืชเศรษฐกิจของทั่วประเทศไปแล้วในเวลานี้ ผลผลิตยางส่วนใหญ่เกษตรกรจะทำยางแผ่น แต่ก็ส่วนใหญ่ไม่แพ้กัน ผลิตยางก้อนถ้วยป้อนโรงงาน โดย ยางก้อน หรือยางก้อนถ้วย คือ ยางที่เมื่อกรีดได้น้ำยางแล้วจะใส่สารเคมีและจับตัวเป็นก้อน และเศษยางหรือขี้ยาง คือยางเส้น ยางก้นถ้วย ขี้ยางต่างๆ ทำให้ยางก้อนถ้วยต่างจากขี้ยาง ยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจที่มาแรงในขณะนี้ เพราะราคายางอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง จึงเป็นเหตุจูงใจให้เกษตรกรปลูกยางจนเกินโควตา ประกอบด้วยเพราะสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจและตลาดโลกที่กำลังเจริญเติบโต มีความต้องการใช้ยางเพิ่มขึ้น เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์ อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางและอื่น ๆ การพัฒนายางของไทยจึงต้องรุกให้ทันต่อกระแสโลก โดยเฉพาะเกษตรกรผู้ผลิตยางเป็นเกษตรกรระดับรากหญ้า ซึ่งเป็นระดับต้นน้ำที่สำคัญที่ต้องพัฒนาให้มีคุณภาพก่อน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาระดับกลางน้ำและปลายน้ำ การพัฒนาการผลิตยางให้เกษตรกรได้มีทางเลือก นอกจากผลิตยางแผ่นดิบแล้ว ยางก้อนถ้วยก็เป็นการผลิตอีกรูปแบบหนึ่งที่จะพัฒนาให้มีคุณภาพได้เช่นกัน เพื่อเป็นวัตถุดิบนำไปผลิตยางแท่ง STR ที่มีคุณภาพสูง แต่มีต้นทุนการผลิตต่ำเพื่อรองรับการขยายตัวของตลาดยางแท่งที่นับวันจะมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันการผลิต ยางก้อนถ้วย ของเกษตรกรได้มีการผลิตแพร่หลายในพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะจังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดหนองคายได้รวมกลุ่มผลิตจำนวนมาก เกษตรกรโดยเฉพาะในแหล่งปลูกยางใหม่ผลิตยางก้อนถ้วยเป็นทางเลือก เนื่องจากผลิตง่าย ประหยัดค่าใช้จ่าย ใช้เวลาและแรงงานน้อย การผลิตยางก้อนถ้วยที่มีคุณภาพจะต้องมีลักษณะเป็นรูปถ้วย สะอาด สีสวย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>จากบทความยางก้อนถ้วยมาตรฐาน ป้อนโรงงานยางแท่งที่ทางสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางได้เผยแพร่ไว้นั้น เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในช่วงนี้ เพราะเห็นว่าเกษตรกรส่วนใหญ่นั้น หันมาทำสวนยางพารากันเยอะขึ้น แม้จะยังไม่ได้ผลผลิตก็ตาม<span id="more-1668"></span> แต่เป็นไปได้ว่าแนวโน้มเกษตรกรชาวสวนยางคงจะอิ่มอกอิ่มใจกับราคายางในปัจจุบันเป็นแน่ จึงทำให้ ยางพารา กลายเป็นพืชเศรษฐกิจของทั่วประเทศไปแล้วในเวลานี้</p>
<p></p>
<p>ผลผลิตยางส่วนใหญ่เกษตรกรจะทำยางแผ่น แต่ก็ส่วนใหญ่ไม่แพ้กัน ผลิตยางก้อนถ้วยป้อนโรงงาน โดย ยางก้อน หรือยางก้อนถ้วย คือ ยางที่เมื่อกรีดได้น้ำยางแล้วจะใส่สารเคมีและจับตัวเป็นก้อน และเศษยางหรือขี้ยาง คือยางเส้น ยางก้นถ้วย ขี้ยางต่างๆ ทำให้ยางก้อนถ้วยต่างจากขี้ยาง</p>
<p>ยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจที่มาแรงในขณะนี้ เพราะราคายางอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง จึงเป็นเหตุจูงใจให้เกษตรกรปลูกยางจนเกินโควตา ประกอบด้วยเพราะสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจและตลาดโลกที่กำลังเจริญเติบโต มีความต้องการใช้ยางเพิ่มขึ้น เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์ อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางและอื่น ๆ การพัฒนายางของไทยจึงต้องรุกให้ทันต่อกระแสโลก โดยเฉพาะเกษตรกรผู้ผลิตยางเป็นเกษตรกรระดับรากหญ้า ซึ่งเป็นระดับต้นน้ำที่สำคัญที่ต้องพัฒนาให้มีคุณภาพก่อน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาระดับกลางน้ำและปลายน้ำ การพัฒนาการผลิตยางให้เกษตรกรได้มีทางเลือก นอกจากผลิตยางแผ่นดิบแล้ว ยางก้อนถ้วยก็เป็นการผลิตอีกรูปแบบหนึ่งที่จะพัฒนาให้มีคุณภาพได้เช่นกัน เพื่อเป็นวัตถุดิบนำไปผลิตยางแท่ง STR ที่มีคุณภาพสูง แต่มีต้นทุนการผลิตต่ำเพื่อรองรับการขยายตัวของตลาดยางแท่งที่นับวันจะมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น</p>
<p>ปัจจุบันการผลิต ยางก้อนถ้วย ของเกษตรกรได้มีการผลิตแพร่หลายในพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะจังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดหนองคายได้รวมกลุ่มผลิตจำนวนมาก  เกษตรกรโดยเฉพาะในแหล่งปลูกยางใหม่ผลิตยางก้อนถ้วยเป็นทางเลือก เนื่องจากผลิตง่าย ประหยัดค่าใช้จ่าย ใช้เวลาและแรงงานน้อย การผลิตยางก้อนถ้วยที่มีคุณภาพจะต้องมีลักษณะเป็นรูปถ้วย สะอาด สีสวย ไม่มีสิ่งปะปนและไม่มีกลิ่นเหม็น มีน้ำหนักประมาณ 80-500 กรัม</p>
<p><img src="http://www.kasetorganic.com/wp-content/uploads/2012/04/rubber-1.jpg" alt="การผลิต ยางก้อนถ้วย ให้ได้มาตรฐาน" title="การผลิต ยางก้อนถ้วย ให้ได้มาตรฐาน" width="388" height="252" class="alignright size-full wp-image-1669" /><strong>การผลิตยางก้อนถ้วย</strong> มีอยู่ 2 วิธี คือ</p>
<ul>
<li>วิธีหยอดน้ำกรดลงในถ้วยน้ำยางปล่อยให้จับตัวตามธรรมชาติ (เป็นวิธีที่แนะนำ)</li>
<li>วิธีหยอดน้ำกรดลงในถ้วยน้ำยางแล้วคน (เป็นทางเลือก) มีอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้แก่ น้ำกรดฟอร์มิคเจือจาง 10% (น้ำกรดฟอร์มิค 10 ส่วนผสมน้ำ 90 ส่วน) ถังแกลลอน และขวดฉีดน้ำกรด</li>
</ul>
<p><strong>ขั้นตอนปฏิบัติในการผลิตยางก้อนถ้วย</strong></p>
<ul>
<li>วิธีที่ 1 หยอดน้ำกรดแล้วปล่อยให้จับตัวตามธรรมชาติ ก่อนอื่นให้เตรียมทำน้ำเซรุ่มที่ได้จากการกรีดแล้วปล่อยให้น้ำยางจับตัวเป็นก้อนในถ้วย 2 วัน วันรุ่งขึ้นจึงเริ่มกรีดเพื่อผลิตยางก้อนถ้วย โดยแคะเอายางก้อนขึ้นเสียบที่ลวด จะเห็นน้ำเลี้ยงเซรุ่มอยู่ก้นถ้วย ให้หยอดน้ำกรดฟอร์มิคเจือจาง 10% บีบ 1 ครั้ง (ประมาณ 12-15 ซีซีต่อต้น) ลงในถ้วยที่มีน้ำเลี้ยงเซรุ่ม จากนั้นลอกขี้ยางเส้นออก แล้วกรีดอย่าให้ขี้กรีดยางตกในถ้วย กรีดไปจนครบทั้งแปลง จึงกลับมาเก็บยางก้อนที่เสียบลวดไว้ใส่ภาชนะ ส่วนยางที่กรีดปล่อยให้จับตัวเป็นก้อนในถ้วย แล้วมาเก็บในวันกรีดถัดไป จากนั้นให้เก็บก้อนยางรวบรวมใส่กระสอบปุ๋ยหรือถุงตาข่ายไนลอนแล้วนำมาผึ่งเกลี่ยบนแคร่ไม้ยกพื้น หรือชั้นแคร่เหล็กในที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก เพื่อไม่ให้ก้อนยางติดกัน</li>
<li>วิธีที่ 2 หยอดน้ำกรดแล้วคน โดยลอกขี้ยางเส้นออกจากหน้ากรีดก่อน เช็ดถ้วยยางให้สะอาดก่อนรองน้ำยาง กรีดยางตามปกติจนครบทั้งแปลง เมื่อน้ำยางหยุดไหลให้หยอดน้ำกรดด้วยการบีบ 1 ครั้ง แล้วคนให้เข้ากันปล่อยให้น้ำยางจับตัวเป็นก้อนถ้วย แล้วค่อยมาเก็บในวันกรีดถัดไป วิธีนี้จะใช้เวลาและแรงงานมากกว่าวิธีแรก แต่น้ำยางจับตัวเร็วกว่าภายใน 1 ชั่วโมง และไม่ต้องเตรียมทำน้ำเลี้ยงเซรุ่ม จึงเหมาะที่จะผลิตยางก้อนถ้วยในฤดูฝน หรือในพื้นที่ที่มีฝนตกชุก</li>
</ul>
<p>ทั้ง 2 วิธีนี้แม้จะเป็นเกษตรกรมือใหม่ ก็ทำได้ไม่ยาก เพราะสถาบันวิจัยยางได้กำหนดมาตรฐานการผลิตยางก้อนถ้วยเพื่อใช้เป็นแนวทางให้เกษตรกรปฏิบัติ ยางก้อนถ้วยที่ดีจะต้องเป็นยางที่กรีดแล้วปล่อยให้น้ำยางจับตัวในถ้วยด้วยการหยอดน้ำกรดหรือจับตัวตามธรรมชาติ กรดที่ใช้เป็นกรดฟอร์มิคหรือกรดอะซิติค ยางก้อนถ้วยที่ผลิตได้ต้องสะอาด ไม่มีสิ่งปลอมปน เช่น เปลือกกรีด เศษไม้ กรวด หิน ดิน ทราย และมีสีตามธรรมชาติ มีน้ำหนักประมาณ 80-500 กรัม มีเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้งประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ ยางก้อนถ้วยที่เหมาะต่อการซื้อขายควรมีอายุไม่เกิน 4 วัน มีความชื้นประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหากเกษตรกรสามารถผลิตยางก้อนถ้วยให้ได้มาตรฐานที่แนะนำนี้ จะทำให้เกษตรกรขายได้ในราคาสูง และมีผลดีต่อการผลิตยางแท่งเพื่อการส่งออกด้วย</p>
<p><strong>การซื้อขายยางก้อนถ้วย </strong></p>
<p>สำหรับการซื้อขายยางก้อนถ้วย พ่อค้าจะประเมินราคาจากเปอร์เซ็นต์ความชื้นที่อยู่ในก้อนยาง โดยยางกรีด 2 มีด แล้วนำไปผึ่งไว้นาน 3 วัน ยางก้อนถ้วยจะมีความชื้นเฉลี่ย 45% มีปริมาณเนื้อยางแห้ง 55% ซึ่งจะคิดราคาอ้างอิงจากราคายางแผ่นดิบชั้น 3 เป็นหลัก ถ้ายางก้อนถ้วยสกปรก หรือมีขี้เปลือกและสิ่งปะปน จะถูกหักราคากิโลกรัมละ 5-10 บาท ขึ้นอยู่กับปริมาณและชนิดของสิ่งปะปน ดังนั้น เกษตรกรควรผลิตยางก้อนถ้วยคุณภาพดี ซึ่งจะช่วยให้ได้รับราคาที่เป็นธรรมและได้รับผลตอบแทนสูง ทั้งยังช่วยสนับสนุนให้อุตสาหกรรมยางแท่งของไทยเกิดความมั่นคงมากยิ่งขึ้น</p>
<p>ที่มา http://km.rubber.co.th</p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89.html' rel='bookmark' title='ผลิตน้ำส้มควันไม้ใช้ในครัวเรือน'>ผลิตน้ำส้มควันไม้ใช้ในครัวเรือน</a></li>
<li><a href='http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81-21-%e0%b8%a1%e0%b8%b5-%e0%b8%84-54.html' rel='bookmark' title='ชาวสวนยางพบนายก 21 มี.ค 54'>ชาวสวนยางพบนายก 21 มี.ค 54</a></li>
<li><a href='http://www.kasetorganic.com/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87.html' rel='bookmark' title='เลี้ยงผึ้งหลวง ในสวนยางพารา'>เลี้ยงผึ้งหลวง ในสวนยางพารา</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทำไม คนจึงแห่กันทำ สวนยางพารา</title>
		<link>http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3-%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2.html</link>
		<comments>http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3-%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 24 Apr 2012 08:23:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกษตรพอเพียง]]></category>
		<category><![CDATA[การทำสวนยางพารา]]></category>
		<category><![CDATA[การปลูกยางพารา]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดยางพารา]]></category>
		<category><![CDATA[ราคายางพารา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kasetorganic.com/?p=1661</guid>
		<description><![CDATA[สำหรับปัจจุบันนี้แนวโน้มของประชากรก็มีปริมาณที่เพิ่มสูงขึ้น จึงทำให้เกิดอุตสาหกรรมขึ้นมากมายโดยเฉพาะสิ่งของต่างๆ ที่อำนวยความสะดวกสบายและตอบสนองต่อความต้องการแก่มนุษย์เพิ่มมากยิ่งขึ้น ส่วนใหญ่แล้วจะทำมาจากยางพารา โดยเฉพาะยางรถยนต์ มีการใช้กันในแต่ละปีนี้มากมายนัก และยิ่งประชากรของโลกเพิ่มมากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะทำให้ปริมาณความต้องการผลิตภัณฑ์จากยางพาราเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ยางพาราเป็นที่ต้องการของตลาดโลกมากขึ้น และเกิดอุสาหกรรมยางพาราแปรรูปขึ้นในแต่ละประเทศ เช่น อุสาหกรรมยางล้อและชิ้นส่วนยานยนต์ ประเทศไทยเองก็มีนโยบายกระตุ้นการแปรรูปยางพาราเพื่อเพิ่มมูลค่ายาง ทำให้ความต้องการยางพาราเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากสถานการณ์ตลาดยางพาราที่ราคาซื้อขายยังมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยปัจจุบันแตะที่ระดับ 120 บาทต่อกิโลกรัมเข้าไปแล้ว นอกจากจะปลุกกระแสให้เกษตรกรทุกภูมิภาคทั่วประเทศให้หันมาปลูกพืชเกษตรชนิดนี้กันมากขึ้นแล้ว ยังดึงดูดใจกลุ่มทุนขนาดใหญ่ กลุ่มนักธุรกิจ นักลงทุน และนักการเมืองจำนวนมากอีกด้วย โดยรูปธรรมที่เห็นชัดเจนคือความเคลื่อนไหวซื้อขายที่ดินสำหรับปลูกสร้างสวนยางกันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน โดยกลุ่ม ธุรกิจ กลุ่มทุนทั้งจากส่วนกลาง นักธุรกิจ นักลงทุนในพื้นที่ และเจ้าของสวนยางรายใหญ่ในภาคใต้ที่ต้องการขยายหรือย้ายลงทุนปลูกสร้างสวนยางในภาคเหนือและอีสานแทน เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานกรีดยาง และที่ดินในภาคใต้มีราคาแพง ส่งผลให้การซื้อขายเปลี่ยนมือที่ดินในพื้นที่หลายจังหวัดทางภาคเหนือและอีสานคึกคักขึ้นอย่างมาก เช่นเดียวกับราคาซื้อขายที่พุ่งสูงขึ้นจากเดิมหลายเท่าตัว ที่น่าสนใจคือมีการประกาศซื้อขายที่ดิน หรือที่ดินพร้อมสวนยางพาราผ่านสื่อยอดฮิตคือสื่อออนไลน์กันแพร่หลายอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนกับพืชเกษตรชนิดอื่นอีกด้วย โดยที่พื้นที่ในการเพาะปลูกยางพาราในประเทศไทยสมัยก่อนนั้นมีการปลูกเฉพาะในภาคใต้ ส่วนภาคอื่นๆ มีบ้างแต่น้อยมาก จึงทำให้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ส่งผลให้ยางพารามีราคาที่สูงขึ้น ส่วนนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดแรงจูงใจให้เกษตรกรหันมาปลูกยางพารามากขึ้น และจะเห็นได้ว่าปัจจุบันนี้มีพื้นที่การปลูกยางพาราในประเทศไทยนั้นขยายไปอย่างรวดเร็วทั่วทุกภาค หลักสำคัญที่เกษตรกรส่วนใหญ่หันมาปลูกยางพาราแทนพืชเดิมนั้น เป็นเพราะปัจจัยทางด้านราคาสูง และการเพาะปลูกยางพารานั้นไม่ยุ่งยากเกินไป ทั้งเป็นพืชที่มีอายุยืนกว่าพืชชนิดอื่น อีกอย่างหนึ่งก็คือให้ผลผลลิตได้ทั้งปี ซึ่งจะคุ้มค่ากว่าพืชที่มีอายุสั้น เพราะพืชอายุสั้นต้องใช้ต้นทุนในการปลูกแต่ละปีนั้นมากกว่าการปลูกยางพารา และรายได้จากการปลูกพืชชนิดเดิมเฉลี่ยแล้ว ยังเทียบได้น้อยกว่ารายได้ที่ได้จากการปลูกยางพารา ทั้งนี้เนื่องจากช่วงนี้ราคายางพารานั้นเพิ่มสูงขึ้น และคาดว่าจะสูงขึ้นอีกใน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สำหรับปัจจุบันนี้แนวโน้มของประชากรก็มีปริมาณที่เพิ่มสูงขึ้น จึงทำให้เกิดอุตสาหกรรมขึ้นมากมายโดยเฉพาะสิ่งของต่างๆ ที่อำนวยความสะดวกสบายและตอบสนองต่อความต้องการแก่มนุษย์เพิ่มมากยิ่งขึ้น ส่วนใหญ่แล้วจะทำมาจากยางพารา โดยเฉพาะยางรถยนต์<span id="more-1661"></span> มีการใช้กันในแต่ละปีนี้มากมายนัก และยิ่งประชากรของโลกเพิ่มมากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะทำให้ปริมาณความต้องการผลิตภัณฑ์จากยางพาราเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ยางพาราเป็นที่ต้องการของตลาดโลกมากขึ้น และเกิดอุสาหกรรมยางพาราแปรรูปขึ้นในแต่ละประเทศ เช่น อุสาหกรรมยางล้อและชิ้นส่วนยานยนต์ ประเทศไทยเองก็มีนโยบายกระตุ้นการแปรรูปยางพาราเพื่อเพิ่มมูลค่ายาง ทำให้ความต้องการยางพาราเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ</p>
<p></p>
<p>จากสถานการณ์ตลาดยางพาราที่ราคาซื้อขายยังมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยปัจจุบันแตะที่ระดับ 120 บาทต่อกิโลกรัมเข้าไปแล้ว นอกจากจะปลุกกระแสให้เกษตรกรทุกภูมิภาคทั่วประเทศให้หันมาปลูกพืชเกษตรชนิดนี้กันมากขึ้นแล้ว ยังดึงดูดใจกลุ่มทุนขนาดใหญ่ กลุ่มนักธุรกิจ นักลงทุน และนักการเมืองจำนวนมากอีกด้วย โดยรูปธรรมที่เห็นชัดเจนคือความเคลื่อนไหวซื้อขายที่ดินสำหรับปลูกสร้างสวนยางกันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน โดยกลุ่ม ธุรกิจ กลุ่มทุนทั้งจากส่วนกลาง นักธุรกิจ นักลงทุนในพื้นที่ และเจ้าของสวนยางรายใหญ่ในภาคใต้ที่ต้องการขยายหรือย้ายลงทุนปลูกสร้างสวนยางในภาคเหนือและอีสานแทน เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานกรีดยาง และที่ดินในภาคใต้มีราคาแพง</p>
<p>ส่งผลให้การซื้อขายเปลี่ยนมือที่ดินในพื้นที่หลายจังหวัดทางภาคเหนือและอีสานคึกคักขึ้นอย่างมาก เช่นเดียวกับราคาซื้อขายที่พุ่งสูงขึ้นจากเดิมหลายเท่าตัว ที่น่าสนใจคือมีการประกาศซื้อขายที่ดิน หรือที่ดินพร้อมสวนยางพาราผ่านสื่อยอดฮิตคือสื่อออนไลน์กันแพร่หลายอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนกับพืชเกษตรชนิดอื่นอีกด้วย</p>
<p><img src="http://www.kasetorganic.com/wp-content/uploads/2012/04/rubber-graph-1.jpg" alt="ความเคลื่อนไหว ราคายางพารา ชนิดต่างๆ (Thailand rubber price)" title="ความเคลื่อนไหว ราคายางพารา ชนิดต่างๆ (Thailand rubber price)" width="430" height="474" class="aligncenter size-full wp-image-1663" /></p>
<p>โดยที่พื้นที่ในการเพาะปลูกยางพาราในประเทศไทยสมัยก่อนนั้นมีการปลูกเฉพาะในภาคใต้ ส่วนภาคอื่นๆ มีบ้างแต่น้อยมาก จึงทำให้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ส่งผลให้ยางพารามีราคาที่สูงขึ้น ส่วนนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดแรงจูงใจให้เกษตรกรหันมาปลูกยางพารามากขึ้น และจะเห็นได้ว่าปัจจุบันนี้มีพื้นที่การปลูกยางพาราในประเทศไทยนั้นขยายไปอย่างรวดเร็วทั่วทุกภาค หลักสำคัญที่เกษตรกรส่วนใหญ่หันมาปลูกยางพาราแทนพืชเดิมนั้น เป็นเพราะปัจจัยทางด้านราคาสูง และการเพาะปลูกยางพารานั้นไม่ยุ่งยากเกินไป ทั้งเป็นพืชที่มีอายุยืนกว่าพืชชนิดอื่น อีกอย่างหนึ่งก็คือให้ผลผลลิตได้ทั้งปี ซึ่งจะคุ้มค่ากว่าพืชที่มีอายุสั้น เพราะพืชอายุสั้นต้องใช้ต้นทุนในการปลูกแต่ละปีนั้นมากกว่าการปลูกยางพารา และรายได้จากการปลูกพืชชนิดเดิมเฉลี่ยแล้ว ยังเทียบได้น้อยกว่ารายได้ที่ได้จากการปลูกยางพารา ทั้งนี้เนื่องจากช่วงนี้ราคายางพารานั้นเพิ่มสูงขึ้น และคาดว่าจะสูงขึ้นอีกใน 2-3 ปีนี้ด้วย</p>
<p><img src="http://www.kasetorganic.com/wp-content/uploads/2012/04/rubber-graph-2.jpg" alt="ปริมาณการส่งออกยางพารา ในประเทศไทย" title="ปริมาณการส่งออกยางพารา ในประเทศไทย" width="400" height="188" class="aligncenter size-full wp-image-1666" /></p>
<p><strong>หาซื้อที่ดินปลูกยางพารา</strong></p>
<p>สำหรับสวนยางที่มีอายุ 6 ปีหรือเป็นยางที่สมบูรณ์ (ยางตายน้อย) และพร้อมเปิดกรีดราคาขยับขึ้นไปที่ไร่ละ 150,000 บาทขึ้นไป หากเป็นที่ดินที่สามารถปลูกบ้านและทำสวนยางได้ด้วยราคาสูงถึงไร่ละ 1 ล้านบาท หลังจากยางราคาดีก็มีการซื้อขายเปลี่ยนมือที่ดินกันมาก บางรายใช้วิธีเงินต่อเงิน ขายสวนยางที่บุรีรัมย์ได้หลายล้านบาทแล้วย้ายถิ่นไปหาซื้อที่ดินใหม่ในจังหวัดที่เริ่มปลูกยาง เช่น นครพนม มุกดาหาร เพราะราคาที่ดินถูกกว่า และตอนนี้ชาวภาคใต้อพยพกันมาเป็นครอบครัวและถือเงินสดขึ้นมาซื้อที่ดิน หรือมาลงทุนทำกล้ายางขายในภาคอีสานกันเป็นจำนวนมาก ด้านภาคใต้ไร่ละ 5 แสนหาซื้อไม่ได้แล้ว ซึ่งนายเพิก เลิศวางพงศ์ ประธานชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย จำกัด (ชสยท.) เปิดเผยว่า ในส่วนของภาคใต้ราคาซื้อขายสวนยางพาราในภาคใต้ขยับขึ้นต่อเนื่อง เช่น จากปี 2552 ราคา 80,000-100,000 บาท/ไร่ ขณะนี้เริ่มต้นที่ 200,000 บาท/ไร่แล้ว และการขึ้นไปซื้อที่ดินราคาถูกในภาคอีสานและภาคเหนือเพื่อปลูกยางนั้น ตอนนี้ไม่มีที่ดินราคาถูกแล้ว ในขณะที่นายสนิท ภิวัฒนกุล เจ้าของสวนยางพาราใน อ.ตะโหมด จ.พัทลุง กล่าวว่า ปี 2553 ที่ผ่านมา ราคาซื้อขายสวนยางพาราอยู่ที่ 220,000 บาท/ไร่ แต่ปี 2554 ขยับมาขึ้นไปที่ 300,000-400,000 บาท/ไร่ อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านก็ไม่ค่อยมีใครอยากขาย เพราะเมื่อขายไปแล้วไม่สามารถจะหาซื้อได้อีก</p>
<p><img src="http://www.kasetorganic.com/wp-content/uploads/2011/09/2418_11.jpg" alt="การปลูกยางพารา ตาเขียว นอกพื้นที่ ภาคใต้ ปลูก ในจังหวัด ภาค กลาง อีสาน เหนือ" title="การปลูกยางพารา ตาเขียว นอกพื้นที่ ภาคใต้ ปลูก ในจังหวัด ภาค กลาง อีสาน เหนือ" width="400" height="300" class="aligncenter size-full wp-image-1049" /></p>
<p>อ้างอิงที่มาปริมาณการส่งออกยางพารา econ.mju.ac.th / ราคายางแผ่น rubber.co.th / ราคาที่ดิน ประชาชาติธุรกิจ</p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2-%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b9%8c%e0%b8%94%e0%b8%b5.html' rel='bookmark' title='กิ่งยางพารา พันธุ์ดี'>กิ่งยางพารา พันธุ์ดี</a></li>
<li><a href='http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%88.html' rel='bookmark' title='พืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดกระบี่'>พืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดกระบี่</a></li>
<li><a href='http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81-21-%e0%b8%a1%e0%b8%b5-%e0%b8%84-54.html' rel='bookmark' title='ชาวสวนยางพบนายก 21 มี.ค 54'>ชาวสวนยางพบนายก 21 มี.ค 54</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3-%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พืช ไร่ เศรษฐกิจ กับชีวิตพอเพียง</title>
		<link>http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a-%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%88-%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88-%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87.html</link>
		<comments>http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a-%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%88-%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88-%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 20 Apr 2012 05:26:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกษตรพอเพียง]]></category>
		<category><![CDATA[การปลูกพืชไร้ดิน]]></category>
		<category><![CDATA[พืชที่ต้องการน้ำน้อย]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจพอเพียง]]></category>
		<category><![CDATA[แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kasetorganic.com/?p=1658</guid>
		<description><![CDATA[จากการประเมินความเสียหายทางภาคเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากมหาอุทกภัยเมื่อปี 2554 นั้นมีมูลค่าความเสียหายหลายหมื่นล้านบาท โดยแยกเป็นด้านพืชประมาณ 6.4 หมื่นล้านบาท ประมง 3.2 พันล้านบาท และด้านปศุสัตว์ 4.4 พันล้านบาท เลยทีเดียว แต่ก็ยังไม่ถือว่ามีผลกระทบกับแหล่งผลิตโดยรวมของอาหารของโลกมากนัก โดยกระทรวงเกษตรฯ ได้ระบุตัวเลขจีดีพีเฉพาะภาคเกษตรในไตรมาส 4 ปี 2554 ขยายตัวเพียง 1% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ซึ่งลดลงจากที่ได้ประเมินไว้จากเดิมว่าเพิ่มขึ้น 4.8% อย่างไรก็ตามกระทรวงเกษตรฯ มั่นใจว่า ไม่มีผลกระทบต่อสถานะของไทยในการเป็นแหล่งผลิตอาหารของโลกมากนัก เนื่องจากตั้งแต่เดือน ธ.ค.54 ชาวนาเริ่มเพาะปลูกข้าวนาปรังบ้างแล้ว ประกอบกับปริมาณน้ำในเขื่อนก็มีมากเพียงพอ คาดว่าจะผลิตข้าวเพื่อทดแทนปริมาณข้าวที่เสียหายไปประมาณ 5 ล้านตันจากน้ำท่วมได้ นายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี เปิดเผยถึงความห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต่อผู้ประสบภัยอุทกภัยว่า ทรงห่วงใยเรื่องอาชีพของราษฎร ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้น้อมนำพระราชดำริมาดำเนินการโดยการผลิตพันธุ์พืชเพื่อให้เพียงพอแก่ความต้องการการเพาะปลูก ซึ่งขณะนี้มีพันธุ์ข้าวที่เหมาะกับการปลูกทั้งในที่ลุ่มและในที่ดอน คือ บนภูเขา และนอกนั้นก็มีความพยายามแก้ปัญหาศัตรูของข้าวคือเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ขณะนี้ศูนย์วิจัยของข้าวพิษณุโลกได้ปรับปรุงพันธุ์ข้าวที่ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้แล้ว และได้ขยายผลสู่เกษตรกรชาวนานำไปเพาะปลูก ทั้งพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางแหล่งปลูกข้าวลุ่มน้ำเจ้าพระยา ทางด้านมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ก็มี “โครงการกล้า&#8230;ดี” หรือ “โครงการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้ประสบอุทกภัยอย่างยั่งยืน” โดยน้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>จากการประเมินความเสียหายทางภาคเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากมหาอุทกภัยเมื่อปี 2554 นั้นมีมูลค่าความเสียหายหลายหมื่นล้านบาท โดยแยกเป็นด้านพืชประมาณ 6.4 หมื่นล้านบาท ประมง 3.2 พันล้านบาท และด้านปศุสัตว์ 4.4 พันล้านบาท เลยทีเดียว แต่ก็ยังไม่ถือว่ามีผลกระทบกับแหล่งผลิตโดยรวมของอาหารของโลกมากนัก<span id="more-1658"></span></p>
<p>โดยกระทรวงเกษตรฯ ได้ระบุตัวเลขจีดีพีเฉพาะภาคเกษตรในไตรมาส 4 ปี 2554 ขยายตัวเพียง 1% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ซึ่งลดลงจากที่ได้ประเมินไว้จากเดิมว่าเพิ่มขึ้น 4.8% อย่างไรก็ตามกระทรวงเกษตรฯ มั่นใจว่า ไม่มีผลกระทบต่อสถานะของไทยในการเป็นแหล่งผลิตอาหารของโลกมากนัก เนื่องจากตั้งแต่เดือน ธ.ค.54 ชาวนาเริ่มเพาะปลูกข้าวนาปรังบ้างแล้ว ประกอบกับปริมาณน้ำในเขื่อนก็มีมากเพียงพอ คาดว่าจะผลิตข้าวเพื่อทดแทนปริมาณข้าวที่เสียหายไปประมาณ 5 ล้านตันจากน้ำท่วมได้</p>
<p></p>
<p>นายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี เปิดเผยถึงความห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต่อผู้ประสบภัยอุทกภัยว่า ทรงห่วงใยเรื่องอาชีพของราษฎร ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้น้อมนำพระราชดำริมาดำเนินการโดยการผลิตพันธุ์พืชเพื่อให้เพียงพอแก่ความต้องการการเพาะปลูก ซึ่งขณะนี้มีพันธุ์ข้าวที่เหมาะกับการปลูกทั้งในที่ลุ่มและในที่ดอน คือ บนภูเขา และนอกนั้นก็มีความพยายามแก้ปัญหาศัตรูของข้าวคือเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ขณะนี้ศูนย์วิจัยของข้าวพิษณุโลกได้ปรับปรุงพันธุ์ข้าวที่ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้แล้ว และได้ขยายผลสู่เกษตรกรชาวนานำไปเพาะปลูก  ทั้งพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางแหล่งปลูกข้าวลุ่มน้ำเจ้าพระยา</p>
<p>ทางด้านมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ก็มี “โครงการกล้า&#8230;ดี” หรือ “โครงการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้ประสบอุทกภัยอย่างยั่งยืน” โดยน้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในการ “ช่วยเขาให้เขาช่วยตัวเขาเอง” และหลักการทรงงาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” และ “ระเบิดจากข้างใน” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการสนับสนุนผู้ประสบอุทกภัย 2 มาตรการ คือ</p>
<p>1. การลดรายจ่าย ด้วยการสนับสนุนชุด “3 พร้อม” มีเป้าหมายที่จะแจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย 1 ล้านคน ที่ต้องการรับการสนับสนุน และพร้อมที่จะช่วยเหลือและพัฒนาตนเอง เพื่อให้ผู้ประสบอุทกภัยสามารถนำมาบริโภคได้ทันทีและต่อเนื่อง ประกอบด้วย พร้อมกิน มีเครื่องปรุงของแห้ง ได้แก่ พริกแห้ง กระเทียม และเกลือ อย่างละครึ่งกิโลกรัม พร้อมปลูก มีต้นกล้า 9 ต้น ได้แก่ พริกขี้หนู 3 ต้น มะเขือเปราะ 2 ต้น มะเขือยาว 2 ต้น และกะเพราหรือโหระพา 2 ต้น และ พร้อมเพาะ มีเมล็ดพันธุ์ให้ ได้แก่ ถั่วฝักยาว 40 เมล็ด ฟักทอง 50 เมล็ด ผักบุ้ง 1,000 เมล็ด กวางตุ้ง 1,250 เมล็ด และชะอมหรือกล้วยน้ำว้า 1 ต้น</p>
<p>2. การเพิ่มรายได้ ด้วยการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืชระยะสั้นที่เป็นที่ต้องการของตลาด และให้การสนับสนุนเรื่องการตลาดควบคู่ไปด้วย โดยมีเป้าหมายที่จะแจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย 30,000 ราย ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการฯ สามารถรวมกลุ่ม และแสดงศักยภาพในการบริหารจัดการตั้งแต่การปลูกจนถึงการจัดจำหน่ายได้</p>
<p><img src="http://www.kasetorganic.com/wp-content/uploads/2012/04/kaset-porpeang1.jpg" alt="เศรษฐกิจพอเพียง กับการปลูกพืชไร่ และการจัดการน้ำ" title="เศรษฐกิจพอเพียง กับการปลูกพืชไร่ และการจัดการน้ำ" width="400" height="300" class="aligncenter size-full wp-image-1659" /></p>
<p>นอกจากนี้ได้เสนอโครงการจัดระบบการปลูกข้าวรูปแบบใหม่โดยจะให้ปลูกข้าวไม่เกินปีละ 2 ครั้ง โดยจะกำหนดทางเลือกการปลูกข้าวตามช่วงเวลาเป็น 3 รูปแบบคือ</p>
<ul>
<li><strong>ปลูกข้าวนาปี พืชหลังนา ข้าวนาปรัง</strong> เกษตรกรสามารถปลูกข้าวนาปีได้เต็มพื้นที่ หลังจากเก็บเกี่ยวเสร็จให้เกษตรกรปลูกพืชหลังนาที่ใช้น้ำน้อยได้เต็มพื้นที่เช่นกัน เมื่อเก็บผลผลิตแล้วปริมาณน้ำที่เหลือนำมาใช้สำหรับปลูกข้าวนาปรัง</li>
<li><strong>ปลูกข้าวนาปี เว้นปลูก ข้าวนาปรัง</strong> โดยเกษตรกรสามารถปลูกข้าวนาปีได้เต็มพื้นที่ เก็บเกี่ยวเสร็จให้เว้นการปลูกพืชทุกชนิดจะปล่อยพื้นที่นาให้ว่างประมาณ 2 เดือน จากนั้นสามารถปลูกข้าวนาปรังได้จำนวนเหมาะสมตามปริมาณน้ำที่เหลืออยู่</li>
<li><strong>ปลูกข้าวนาปี พืชหลังนา พืชไร่</strong> โดยเกษตรกรสามารถปลูกข้าวนาปีได้เต็มพื้นที่ หลังจากเก็บเกี่ยวเสร็จเกษตรกรปลูกพืชหลังนาที่ใช้น้ำน้อย และพืชไร่ ตามลำดับ ได้เต็มพื้นที่เช่นกัน</li>
</ul>
<p>สำหรับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบอุทกภัย ด้วยการจัดทำโครงการฟื้นฟูและเยียวยาในวงเงิน 18,636.82 ล้านบาท  โดยแบ่งเป็นแผนการดำเนินงาน 5 โครงการ ทั้งระยะสั้นเพื่อช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนทันทีภายหลังน้ำลดและระยะยาว โดยเกษตรกรที่ปลูกข้าว ที่มีพื้นที่เสียหายเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ จะได้รับการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวตามที่เสียหายจริง แต่ไม่เกิน 10 ไร่ ในอัตราไร่ละ 10 กิโลกรัม  เกษตรกรที่ปลูกพืชไร่ที่ได้รับความเสียหายจะได้รับการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืชไร่และพืชอายุสั้น  เกษตรกรที่ปลูกไม้ผลยืนต้น และพืชผักที่ได้รับความเสียหายจะได้รับการสนับสนุนพันธุ์ไม้ หรือเป็นเมล็ดพันธุ์ผัก เกษตรกรทั้งหมดที่ได้รับความเสียหาย ได้รับค่าใช้จ่ายในการปรับพื้นที่เพาะปลูก รายละไม่เกิน 5 ไร่ ไร่ละ 400 บาท คิดเป็นมูลค่า รายละ 2,000 บาท</p>
<p>สนับสนุนเกษตรกรปลูกพืชอาหารเพื่อการยังชีพ เกษตรกรทั้งหมดที่ได้รับความเสียหายจะได้รับการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ผัก/กล้าพันธุ์ผัก เพื่อให้เกษตรกรปลูกพืชผักในบริเวณบ้านทุกครัวเรือน เพื่อเป็นอาหารและลดรายจ่ายของเกษตรกร ส่วนที่เหลือก็นำไปขายเป็นรายได้เสริม ด้านประมง เกษตรกรที่เสียหายจากการเลี้ยงสัตว์น้ำ จะได้รับการสนับสนุนพันธุ์ปลานิล พร้อมอาหารปลาทุกครัวเรือน</p>
<p>ด้านปศุสัตว์ จะได้รับพันธุ์สัตว์ปีก เช่น ไก่พื้นเมือง ไก่ลูกผสมพื้นเมือง หรือเป็ดเทศ คละเพศ อายุ 1 เดือน พร้อมอาหาร และเวชพันธุ์ ภาชนะใส่น้ำ และตาข่าย สำหรับการฟื้นฟูเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไม้ที่ได้รับความเสียหายนั้นทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อยู่ระหว่างจัดทำโครงการเกษตรกรที่เป็นสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ซึ่งจะดำเนินการให้ความช่วยเหลือด้านหนี้สินของสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย พร้อมยืดอายุเวลาการชำระหนี้เก่าออกไป 3 ปี กู้ใหม่วงเงินไม่เกินรายละ 100,000 บาท รัฐชดเชยให้ร้อยละ 3 ต่อปี เป็นระยะเวลา 3 ปี และสำหรับเกษตรกรที่เสียชีวิตจะจำหน่ายหนี้ออกโดยรัฐรับภาระชำระหนี้แทน</p>
<p>นอกจากนี้ ยังเตรียมโครงการฟื้นฟูและสร้างโอกาสเพื่อการยังชีพของสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย เป็นการให้เงินอุดหนุนสมาชิกเพื่อเป็นเงินทุนในการยังชีพและซ่อมแซมทรัพย์สินของสมาชิกที่เสียหายจากอุทกภัย รวมทั้งจัดทำโครงการแก้ปัญหาน้ำนมโคของสหกรณ์ไม่มีแหล่งจำหน่ายเนื่องจากอุทกภัยปี 2554 โดยรับซื้อนมจากสหกรณ์ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและสนับสนุนให้สหกรณ์ติดตั้งเครื่องบรรจุนมยูเอชที</p>
<p>เหล่านี้คือมาตรการในการช่วยเหลือราษฎรโดยเฉพาะเกษตรกรที่มีอาชีพด้านการเพาะปลูกพืชที่เป็นพืชอายุสั้นเป็นประการสำคัญเพื่อให้ราษฎรได้สามารถมีกินและสร้างรายได้เป็นการเฉพาะหน้า ส่วนมาตรการในการให้การช่วยเหลือเกษตรกรที่เพาะปลูกพืชยืนต้น เช่น ทุเรียนในพื้นที่ จ.นนทบุรี ไปจนถึงส้มโอในพื้นที่ จ.นครปฐมนั้น พบว่ายังต้องใช้เวลาในการเยียวยาพอสมควร เนื่องจากพันธุ์ไม้ยืนต้นเหล่านี้กว่าที่จะให้ผลผลิตภายหลังจากการเพาะปลูกแล้วใช้เวลาไม่น้อยกว่า 5-7 ปี ฉะนั้นหากยังส่งเสริมและสนับสนุนให้เพาะปลูกพืชยืนต้นประจำถิ่นเหล่านี้ต่อไป หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องพิจารณาถึงมาตรการในการช่วยเหลือระยะเบื้องต้นแบบควบคู่กันไปด้วยจึงจะมีความเป็นไปได้</p>
<p>ที่สำคัญจะต้องแน่ใจด้วยว่าพื้นที่เหล่านั้นในปีถัดไปจะไม่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากอีก มิฉะนั้นพันธุ์พืชที่เกษตรกรปลูกก็จะเสียหายอีก</p>
<p>ที่มา dailynews.co.th</p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89.html' rel='bookmark' title='ปลูกผักเพิ่มรายได้หลังน้ำลด'>ปลูกผักเพิ่มรายได้หลังน้ำลด</a></li>
<li><a href='http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad.html' rel='bookmark' title='การปลูกมะละกอ แบบพอเพียง'>การปลูกมะละกอ แบบพอเพียง</a></li>
<li><a href='http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%ae%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%88.html' rel='bookmark' title='น้ำหมัก ฮอร์โมนไข่'>น้ำหมัก ฮอร์โมนไข่</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kasetorganic.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a-%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%88-%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88-%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

