จุลินทรีย์ EM มีดี อย่างไร

EM มีดี อย่างไร ประโยชน์ของ EM Effective Microorganisms

การทำเกษตรอินทรีย์ อย่างแรกที่ต้องนึกถึงก่อนนั่นคือ จุลินทรีย์ EM วันนี้จะมาย้อนกลับไปยังพื้นฐานการทำเกษตรว่าด้วยเรื่อง การใช้ประโยชน์จากชีวภาพใกล้ตัว ซึ่ง EM เป็นจุดเริ่มต้นของคำว่า ปลอดภัย และมาจากธรรมชาติ อย่างแท้จริง EM คืออะไร EM นั้นย่อมาจากคำว่า Effective Microorganisms ซึ่งมีความหมายว่า กลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ

จุลินทรีย์ในธรรมชาติ นั้นมีมากมาย แต่สามารถแยกได้เป็นกลุ่มหลักๆ นั่นคือ จุลินทรีย์ที่ต้องการอากาศ และจุลินทรีย์ที่ไม่ต้องการอากาศ ในการหายใจ ซึ่งจุลินทรีย์ทั้งสองชนิดนี้ก็จะสามารถทำงานร่วมกันได้แบบเกื้อกูลและทำลายล้างกันได้ไร้ขีดจำกัดในสภาวะแวดล้อมที่ต่างกันออกไปโดยจะสามารถแบ่งแยกจุลินทรีย์ทั้งสองประเภทนี้ออกมาเป็น 3 กลุ่มหลักๆ ได้แก่ กลุ่มดี กลุ่มเลว และกลุ่มที่เป็นกลาง

ลักษณะการทำงานของ จุลินทรีย์ EM

กรณีที่มีจำนวนของจุลินทรีย์กลุ่มดี หรือจำนวนของกลุ่มสร้างสรรค์มากกว่ากลุ่มก่อโรค สภาพแวดล้อมจะอยู่ในสภาวะสร้างสรรค์ สะอาด บริสุทธิ์ สดใสและปราศจากมลพิษหรือโรคภัยทั้งปวง กลับกัน หากมีจำนวนจุลินทรีย์กลุ่มก่อโรคหรือกลุ่มทำลายมากกว่ากลุ่มสร้างสรรค์ สภาพแวดล้อมโดยทั่วไปจะเกิดมลภาวะเป็นพิษ เน่าเหม็น มีโรคระบาด เป็นสภาวะที่แย่และไม่น่าอยู่ ส่วนกลุ่มเป็นกลางที่มีอยู่อย่างมากมายนั้น จะคอยช่วยสนับสนุนจุลินทรีย์กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่มีจำนวนมากกว่าให้สามารถแสดงปฏิกิริยาได้มากยิ่งขึ้น เรียกว่า ใครชนะก็เข้าข้างนั้น

กำเนิด จุลินทรีย์ EM

จุลินทรีย์ EM ถูกค้นพบครั้งแรกโดย ศาสตราจารย์ ดร.เทรูโอะ ฮิหงะ แห่งมหาวิทยาลัยริวกิว จังหวัดโอกินาวาที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งท่านได้ทำการศึกษาค้นคว้าวิจัยและทดลองตามแนวทางของท่านโมกิจิ โอกาดะ ในช่วงระหว่าง พ.ศ. 2510-2525 และได้พบความกับจริงเกี่ยวกับจุลินทรีย์ในธรรมชาติ โดยสามารถแยกได้เป็น จุลินทรีย์ต้องการอากาศ (Aerobic Microorganisms) และจุลินทรีย์ไม่ต้องการอากาศ (Anaerobic microorganisms) ซึ่งจุลินทรีย์ทั้งสองชนิดนี้จะสามารถทำงานร่วมกันได้ โดยสามารถควบคุมให้มีลักษณะช่วยเหลือเกื้อกูล หรือขัดแย้งกัน และสามารถแบ่งแยกจุลินทรีย์ทั้งสองประเภทนี้ออกมาเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ..

  1. จุลินทรีย์กลุ่มดี หรือกลุ่มสร้างสรรค์ มีอยู่ประมาณ 5-10 %
  2. จุลินทรีย์กลุ่มก่อโรค หรือกลุ่มทำลาย มีอยู่ประมาณ 5-10 %
  3. จุลินทรีย์กลุ่มเป็นกลาง ซึ่งมีมากถึง 80-90 %

EM มีดี อย่างไร ประโยชน์ของ EM Effective Microorganisms

ศาสตราจารย์ ดร.เทรูโอะ ฮิหงะ ได้คัดสรรเอาเฉพาะจุลินทรีย์กลุ่มดีที่มีประโยชน์มาเลี้ยงรวมด้วยเทคนิคพิเศษ เรียกว่า กลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพเป็น จุลินทรีย์ EM (Effective Microorganisms)

การใช้ EM ในชีวิตประจำวัน

ส่วนใหญ่ใช้ในเรื่องของการทำความสะอาด โดยคุณสมบัติเฉพาะตัวของจุลินทรีย์ที่สามารถย่อยสลายคราบและชีวภาพต่างๆ ได้นั่นเอง เช่น การใช้ล้างผัก การขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ในห้องน้ำ เป็นส่วนผสมของปุ๋ยชนิดต่างๆ ใช้ในการไล่แมลงสัตว์กัดต่อย ฯลฯ ในด้านการเกษตร โดยเฉพาะเกษตรอินทรีย์ และการทำเกษตรพอเพียง ใช้ EM ก็เพื่อผลผลิตที่ได้จะเป็นผลผลิตที่ปลอดสารพิษ และทำให้ผลผลิตมีคุณค่าทางอาหารสูง ทั้งยังรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

จุดประสงค์ของการใช้ EM

เรารู้อยู่แล้วว่า ในธรรมชาตินั้นมีจุลินทรีย์มากมาย และแยกย่อยเป็น 3 กลุ่มคือ กลุ่มดี กลุ่มเลว และกลุ่มที่เป็นกลาง ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมจะมีจุลินทรีย์กลุ่มที่ดีจำนวนมากกว่ากลุ่มที่ทำลาย โดยตัวแปรสำคัญคือจุลินทรีย์ที่เป็นตัวกลางซึ่งสามารถพบได้ทั่วไป การใส่สาร จุลินทรีย์ EM ที่มีกลุ่มจุลินทรีย์ที่เป็นกลุ่มดี กลุ่มสร้างสรรค์อยู่ในจำนวนมาก ก็เพื่อไปแก้ไข เพิ่มเติมใสส่วนที่ขาด ทำให้สภาวะแวดล้อมในจุดนั้นๆ เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ใช้ในดิน ดินก็ดีขึ้น ใช้ในน้ำ น้ำก็ดีขึ้น ฉีดพ่นในอากาศ อากาศก็สดชื่น กลิ่นก็สะอาด

EM มีดี อย่างไร ประโยชน์ของ EM Effective Microorganisms

หมักกากน้ำตาล เพื่อขยาย EM

ถังที่ใช้หมัก ควรใช้ถังพลาสติกทึบแสง ปิดฝามิดชิดและเก็บไว้ในที่ร่ม เริ่มผลิตและขยาย EM ด้วยการใช้กากน้ำตาลจำนวน 1 ลิตร ผสมกับน้ำจำนวน 100 ลิตร หรือกากน้ำตาล 1 ส่วน ผสมน้ำ 100 ส่วน (1/100) และใช้ EM ผสมเพิ่ม 1 ลิตร หมักทิ้งไว้ 3 วัน จะได้ EM ที่ขยายส่วนแล้ว 3 เท่า จากนั้นแบ่งแยก EM ที่หมักไว้เป็น 3 ส่วนลงในถัง 3 ใบและเพิ่มกากน้ำตาลและน้ำ (1/100) ส่วนเข้าไปเพิ่มเติม และหมักต่อไปอีก 3 วัน จะสามารถแบ่งแยกขยาย EM ได้อีก 9 ส่วน ก่อนนำไปใช้ประโยชน์

คอยสังเกตุน้ำ EM ที่ทำการขยายว่าถ้ามีสีดำและกลิ่นเหม็นแสดงว่าใช้ไม่ได้ และน้ำที่ผสม หากเป็นน้ำประปาต้องทิ้งน้ำไว้อย่างน้อย 3 วัน

หากต้องการนำไปใช้เป็นส่วนผสมในการทำปุ๋ยหมัก ให้ใช้ EM ในการแยกส่วนขยายครั้งที่ 2

สูตร EM ขับไล่แมลง

  1. EM 1 ส่วน
  2. กากน้ำตาล 1 ส่วน
  3. น้ำส้มสายชู 5% 1 ส่วน
  4. เหล้าขาว 2 ส่วน

โดยการนำทั้งหมดผสมเข้าด้วยกันและหมักไว้ 1 คืน จะเกิดสาร Ester ขึ้นมา สามารถฆ่าแมลงให้ตายได้ วิธีใช้ก็คือ ผสมน้ำ 200 ลิตรต่อ EM 300 CC ใช้ฉีดพ่นต้นไม้ทุกๆ 3 วัน

หากต้องการสูตรที่อ่อนลงกว่านี้ สามารถปรับสูตรจากสูตรเดิมคือการลดเหล้าขาวลงเหลือ 1 ส่วนและใส่น้ำผสมเพื่อเป็นหัวเชื้อแทน 5 ส่วน และหมักไว้ 1 สัปดาห์ ก่อนใช้ให้นำหัวเชื้อผสมกับน้ำ 1/100 ส่วน ฉีดพ่นต้นไม้ทุกส่วนในทุก 3 วัน

EM มีดี อย่างไร ประโยชน์ของ EM Effective Microorganisms

ทำไม จุลินทรีย์ EM ถึงทำให้หนอน แมลงตาย

  1. เพราะกากน้ำตาลไปเกาะที่ผิวหนังของหนอน ทำให้เคลื่อนไหวลำบาก
  2. หนอนหายใจไม่ออก เนื่องจากกากน้ำตาลปิดทางเดินหายใจและมี Ester ที่มีกลิ่นเหม็น
  3. หนอนท้องอืดตาย
  4. ระบบย่อยอาหารไม่ทำงาน

เห็นได้ว่า ความสำคัญของ EM มีผลมากมายต่อภาคการเกษตรเพียงใด โดยเฉพาะการทำเกษตรอินทรีย์แบบพอเพียง ได้ทั้งปลอดภัยและประหยัดต้นทุน ทำให้รายได้เหลือเก็บ

เกษตรมือใหม่

เกษตรมือใหม่

เริ่มต้นจากการที่อยากปลูกผักกินเอง ปลูกมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นไอเดียที่หลากหลายและอยากนำมาแชร์กันให้รู้ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผักนะเออ