แก่นแท้ เกษตรอินทรีย์

ระบบนิเวศป่าไม้ ใช้กับ เกษตรอินทรีย์

เรารับรู้กันแล้วว่า การทำ เกษตรอินทรีย์ เป็นการทำการเกษตรที่ไม่ใช้สารเคมีจากที่มนุษย์ผลิตและทำขึ้นเองเลย แต่ใช้สิ่งที่เกิดเองตามธรรมชาติ ที่เป็นไปตามระบบของธรรมชาติทดแทน นั่นก็เพื่อให้เข้าถึงหลักของธรรมชาติอย่างแท้จริง เป้าหมายก็เพื่อลดพิษภัยที่เกิดจากสารเคมีจากน้ำมือมนุษย์ ทั้งใน ดิน น้ำ อากาศ และในผลผลิต ซึ่ง เกษตรอินทรีย์ เป็นระบบการผลิตที่คำนึงถึงสภาพแวดล้อม ที่มุ่งมั่นจะรักษาสมดุลธรรมชาติ และหลีกเลี่ยงการใช้สารสังเคราะห์ใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดมลพิษในสภาพแวดล้อม รวมถึงการนำภูมิปัญญาชาวบ้านมาใช้ประโยชน์อย่างแท้จริง

แต่ปัจจุบันเกษตรอินทรีย์ ต้องทนทุกข์กับปัจจัยอื่น ที่อาจไปไม่รอดหากไม่เข้าใจอย่างแท้จริง เกษตรอินทรีย์ กับความเป็นธรรมในอาชีพ

โดยธรรมชาติแล้ว ทุกสรรพสิ่งทั้งหลายต่างมีปฏิสัมพันธ์กันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการเกื้อกูล ควบคุมซึ่งกันและกันอย่างต่อเนื่อง เห็นได้ชาัดจากสภาพนิเวศป่าไม้ตามธรรมชาติ ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดระบบเกษตรอินทรีย์ ที่ใช้หลักการทางนิเวศวิทยา โดยที่ในสภาพระบบนิเวศป่าไม้ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ ดินจะได้รับการปรับปรุงจากการถับถมของเศษพืช เศษซากสัตว์ ทำให้ดินเกิดความอุดมสมบูรณ์อย่างต่อเนื่อง ไม่มีการระบาดของศัตรูพืชเนื่องจากมีสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติช่วยควบคุมทำลายศัตรูพืช ทำให้จำนวนศัตรูพืชไม่เกิดการระบาดจนทำให้เกิดความเสียหาย

จนกระทั่ง…มนุษย์มีความต้องการผลผลิตจากการเกษตรที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน ได้แปรเปลี่ยนเป็นการค้าขายเพื่อผลกำไรสูงสุดในระดับต่างๆ มุ่งเน้นเพื่อการส่งออกที่มากขึ้นเป็นลำดับ มีผลทำให้ระบบการผลิตในระบบการเกษตรมีอันต้องเปลี่ยนแปลงไป จากแต่เดิมที่เป็นระบบการผลิตหลายอย่างเพื่อความพอเพียงในความเป็นอยู่ขั้นพื้นฐาน เป็นการผลิตที่มุ่งให้ได้ผลผลิตเพื่อป้อนตลาด มีการปรับเปลี่ยนจากระบบการเกษตรผสมผสานตามแนวทางของการอาศัยความสมดุลตามธรรมชาติ มาเป็นระบบการผลิตเพียงอย่างเดียวในพื้นที่ และผลิตติดต่อกันอย่างกว้างขวาง เป็นสาเหตุสำคัญที่นำมาซึ่งการบุกเบิกพื้นที่ป่าไม้เพื่อนำมาใช้ในการเกษตรมากขึ้น

ระบบนิเวศป่าไม้ ใช้กับ เกษตรอินทรีย์

เหล่านี้นำมาซึ่งผลกระทบ ทำให้ความสมดุลตามธรรมชาติถูกทำลายอย่างต่อเนื่อง เป็นสาเหตุที่นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงการเกษตรที่ใช้หลักการของระบบนิเวศธรรมชาติไปสู่ระบบการเกษตรที่ต้องนำปัจจัยการผลิตจากภายนอก เช่น ปุ๋ยเคมี สารเคมีกำจัดศัตรูพืช และฮอร์โมนพืชและสัตว์เข้ามาในการเพิ่มผลผลิตอย่างในปัจจุบัน

แก่นแท้ของเกษตรอินทรีย์

เกษตรอินทรีย์ คือ ระบบการเกษตร (Farming System) ที่ใช้หลักการความสมดุลทางนิเวศวิทยาของธรรมชาติมาประยุกต์ใช้เพื่อจัดการผลิตการเกษตร โดยผสมผสานกิจกรรมความหลากหลายทางชีวภาพของ พืช ปศุสัตว์ ประมง ป่าไม้ ฯลฯ ให้เกิดการเกื้อกูลและหมุนเวียนใช้ทรัพยากรในระบบนิเวศของไร่นาให้เกิดประโยชน์สูงสุด หลีกเลี่ยงการใช้ปัจจัยการผลิตที่ต้องนำเข้าจากภายนอกฟาร์ม ปฏิเสธการใช้ปัจจัยที่เป็นสารเคมีสังเคราะห์ เช่น ปุ๋ยเคมี สารกำจัดศัตรูพืช ฮอร์โมน สารปฏิชีวนะ ฯลฯ ที่สะอาดและปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้บริโภค อนุรักษ์และปรับปรุงสภาพแวดล้อมการเกษตรไปพร้อมๆ กับการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนการเกษตรอินทรีย์ (Organic agriculture) ในบางโอกาสเรียกว่า การทำฟาร์มโดยชีวภาพ (biological farming) หรือการทำฟาร์มด้วยหลักการทางนิเวศวิทยา (ecological farming) โดยมีเป้าหมายเพื่อที่จะสร้างสรรค์ให้เกิดความยั่งยืน ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม การเกษตรอินทรีย์จึงจัดอยู่ภายใต้การเกษตรที่ยั่งยืน (Sustainable Agriculture) ระบบหนึ่ง

เกษตรอินทรีย์ อีกความหมายหนึ่ง หมายถึง ระบบการเกษตรที่ไม่ใช้ปุ๋ยเคมีในการปรับปรุงบำรุงดิน ไม่ใช้สารเคมีในการป้องกันและกำจัดศัตรูพืชไม่ใช้สารเคมีในการกำจัดวัชพืช ตลอดจนไม่ใช้ฮอร์โมนกระตุ้นการเจริญเติบโตของพืชและ สัตว์ นอกเหนือไปจากการไม่ใช้สารเคมี ปุ๋ยเคมีและสารสังเคราะห์ทั้งมวลแล้ว การจะเป็นเกษตรอินทรีย์สมบูรณ์แบบนั้น ในดิน ในน้ำและในอากาศก็ต้องไม่มีสารเหล่านี้ตกค้างอยู่ด้วย

คุณเข้าใจแก่นแท้ของเกษตรอินทรีย์มากน้อยแค่ไหนกัน

เกษตรมือใหม่

เกษตรมือใหม่

เริ่มต้นจากการที่อยากปลูกผักกินเอง ปลูกมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นไอเดียที่หลากหลายและอยากนำมาแชร์กันให้รู้ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผักนะเออ