การปลูกบวบเหลี่ยมไว้กินเอง

การปลูก บวบเหลี่ยม ช่วง หน้า ฤดู ฝน พืช ผักสวนครัว

มีเพื่อนๆ สมาชิกหลายท่านสนใจการปลูกผักไม้เลื้อย แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร ให้ปลูกแล้วได้ประโยชน์ทั้งเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ และผลผลิตที่สามารถกินได้ โดยวัตถุประสงค์หลักคือ อยากปลูกให้สวยและโตไว้ก่อน เรื่องจะมีผลผลิตให้กินนั้นอีกเรื่องหนึ่ง และเคยลงรูปสวยๆ เกี่ยวกับแปลงผักไม้เลื้อยที่ ไม่ธรรมดา มาหลายรูปใน social network อย่าง facebook

แรงขอมา ก็จัดให้เลย เพราะการปลูกบวบเหลี่ยม หรือ Angled Gourd จริงๆ ไม่ได้ยากอะไร แต่ก็ไม่ง่าย และผักชนิดนี้ก็สามารถขึ้นและให้ผลผลิตได้แม้แต่กับการใช้วิธี การปลูกผักในกระถาง

โดยเริ่มต้นก็ต้องศึกษาธรรมชาติของ บวบเหลี่ยม ไว้ก่อนว่ามีลักษณะเป็นอย่างไรซึ่งจะอธิบายย่อๆ ดังนี้ บวบเหลี่ยม เป็นพืชผักที่อยู่ในตระกูล Cucurbitaceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Luffa acutangula เป็นผักที่ใช้บริโภคส่วนของผล สามารถนำมาประกอบเป็นอาหารได้หลายชนิด เช่น ต้ม แกง ผัด หรือจิ้มน้ำพริก มีรสหวาน นอกจานี้บวบยังเป็นพืชที่มีลักษณะพิเศษ คือ ทนแล้ง ทนฝน โรคและแมลงไม่รบกวน บวบเหลี่ยมเป็นพืชเถาเลื้อยและมีอายุสั้น มีมือจับเกาะช่วยพยุงลำต้นบวบเหลี่ยมต่างจากบวบชนิดอื่นตรง ที่ผลมีลักษณะเป็นเหลี่ยม หลายเหลี่ยม ดอกตัวผู้และดอกตัวเมียแยกกันอยู่ในต้นเดียวกันเช่นเดียวกับบวบหอม แต่มีลักษณะแตกต่างกันที่ใบเลี้ยงของต้นกล้า

บวบเหลี่ยมมีสีเขียว ใบแก่มีสีเขียวอ่อนกว่าใบใหญ่กว่าเล็กน้อย ลอนบนใบตื้นกว่า ดอกจะบานในเวลาเย็น โดยบานตั้งแต่เวลา 17.30 น.เป็นต้นไป มีเหลี่ยมตามความยาวของผลตั้งแต่ขั้วจรดปลายผล ผิวผลค่อนข้างขรุขระ สีเขียวแก่ สำหรับพันธุ์ของบวบเหลี่ยมที่ปลูกในบ้านเรา ยังไม่มีการจำแนกรายละเอียดออกเป็นพันธุ์ต่างๆ ส่วนใหญ่ถือเป็นพันธุ์พื้นเมือง เพราะปลูกกันมานาน และมักเก็บเมล็ดไว้ทำพันธุ์เองต่อกันไป

angled-gourd การปลูกบวบเหลี่ยมไว้กินเอง

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการปลูก

การปลูกบวบเหลี่ยมนั้น สามารถปลูกได้ในดินแทบทุกชนิด และดินค่อนข้างเป็นกรดเล็กน้อย ในดินมีความชื้นสูงพอเหมาะสม่ำเสมอ ควรได้รับแสงแดดเต็มที่ในระหว่างการปลูก อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 20-30 องศาเซลเซียส สามารถปลูกได้ทุกฤดูกาล

การเตรียมดินสำหรับปลูก เนื่องจากบวบเหลี่ยมเป็นผักที่มีระบบรากลึกปานกลาง ดินที่ใช้หรือกระถางที่ใช้ควมีความลึกประมาณ 20-25 เซนติเมตร ก่อนปลูกควรตากดินไว้ประมาณ 5-7 วัน ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักที่สลายตัวดีแล้วคลุกเคล้าลงไปในดินโดยเฉพาะดินทรายและดินเหนียวต้องใส่ให้มาก เพื่อปรับสภาพของดินให้ดีขึ้นและ เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน ถ้าดินเป็นกรดควรใส่ปูนขาวปรับสภาพความเป็นกรดเป็นด่างให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ย่อยดินและ พรวนดิน ให้ละเอียดร่วนโปร่งพร้อมที่จะปลูกได้

การปลูกบวบเหลี่ยม ระยะปลูกที่เหมาะสมคือ ระยะระหว่างต้น 75 เซนติเมตร ระยะระหว่างแถว 100 เซนติเมตร การปลูกให้หยอดเมล็ดพันธุ์โดยตรงลง ในแปลงหลุมละ 4-5 เมล็ด ฝังให้ลึกลงไปในดินประมาณ 2-4 เซนติเมตร จากนั้นกลบเมล็ดด้วยดินร่วนหรือปุ๋ยคอกหนาประมาณ 1 เซนติเมตร รดน้ำให้ชุ่มอย่างสม่ำเสมอทุกวัน เมื่อต้นกล้างอกอายุได้ประมาณ 10-15 วันหรือมีใบจริง 2-4 ใบ ให้ถอนแยกต้นที่ อ่อนแอ หรือต้นที่ไม่สมบูรณ์ทิ้ง ให้เหลือไว้หลุมละ 3 ต้น แต่ไม่เป็นอุปสรรคหากปลูกในกระถาง ซึ่งสามารถหยอดเมล็ดในหลุมปลูกได้ประมาณ 8-10 เมล็ดเลยทีเดียว

การทำค้างบวบเหลี่ยม จำเป็นอย่างมาก เมื่อบวบเหลี่ยมเริ่มเลื้อยหรือเมื่ออายุประมาณ 15-20 วัน ควรทำค้างหรือร้านเพื่อให้บวบเลื้อยเกาะขึ้นไป โดยใช้ลวดหรือสลิง ขึงเป็นรูปตาข่ายให้แข็งแรงโดยขึงเป็นตาราง 4 เหลี่ยมพาดขวางประมาณ 2-3 ช่วง ทุกๆ ระยะ 40-50 เซนติเมตร

angled-gourd การปลูกบวบเหลี่ยมไว้กินเอง

การดูแลรักษาบวบเหลี่ยม ก็ไม่ยากนัก ส่วนใหญ่เน้นการให้น้ำ ควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอและเพียงพอ ไม่ควรให้บวบเหลี่ยมขาดน้ำ ในระยะออกดอกและติดผล เพราะทำให้ดอกร่วงและ ไม่ติดผล ระบบการให้น้ำแบบปล่อยตามร่องจะให้ผลดี และหลีกเลี่ยงการให้น้ำแบบพ่นฝอยเพราะจะทำให้เกิดปัญหาโรคทางใบได้ หลายท่านบอกปลูกแล้วทำไมไม่ติดผล สำคัญที่การใส่ปุ๋ย

เรื่องการใส่ปุ๋ย ควรให้ปุ๋ยที่มีสัดส่วนของธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปแตสเซียม และควรให้ปุ๋ยไนโตรเจน เช่น ยูเรียหรือแอมโมเนียมไนเตรท เพื่อช่วยเร่งการเจริญเติบโตในช่วงแรกแต่ต้องระมัดระวังไม่ควรให้ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินไปเพราะจะทำให้เกิดอาการเฝือใบ การใส่ควรแบ่งใส่ 2 ครั้ง คือ ใส่ครั้งแรกในตอนปลูกแบบรองพื้นแล้วพรวนดินกลบ และใส่ครั้งที่สองเมื่อบวบอายุประมาณ 20-30 วัน โดยใส่แบบโรยข้างแล้วพรวนดินกลบ การใส่ปุ๋ยไนโตรเจนควรใส่เพียงครั้งเดียวแบบโรยข้างเมื่อบวบอายุประมาณ 7-10 วัน

angled-gourd การปลูกบวบเหลี่ยมไว้กินเอง

โ่รคและแมลงศัตรูที่สำคัญของบวบเหลี่ยม

โรคราน้ำค้างของบวบเหลี่ยม สาเหตุเกิดจากเชื้อรา Pseudoperonospora cubensis อาการเริ่มแรก จะพบเป็นจุดสีเหลืองซีด ขนาด เล็กทางด้านหน้าใบ จุดดังกล่าวจะขยายออกเป็นรูปเหลี่ยมตามลักษณะของเส้นใบ เมื่อพลิกดูใต้ใบในเวลาเช้าจะพบเขม่าสีเทา ดำ ตรงบริเวณแผลนั้น ซึ่งเป็นส่วนของเชื้อและเนื้อเยื่อบริเวณที่เป็นแผลมีลักษณะแห้ง ยุบตัวลง เมื่อแผลรวมกันมากๆ จะทำให้เกิด อาการ ใบไหม้

การป้องกันกำจัดโรคราน้ำค้าง คลุกเมล็ดด้วยเมทาแลคซิลอัตรา 7 กรัมต่อเมล็ด 1 กิโลกรัม กำจัดวัชพืชในแปลงปลูก เก็บใบแก่ๆ ที่แสดงอาการ ของโรค ใส่ถุงพลาสติกแล้วนำไปเผาทำลาย นอกจากนี้ฉีดพ่นด้วย คลอโรทาโรนิลหรือแมลโคเซป ในอัตรา 30 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร

เต่าแตง เต่าแตงมีอยู่ 2 ชนิด คือ ชนิดสีดำ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Aulacophola frontalis และชนิดสีแดง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Aulacophola similis แต่ส่วนใหญ่จะพบสีแดง เต่าแตงเป็นแมลงปีกแข็ง ขนาดลำตัวยาว 0.8 เซนติเมตร ปีกคู่แรกแข็งเป็นมัน ลำตัวค่อนข้างยาว เคลื่อนไหวช้า จะพบเสมอเวลากลางวันที่มีแดดจัด ตัวอ่อนอาศัยอยู่ในดิน ลักษณะหนอนสีขาวยาวตัวเต็มวัย ของเต่าแตงสามารถมีอายุได้ถึง 100 วัน เต่าแตงตัวเมียวางไข่เดี่ยวๆ เป็นกลุ่มเล็กๆ อายุไข่ 8-15 วัน อายุตัวอ่อน 18-35 วัน อายุดักแด้ 4-14 วัน
ลักษณะการทำลาย โดยตัวแก่จะกัดกินใบ หากเกิดการระบาดรุนแรงทำให้ชะงักการทอดยอดได้ ส่วนตัวอ่อนอาศัยอยู่ในดินโดย กัดกินราก บวบที่ถูกเต่าแตงเข้าทำลายจะทำให้ผลผลิตลดลงและผลมีขนาดเล็กลง

การป้องกันกำจัดเต่าแตง หมั่นตรวจดูบวบ ในเวลา เช้าที่แดดยังไม่จัด การจับทำลายด้วยมือจะช่วยได้มาก ภายหลังเก็บเกี่ยวผลหมดแล้วไม่ ควร ปล่อย ต้นบวบทิ้งไว้บนแปลง ควรถอนทำลาย มิฉะนั้นอาจกลายเป็นแหล่งสะสมของเต่าแตงต่อไปได้

ปลูกบวบเหลี่ยมขึ้นแล้ว อย่าลืมบวบพันธุ์อื่น หรือผักไม้เลื้อยพันธุ์อื่นร่วมด้วยก็ดี เนื่องจากบวบเหลี่ยมจะมีอายุสั้น หากปลูกชนิดเดียวเมื่อผักหมดอายุอาจทำให้ดูไม่สวยได้

เกษตรมือใหม่

เกษตรมือใหม่

เริ่มต้นจากการที่อยากปลูกผักกินเอง ปลูกมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นไอเดียที่หลากหลายและอยากนำมาแชร์กันให้รู้ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผักนะเออ