โมเดลรับจำนำข้าว ราคาเริ่มต้น

โมเดลรับจำนำข้าว กับบริษัทข้าวแห่งชาติ ราคาข้าววันนี้

ช่วงนี้ โมเดลรับจำนำข้าวมาแรง เพราะดูเหมือนว่าหลายๆ ฝ่ายจะจ้องที่จะ(เล่น) ตรวจสอบการทำงานของฝ่ายรัฐบาลมากขึ้น และโมเดลการรับจำนำข้าว ก็เป็นหนึ่งในนโยบายหลักที่รัฐบาลชุดนี้จะต้องทำให้เห็นว่า มีผลดีต่อเกษตรกรจริงหรือไม่ และใครได้ประโยชน์ ผมได้อ่านข่าวโพสต์ทูเดย์เมื่อหลายวันก่อนก็อดคิดไม่ได้ว่า หากนโยบายนี้นำมาใช้งานจริงจะเป็นอย่างไร ลองนึกๆ ในใจและเท่าที่ได้อ่านข้อมูลมาคร่าวๆ เกี่ยวกับการเปรียบเทียบโครงการประกันราคาและการรับจำนำว่ามีข้อดีข้อเสียอย่างไรแล้ว และผลที่ได้รับในส่วนของข้อดีนั้นเป็นอย่างไรแล้ว เลยมานึกเอาเองว่าน่าจะเป็นแบบนี้แบบนั้น แต่ก็เป็นแค่ความเห็นส่วนตัว หากต้องพิมพ์มาเพื่อเผยแพร่ ขอเป็นการลงไว้ใน webboard ดูจะเหมาะกว่าเอามาลงไว้ในนี้

โมเดลรับจำนำข้าว กับบริษัทข้าวแห่งชาติ ราคาข้าววันนี้

แต่ก็ลองคำนวณคร่าวๆ ดูว่าการที่ชาวนาปลูกข้าวแล้วได้ผลผลิตนั้น นำมาขาย หรือจำนำ ให้แก่รัฐบาลแล้ว ชาวนานำเงินกลับไปใช้จ่าย โดยที่ราคารับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2554/2555 ที่ตามมติคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ หรือ กขช. ที่ออกมาเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2554 นั้นคือ

  • ข้าวเปลือกหอมมะลิ 2 หมื่นบาท / ตัน
  • ข้าวเปลือกเจ้า 5% 1.48 หมื่นบาท / ตัน
  • ข้าวเปลือกเจ้า 10% 1.46 หมื่นบาท / ตัน
  • ข้าวเปลือกเจ้า 15% 1.42 หมื่นบาท / ตัน
  • ข้าวเปลือกเจ้า 25% 1.38 หมื่นบาท / ตัน
  • ข้าวเปลือกเจ้า 100% รับจำนำที่ 1.5 หมื่นบาท / ตัน
  • ข้าวเปลือกเหนียวเมล็ดสั้น 1.6 หมื่นบาท / ตัน
  • ข้าวเปลือกเหนียวขาว (กข.6) 1.8 หมื่นบาท / ตัน
  • ข้าวเปลือกหอมจังหวัด 1.8 หมื่นบาท / ตัน
  • ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี 1.6 หมื่นบาท / ตัน

ซึ่งดูเหมือนว่าจะพอมีความเป็นไปได้ที่ชาวนา ผู้แบกข้าวมาขายให้แก่รัฐ จะรับเงินไปตุงกระเป๋า ส่วนต่างที่รัฐจะเอาเงินมาจากไหน จะมีเงินพอไหม หรือจะรับซื้อแล้วเอาไปทำอะไร มันเป็นหน้าที่ของรัฐบาลและทีมบริหารที่จะต้องทำให้ได้ กำไร นั่นหมายถึงว่า มันไม่เกี่ยวกับการคาดเดาสุ่มส่งเดจว่าควรทำอย่างนั้นอย่างนี้ ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้บริหารจัดการ เราก็แค่ติดตามผล ผมคิดว่าคงไม่มีใครทำให้ประเทศขาดทุนเพราะกำข้าวอยู่ในมือ โดยที่มนุษย์ทุกผู้ทุกคน ก็ยังคงกิน ข้าว อยู่ทุกวัน

แล้วถามว่า ถ้าโรงสีหรือรัฐ จ่ายเงินจำนวนดังกล่าวมาแล้ว ทำไมข้าวสารที่ประชาชนทั่วไป รวมถึงร้านข้าวแกงและอื่นๆ ที่ชอบขึ้นราคาอาหารกัน ขายแพง ทั้งๆ ที่ถ้าเทียบราคาข้าวเปลือกแล้ว ต้นทุนก็ไม่น่าจะสูงมาก โดยจะลองเปรียบเทียบดูว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ ที่โรงสีหรือร้านขายข้าวสารทั่วไปกำหนดราคาขายต่างๆ กัน

ต้นทุนการสีข้าวที่โรงสีทั่วไป การขัดสีข้าวจะได้ข้าวต้น ข้าวหัก ต่างๆ กัน ขึ้นกับพื้นพันธุ์ข้าว เช่น ข้าวหอม เวลาสีข้าวจะได้ข้าวต้นน้อยกว่าข้าวขาว แต่ทั่วไปการสีข้าวจะได้สัดส่วนคร่าวๆ คือ

  • ข้าวต้น (ข้าวเต็มเมล็ด) 40-45%
  • ข้าวหักใหญ่ (ยี่จ้อ) 5%
  • ข้าวหักกลาง (ซาห่อ) 5-10%
  • ข้าวหักเล็ก (ก๊วย) 10-15%
  • ปลายข้าว 1%
  • รําข้าว 8-10%
  • แกลบ 22-24%
  • รําหยาบ 2%

ที่มา www.rice engineer.com ข้อมูลตัวอย่างการขัดสีข้าวที่จะได้ตามสัดส่วนเฉลี่ย แล้วมาดูราคาข้าว ที่ thairicemill ของวันที่เขียนนี้ ว่าเท่าไหร่ เทียบตามตารางดังนี้

ราคาข้าว สาร วันนี้

จากตารางในส่วนของข้าวคัดขายบริโภคภายใน ราคาข้าวขาว 100% ชั้น 1 มีราคาถึง 2,050 – 2,200 เฉลี่ยแล้ว 2,100 บาท ต่อ 100 กิโลกรัม จากที่รับข้าวเปลือกมาในราคาตันละ 1.48 หมื่นบาท อีกทั้ง รำข้าวขาว ก็มีขายถึง กิโลกรัมละเกือบ 10 บาท คือขายได้ทั้งนั้นตั้งแต่ข้าวต้นไปจนกระทั่ง รำหยาบ ทุกๆ ส่วนมีราคาหมด เท่ากับว่าผู้รับซื้อสามารถนำข้าวเปลือกไปขายได้ทั้งหมด โดยหักลบส่วนที่เป็นปัจจัยอื่นออก เช่นค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้า ค่าแรงงาน ฯลฯ อยู่ที่ว่าจะนำอะไรมาคิดหักลบ เพราะมันก็สามารถเป็นไปได้แทบทั้งสิ้น แล้วหาทางไปบวกเพิ่มราคาข้าวสาร เนื่องด้วยเหตุและผลที่กล่าวมา

ไม่รู้ว่าสูตรนี้จะถูกต้องหรือเปล่า แต่การคำนวณแบบนี้ก็ได้ผลใกล้เคียง โดยเอาเปอร์เซ็นต์ข้าวเปลือกที่ซื้อไว้มาคำนวณ เช่น ราคาข้าวเปลือกรับซื้อมาในราคา 6,500 บาท ขัดสีแล้วได้ข้าวต้น 35% ต้นทุนการสีเฉลี่ย = 580 บาท / ตัน รวม = 7,080 บาท

  • ราคาข้าวสารในตลาด 14.20 บาท (ตั้งเอาไว้ก่อน)
  • ข้าวต้น 35% ขาย 12.17 บาท = 4,260 บาท
  • รำอ่อน 10% ขาย 5.00 บาท = 500 บาท
  • ยี่จ้อ 8% ขาย 9.00 บาท = 720 บาท
  • ซาห่อ 10% ขาย 8.00 บาท = 800 บาท.
  • ก๋วย (หักเล็ก) 8% ขาย 7.00 บาท = 560 บาท
  • ปลายข้าว 4 % ขาย 6.00 บาท = 240 บาท

รวม = 2,820 บาท นำไปลบออกจาก 7,080 เหลือ 4,260 บาท นี่เป็นราคาข้าวต้น เอาราคา 14.20 – 12.17 = 2.03 บาท นี่คือกำไร 2.03 บาท/กก. การปรับขึ้นลงเปอร์เซ็นต์ข้าวควรจะปรับช่วงประมาณ 2-3 % แต่จริงสูตรคำนวณมีมากมายหลายแบบ มีแบบละเอียดไปจนถึงแบบคร่าวๆ แบบที่นำมาให้นี้เป็นแบบคร่าวๆ พอจะประเมินสถานการณ์ได้ดีพอสมควร

จากตัวอย่าง เห็นว่าราคาข้าวต้นจะมีกำไรอยู่ที่กิโลกรัมละ 2.03 บาท แต่รายรับจริงๆ ไม่ใช่ เพราะในส่วนของผลผลิตจากการสีข้าวอื่นๆ เช่น รำอ่อน ยี่จ้อ ซาห่อ ก๋วย ปลายข้าว ฯลฯ นั้นสามารถนำไปจำหน่ายได้อีก หรือมีการผสมข้าวต้น กับข้าวหัก แล้วนำมาขายในราคาใหม่ และอื่นๆ แล้วแบบนี้ ควรให้มีการลดราคาข้าว หรือ ควรจะขึ้นราคาข้าว กันแน่

โมเดลรับจำนำข้าว

รัฐบาลมีทางออกแก่ประชาชนผู้มี ข้าวเปลือก อยู่ในมือโดยที่สามารถนำข้าว มาจำนำกับรัฐบาลได้และได้ราคาดี ทั้งขึ้นทั้งล่อง ผลประโยชน์ตกอยู่แก่เกษตรกรผู้มี ข้าวอยู่ในมือ แต่ผลเสียอยู่ที่ใครไม่รู้เหมือนกัน โดยที่เกษตรกรเองสามารถที่จะไถ่ถอนข้าวคืนแล้วไปขายกับแหล่งรับซื้อที่ให้ราคาดีกว่าได้โดยมีข้อแม้ชัดๆ ว่า แหล่งรับซื้อข้าวนั้นจะต้องให้ราคาสูงกว่าราคาตลาดในประเทศเท่านั้น แต่ถ้าหาแหล่งขายได้ราคาดีไม่ได้ ก็ไปจำนำเอาไว้ก่อนกับรัฐ รอข้าวขึ้นค่อยไปถอนมาขาย ส่วนหากว่าราคาข้าวยังต่ำอยู่ เกษตรกรก็ไม่จนแน่นอน

ส่วนผู้บริโภค ถ้าโรงสีหาข้ออ้างขึ้นราคาขายด้วย จะทำยังไงดี ปลูกข้าวกินเองดีกว่ามั้ย ถ้าไปซื้อข้าวสารแล้วแพงน่ะ

เกษตรมือใหม่

เกษตรมือใหม่

เริ่มต้นจากการที่อยากปลูกผักกินเอง ปลูกมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นไอเดียที่หลากหลายและอยากนำมาแชร์กันให้รู้ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผักนะเออ