1 ไร่ 1 แสน 1 บริษัท 1 ชุมชน

แม่แบบ ทำนา 1 ไร่ ได้ 1 แสน

เป็นโครการที่ดีนะผมว่า ด้วยยุทธศาสตร์การลดความเหลื่อมล้ำของการกระจายรายได้ โดยเริ่มต้นด้วยโครงการ 1 ไร่ 1 แสน ที่ริเริ่มไว้ในปี 2553 โดยเหล่ากูรูจากหอการค้าไทย ด้วยวิธีการทำนา 1 ไร่ให้ได้เงิน 1 แสนบาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในระดับรากหญ้าให้มีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นโดยคุณอิสระ ว่องกุศลกิจ เป็นประธานโครงการ เนื่องจากเห็นว่า กลุ่มมิตรผล มีส่วนเกี่ยวข้องกับเกษตรกรจำนวนมากในหลายจังหวัด โดยเฉพาะกลุ่มไร่อ้อย ไปยังกลุ่มนาข้าว และไร่มันสำปะหลังบ้างแล้ว

โครงการ 1 ไร่ 1 แสน

โครงการนี้ถือเป็นโครงการนำร่องของยุทธศาสตร์ลดความเหลื่อมล้ำของการกระจายรายได้ ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากหอการค้าไทย สภาหอการค้าจังหวัดและมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ความสำเร็จจากโครงการนี้ ทำให้คุณอิสระเอง มองเห็นโอกาสในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ลดความเหลื่อมล้ำฯ ภายใต้แนวคิดของการประสานความร่วมมือระหว่างองค์กรเอกชนและชุมชนต่อไปอีกก้าวหนึ่ง

ซึ่งผมเองก็ขอให้โครงการนี้สามารถเป็นจริงได้ และทำได้จริงในทุกๆ ครอบครัวเกษตรกร เพราะจะได้ปลดแอกความยากจน แต่หากเป็นได้แค่แนวคิดและทำได้แค่บางประเภท ก็คงไม่ง่ายนัก หากแต่ยังมีความเป็นไปได้ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับราคาสินค้าเกษตรด้วยว่า จะดีหรือไม่ดีอย่างไร

โครงการ 1 ไร่ 1 แสน 1 บริษัท 1 ชุมชน

โครงการ 1 บริษัท 1 ชุมชน การพัฒนาชุมชนที่ยั่งยืน

การที่มีผู้มีประสบการณ์ในความสำเร็จจากการดำเนินงานในธุรกิจที่เกี่ยวกับการเกษตรได้มาชี้แนะและสนับสนุนการพัฒนาอาชีพของคนในชุมชน เพื่อให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ก็น่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง โดยเริ่มจากการนำประสบการณ์ทางธุรกิจ แบบแผนการพัฒนาชุมชนที่ประสบความสำเร็จในการจัดการไร่อ้อยของกลุ่มมิตรผล ไปขยายผลสู่ธุรกิจด้านอื่นๆ เช่น ธุรกิจค้าข้าว ธุรกิจแปรรูปอาหาร สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ขนส่งและโลจิสติกส์ และอื่นๆ

และดึงแนวร่วมธุรกิจและเครือข่ายผู้ประกอบการหลายแห่งเข้ามาร่วมโครงการ โดยแต่ละรายจะทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับชุมชน เรียกว่าบริษัทไหนถนัดเรื่องอะไรก็เข้ามาช่วยเรื่องนั้น ซึ่งไม่ได้เพียงแค่เข้าไปให้ความรู้ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่จะต้องให้คำแนะนำและประสารความร่วมมือนั้นจนเกิดผลอย่างจริงจัง ตั้งแต่กระบวนการเริ่มต้น ไปจนถึงกระบวนการสุดท้าย โดยเฉพาะการพัฒนาผลผลิตหรือสินค้าเพื่อจำหน่ายและการเพิ่มรายได้แก่ครัวเรือนด้วย

นอกจากการเพิ่มรายได้แก่ชุมชนผ่านการเพิ่มผลผลิตแล้ว ยังต้องช่วยวิธีลดค่าใ้ช้จ่ายของครัวเรือนควบคู่ไปด้วย เช่น ส่งเสริมให้มีการขุดสระน้ำเพื่อเลี้ยงปลา และปลูกผักสวนครัวบนคันดินรอบสระน้ำและในพื้นที่ว่างเปล่า ทั้งนี้จะเห็นว่า เราไม่ได้เลือกทำในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง แต่เข้าไปดูแลจัดการในทุกขั้นตอนเพื่อให้บรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรม คุณอิสระ กล่าว

ปัจจุบันโครงการ 1 บริษัท 1 ชุมชน โดยการสนับสนุนและเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างจริงจังของบริษัทเอกชนพร้อมด้วยนักวิชาการและหน่วยงานของรัฐ ได้ขยายผลสู่ธุรกิจต่างๆ กว่า 39 โครงการใน 30 จังหวัดและมีเป้าหมายที่จะขยายผลให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

ก็ถือเป็นโครงการที่ดีที่จะลดความเหลื่อมล้ำของการกระจายรายได้ของเกษตรกรชาวรากหญ้า แต่หวังเป็นอย่างยิ่งว่า คงไม่เลือกชุมชนและทำเลที่ตั้ง เพราะแต่ละชุมชนก็มีความสามารถผลิตสินค้าต่างกัน การมีผู้เชี่ยวชาญเข้าไปเป็นที่ปรึกษาตั้งแต่แรกเริ่มจนกระทั่งถึงขั้นตอนสุดท้ายเป็นสิ่งดี แต่ก็กลัวอยู่ที่ว่า พอถึงขั้นตอนออกผลผลิตแล้ว หาตลาดจำหน่ายไม่ได้ ต้นทุนก็ถูกเร่ง เงินกู้ก็ถึงเวลาต้องชำระ หนี้ก็ต้องจ่าย ราคาผลผลิตยังตกต่ำ ใครจะรับผิดชอบ

อ้างอิง Thai Commerce คอลัมน์ลดความเหลื่อมล้ำ

เกษตรมือใหม่

เกษตรมือใหม่

เริ่มต้นจากการที่อยากปลูกผักกินเอง ปลูกมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นไอเดียที่หลากหลายและอยากนำมาแชร์กันให้รู้ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผักนะเออ