รอบรู้เรื่อง เพลี้ยแป้ง มันสำปะหลัง

เพลี้ยแป้ง มันสำปะหลัง ศัตรูพืชของชาวสวน มันสำปะหลัง

เพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง เป็นปัญหาหนักอกของชาวสวนมันก็ว่าได้เพราะการระบาดของเพลี้ยแป้งนั้นรุนแรงมากในหลายพื้นนี้ ถึงจะบอกว่าการระบาดของเพลี้ยแป้งเองจะขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ ระยะห่างจากพื้นที่ระบาด สภาพภูมิอากาศ ลักษณะของดินที่ปลูก หรืออายุของต้นมันสำปะหลังขณะถูกทำลาย แต่ก็ก่อให้เกิดความเสียหายต่อพืชและเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังอย่างทั่วถึงกัน

เพลี้ยแป้ง มันสำปะหลัง ศัตรูพืชของชาวสวน มันสำปะหลัง

เพลี้ยแป้ง เป็นแมลงปากดูด ลำตัวมีขนาดเล็ก อ่อนนุ่ม มีไขแป้งปกคลุมลำตัว มีเส้นแป้งอยู่รอบลำตัว ที่พบระบาดในมันสำปะหลัง ปัจจุบันพบแล้วอย่างน้อย 4 ชนิด คือ

  • เพลี้ยแป้งลาย พบระบาดทั่วไปแต่ยังไม่เคยสร้างปัญหารุนแรงต่อผลผลิตมันสำปะหลัง ลักษณะที่สำคัญที่มองเห็นได้ชัดเจนคือ ตัวเต็มวัยเพศเมียค่อนข้างยาวรี มีเส้นแป้งยาว 1 คู่ทางส่วนท้าย หากแป้งด้านหลังหลุดออกจะมองเห็นจุดสีเข้ม 2 แถบ ทางด้านหลัง
  • เพลี้ยแป้งสีเทา หรือเพลี้ยแป้งแจ็คเบียดส์เล่ย์ คล้ายกับชนิดแรกต่างกันที่ด้านข้างมีเส้นแป้งจำนวนมาก รอบลำตัว
  • เพลี้ยแป้งมันสำปะหลังสีเขียว ตัวเต็มวัยเพศเมียคล้ายรูปไข่มีสีเขียวอ่อนแตกต่างจาก 2 ชนิดแรก คือ มีเส้นแป้งด้านข้างสั้นและด้านหลังมีแป้งปกคลุมน้อย
  • เพลี้ยแป้งมันสำปะหลังสีชมพู ตัวเต็มวันเพศเมียคล้ายรูปไข่มีสีชมพูรูปร่างคล้ายชนิดที่ 3 แต่แตกต่างกันที่มีสีชมพู และแตกต่างจาก 2 ชนิดแรก คือ มีเส้นแป้งด้านข้างสั้นและด้านหลังมีแป้งปกคลุมน้อย

ตัวอย่าง การระบาดของ เพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง สีชมพู

กรณีตัวอย่าง ที่มา http://agrotrans.blogspot.com/2010/10/blog-post.html
การระบาดของเพลี้ยแป้งในมันสำปะหลังมีมานานแล้ว แต่ไม่เคยทำความเสียหายรุนแรง สำหรับเพลี้ยแป้งที่ทำความเสียหายให้กับมันสำปะหลังอย่างรุนแรงคือ เพลี้ยแป้งมันสำปะหลังสีชมพู ที่ระยอง จากการสำรวจของนักเกษตรเมื่อเดือนก่อนพบเพลี้ยแป้งสีชมพูขนาดที่ทำให้ยอดหงิก จากแปลงไร่มันสามารถรวบรวมพันธุ์ได้ โดยเฉลี่ยอายุต้นมันประมาณ 2 เดือน และมีวัชพืชมาก ต้นมันมีการเจริญเติบโตดี พบอาการแตกเป็นพุ่มแจ้บ้างเป็นบางต้น จากการสุ่มตัวอย่าง 50 ต้น พบอาการยอดหงิก 1 ต้น ในพันธุ์ระยอง 60 ซึ่งในยอดหงิกพบว่ามีเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังสีชมพู พบทั้งในระยะถุงไข่ ตัวอ่อน และตัวเต็มวัย ส่วนเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังอื่น ๆ ไม่พบว่ามีการระบาด โดยเฉพาะเพลี้ยแป้งสีเขียวซึ่งมีปริมาณลดลงอย่างมากจากครั้งที่สำรวจเมื่อวันที่ 29 กันยายน เมื่อปีที่แล้ว และพบแมลงศัตรูอื่น ๆ ของมันสำปะหลัง เช่น แมลงหวี่ขาวแต่พบในปริมาณน้อย นอกจากนี้ยังพบแตนเบียนเพลี้ยแป้งสีชมพูตัวเมีย 1 ตัว ซึ่งนักเกษตรเองได้ใช้แปลงทดสอบของ อ.สุเทพ โดยต้นที่แสดงอาการยอดหงิกนั้นจะพบเพลี้ยแป้งสีชมพูเข้าทำลายทุกยอด จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ที่ศูนย์วิจัยพืชไร่ระยอง ทราบว่าไม่มีการปล่อยแตนเบียนเพลี้ยแป้งสีชมพูแล้ว ส่วนที่พบแตนเบียนเป็นแตนเบียนที่ปล่อยในครั้งก่อนๆ ซึ่งจะพบในแปลงเฉลี่ยประมาณ 1 – 7 ตัว มีข้อสังเกตุเกี่ยวกับแปลงที่พบเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังสีชมพูแปลงนี้ และการไม่พบในแปลงอื่นๆ ประกอบกับการตรวจสอบกับปริมาณน้ำฝนจากสมมติฐานเดิมว่า น่าจะต้องมีประเด็นอื่นเพิ่มเติมที่แป้งมันสำปะหลังสีชมพูยังไม่หมดไป เช่น การดื้อยา กลไกลภายในของพืชเอง

อ.สุเทพ บอกว่าแปลงใกล้ๆ บริเวณนั้นมีการใช้สารเคมีกันมาก และน่าจะเป็นสาเหตุสำคัญทำให้พบเพลี้ยแป้งจำนวนมาก ช่วงนี้เริ่มพบเห็นแล้วในหลายพื้นที่

การระบาด ของ เพลี้ย แป้ง มันสำปะหลัง สีชมพู และวงจรชีวิต

เพลี้ยแป้งมันสำปะหลังสีชมพู ขยายพันธุ์ได้โดยไม่อาศัยเพศ คือ เพศเมียไม่ต้องได้รับการผสมพันธุ์จากเพศผู้ สำหรับเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังสีชมพูวางไข่ลักษณะเป็นฟองเล็ก ๆ ในถุง ไข่มีสีเหลืองอ่อน ลักษณะยาวรี มีใย คล้ายสำลีหุ้มไว้ เมื่อใกล้ฟักไข่จะมีสีเข้มขึ้น ระยะไข่ประมาณ 8 วัน ตัวอ่อนลอกคราบ 3 ครั้ง ตัวอ่อนวันแรก มีลำตัวยาวรีสีเหลืองอ่อน เป็นวัยที่เคลื่อนที่ได้ และมองเห็นขา 6 ขา ได้ชัดเจน อายุประมาณ 4 วัน จะลอกคราบเป็นวัยที่ 2 หลังจากลอกคราบจะไม่เห็นส่วนของขาและเริ่มสร้างแป้งสีขาวปกคลุมลำตัว ระยะตัวอ่อนวัยที่ 2 ประมาณ 4 วัน และระยะที่ 3 ประมาณ 5 วัน จะเป็นตัวเต็มวัย ระยะเวลาตั้งแต่ระยะไข่จนเป็นตัวเต็มวัยใช้เวลาประมาณ 21 วันเท่านั้น และวางไข่ได้มากถึง 500 ฟอง

การป้องกันและกำจัดเพลี้ยแป้งให้ได้ผล ด้วยวิธีการผสมผสาน

  • ไถและพรวนดินหลายๆ ครั้งและตากดินอย่างน้อย 2 สัปดาห์เพื่อลดปริมาณเพลี้ยแป้ง
  • ปลูกต้นฤดูฝนเพื่อให้มันสำปะหลังแข็งแรง ทนทานต่อการทำลายของเพลี้ยแป้ง
  • คัดเลือกท่อนพันธุ์ที่สะอาดปราศจากเพลี้ยแป้ง และควรใช้พันธุ์ที่ทางราชการแนะนำ
  • แหล่งที่ยังไม่พบการระบาด ควรมีการแช่ท่อนพันธุ์ในน้ำอย่างน้อย 1 ชั่วโมงเพื่อกำจัดเพลี้ยแป้งที่อาจติดมากับท่อนพันธุ์
  • ถอนต้นหรือตัดส่วนของต้นมันสำปะหลังที่มีเพลี้ยแป้งจำนวนมากออกจากแปลง แล้วเผา หรือทำลาย
  • การใช้ชีววิธี เพลี้ยแป้งมีศัตรูธรรมชาติทั้งแมลงเบียนและแมลงห้ำคอยควบคุมปริมาณเพลี้ยแป้งให้อยู่ในระดับสมดุลอยู่แล้วในสภาพปกติ ได้แก่ ด้วงเต่า และแมลงช้างปีกใส
  • การใช้สารฆ่าแมลง ควรใช้เมื่อมีการระบาดของเพลี้ยแป้งรุนแรงเท่านั้น และไม่จำเป็นต้องพ่นทั้งแปลง ควรพ่นเฉพาะบริเวณที่พบเพลี้ยแป้ง ระยะพ่นที่เหมาะสม คือ ช่วงที่เพลี้ยแป้งอยู่ในวัยที่ 1-2
  • ยาฆ่าแมลงที่มีประสิทธิภาพที่แนะนำให้ใช้ ได้แก่
    1. ไทอะมีโทแซม 25% WG อัตรา 4 กรัม/น้ำ 20 ลิตร
    2. ไดโนทีฟูเรน 10% WP อัตรา 20 กรัม/น้ำ 20 ลิตร
    3. โปรไทโอฟอส 50% EC อัตรา 50 มล./น้ำ 20 ลิตร
    4. พิริมิฟอสเมทิล 50% EC อัตรา 50 มล./น้ำ 20 ลิตร
    5. ไทอะมีโทแซม/แลมบ์ดาไซฮาโลทริน 24.7% ZC อัตรา 10 มล./น้ำ 20 ลิตร

เพื่อหลีกเลี่ยงโอกาสเกิดการระบาดของเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง โดยอาศัยปริมาณฝนที่มากพอและมีฝนตกติดต่อกัน จะช่วยลดความเสียหายของเพลี้ยแป้งได้ รวมทั้งการปรับปรุงบำรุงดินเพื่อให้ต้นมันสำปะหลังอุดมสมบูรณ์ ต้นมันสำปะหลังที่แข็งแรงสมบรูณ์เพลี้ยแป้งจะไม่ค่อยเข้าทำลายดังนั้น มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานราชการ ธุรกิจเอกชน สมาคมที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเกษตรกรจะต้องร่วมมือกันหาทางในการแก้ไขปัญหาที่จะเกิดขึ้นเพื่อลดความเสียหายและลดผลกระทบดังกล่าว

ที่มา กรมวิชาการเกษตร

เกษตรมือใหม่

เกษตรมือใหม่

เริ่มต้นจากการที่อยากปลูกผักกินเอง ปลูกมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นไอเดียที่หลากหลายและอยากนำมาแชร์กันให้รู้ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผักนะเออ