เกษตร กับการท่องเที่ยว

เกษตร กับการท่องเที่ยว

เดี๋ยวนี้หากหาวันหยุดติดๆ กันได้และมีโอกาสได้ไปเที่ยวไหนไกลๆ ในต่างจังหวัด มักจะมีสิ่งหนึ่งที่ปัจจุบันแทบจะเรียกได้ว่า เป็นแพคคู่กันไปแล้วกับการไปท่องเที่ยวในที่ต่างๆ ที่ร่วมด้วยการเยี่ยมชมสถานที่พัฒนาเกษตร หรือแปลงเกษตรของชาวสวนดังๆ หลายราย จนกระทั่งถึงระดับที่ว่า ทำเกษตรควบคู่ไปกับการท่องเที่ยว เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ไปเรียบร้อยแล้ว

ไม่ใช่เรื่องใหม่และแปลกอะไร เพราะ การท่องเที่ยวเชิงเกษตร ดูเหมือนจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ นั้นเป็นอะไรที่เรารู้จักกันดีมาอย่างน้อยก็หลายปีก่อนแล้ว แม้จะไม่บูมมากนักเหมือนในระยะหลังๆ มานี่ แต่การท่องเที่ยวเองก็ได้รณรงค์การเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวโดยหันไปหาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ จนแม้จะพลิกแผ่นดินหลายรอบแล้วก็ยังไม่ดีขึ้น เลยปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ที่แตกต่างมานำเสนอ นั่นเป็นอีกสาเหตุให้ ภาคการเกษตร ถูกมองให้เป็นเรื่องการท่องเที่ยวไปโดยปริยาย ซึ่งก็ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้คิดค้นการท่องเที่ยวในรูปแบบนี้เป็นคนแรก สำหรับในประเทศไทยนะ

และเพื่อตอกย้ำให้หนักแน่น ตัวโฆษณารถยนต์ยี่ห้อหนึ่งที่มีเจ้าของฟาร์มโคนมใหญ่ระดับประเทศ เอ่ยว่าได้เปลี่ยนธุรกิจดั้งเดิมมาเป็นแหล่งท่องเที่ยว นั่นก็หมายถึงการผสมผสานการท่องเที่ยวเข้ากับการเกษตรอย่างถ่องแท้แน่นอน ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะมันเป็นไปแล้วและเป็นไปได้ดีเสียด้วย ทำให้ฟาร์มเกษตรต่างๆ เริ่มหันเหกลยุทธ์ เจริญรอยตาม และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อความอยู่รอดมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากหลายๆ ทริปท่องเที่ยวที่มีให้เลือกตามแพคเกจในโบรชัวส์ทั่วไป

เกษตร กับการท่องเที่ยวท่องเที่ยวเชิงเกษตร ให้อะไรกับนักท่องเที่ยว

แทบจะเรียกว่าเป็นความเหมือนที่แตกต่าง กับการเกษตรในรูปแบบท่องเที่ยว หากวัดกันที่เข้าใจ เรามักจะเหมารวมเอาไว้ว่า หากไปเที่ยวที่หนึ่งที่ใดโดยพื้นที่นั้นมีพื้นที่เกษตรไว้ให้ลูกค้าไปลิ้มลองชิมรสชาดผักในแปลงแบบสดๆ เก็บองุ่นสดจากไร่ได้นิดหน่อย อาจมีให้ฟังการบรรยายและความรู้จากผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ และมีการสาธิตการทำเกษตรหลายอย่างบ้าง พร้อมกับทริปจบด้วยการช๊อปสินค้าเกษตรที่วางขายในร้านขายของฝากหรือของที่ระลัก นั่่นเป็นการท่องเที่ยวเชิงเกษตร

แต่จริงๆ แล้วท่องเที่ยวเชิงเกษตร อาจมีอะไรลึกซึ้งไปกว่านั้น แม้ความหมายที่แท้จริงจะเป็นการท่องเที่ยวที่มุ่งเน้นทางด้านวิชาการ ในการเรียนรู้วิถีเกษตรกรรมของชาวชนบท โดยเน้นการมีส่วนร่วมของนักท่องเที่ยวในการดำเนินกิจกรรมให้เกิดการเรียนรู้ด้านการเกษตรและวิถีการดำรงชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี และเป็นการนำเอาทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดการเรียนรู้มาทำให้เกิดประโยชน์ก่อให้เกิดรายได้ต่อชุมชนและตัวเกษตรกรเอง การท่องเที่ยวเชิงเกษตร อาจสามารถที่จะปลูกฝังการอนุรักษ์ ควบคู่ไปกับการท่องเที่ยวเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนและผลกระทบต่อสภาพสิ่งแวดล้อม แต่นั่นเป็นเพียงแค่การท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวไม่ได้มีเป้าหมายอยากทำเกษตร แต่อยากท่องเที่ยวมากกว่า ความรู้ที่ได้อาจคืนสู่สวนทันทีที่เดินออกมาขึ้นรถกลับบ้าน

แม้ว่าส่วนใหญ่ การท่องเที่ยวเชิงเกษตร จะเป็นการเดินทางท่องเที่ยวไปยังพื้นที่เกษตรกรรม สวนเกษตร วนเกษตร สวนสมุนไพร ฟาร์มปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยง เพื่อชื่นชมความสวยงาม ความสำเร็จ และเพลิดเพลินในสวนเกษตร ได้ความรู้ ได้ประสบการณ์ใหม่ บนพื้นฐานความรับผิดชอบ มีจิตสำนึกต่อการรักษาสภาพแวดล้อมของสถานที่แห่งนั้น

แต่ การเกษตรแบบท่องเที่ยว ที่สามารถหยั่งลึกไปกว่านั้น ที่ไม่ได้เจาะจงว่าผู้เข้ามาเที่ยวจะมีความรู้หรือไม่อย่างไร แต่จุดประสงค์คือ อยากทำการเกษตร แม้จะไม่ได้มุ่งเน้นรูปแบบทางวิชาการมากเกินไป แต่หากปรับกลยุทธ์เสียใหม่เพื่อมุ่งหวังให้ภาคการเกษตร ใครๆ ก็สามารถทำได้ ไม่เห็นมี นอกจากผู้อยากรู้ ต้องไปขวนขวายหาแปลงเกษตรจากปราชญ์ ไปขอเรียนรู้ตามศูนย์เกษตรต่างๆ ซึ่งนั่นเราพูดกันในเรื่องภาคการเกษตร

แต่ที่อยากจะบอกคือ หากการปลูกฝังให้นักท่องเที่ยวได้รับรู้และรับทราบ ถึงเบื้องลึกของเกษตรอย่างจริงจัง อาจเป็นสวนเกษตรที่มีสินค้าเกษตรที่ให้ผลผลิตจริงเพื่อจำหน่ายจริง และผู้เข้าชมสามารถที่จะเริ่มต้นปลูกผักกินเอง ด้วยกระบวนการสอนจากเจ้าของสวนที่เริ่มตั้งแต่การเพาะเมล็ด ขุดร่อง พรวนดิน นำเมล็ดผักปลูกลงดินไปจนกระทั่งผักโตเป็นขั้นเป็นตอน สามารถเด็ดผักจากสวนมารับประทานหรือจ่ายเงินเพื่อจะห่อใส่ถุงกลับบ้าน หรือได้ไปทดลองทำโน่นนี่นั่นเกี่ยวกับการเกษตรอย่างจริงจัง เพื่อได้เรียนรู้ถึงกรรมวิธีการผลิต การเพาะปลูก ตั้งแต่ขั้นแรกจนกระทั่งได้ผลผลิตออกมาเข้าปาก

นี่ต่างหากจะถือเป็นการท่องเที่ยวเชิงเกษตร

เกษตร กับการท่องเที่ยว

เพราะหลายครั้งหลายหน ที่หลายคนได้ไปท่องเที่ยวเชิงเกษตรในปัจจุบัน ได้ความรู้เต็มหัวแต่ไม่ได้กลับมาปฏิบัติจริง เพราะเป้าหมายส่วนใหญ่ของการท่องเที่ยวแบบนี้ ผู้ใช้บริการมักแค่อยากไปเที่ยว ไม่ได้อยากไปทำกิจกรรมหรืออยากทำเกษตรจริงจัง จึงได้แต่ความรู้ที่รอวันทิ้งขว้าง รวมไปถึงการเรียนรู้จากศูนย์พัฒนาเกษตร ก็เน้นแต่ผู้ที่ต้องการทำเกษตรอย่างจริงจัง หรือผู้ผิดหวังกับการเกษตรที่ต้องการหาทางออก

แต่กลุ่มคนที่อยู่ตรงกลาง ไม่ได้รับการตอบสนองและปลูกฝังให้มากพอ การเกษตรไทยจึงไปได้ไม่ถึงไหนซักที

เกษตรมือใหม่

เกษตรมือใหม่

เริ่มต้นจากการที่อยากปลูกผักกินเอง ปลูกมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นไอเดียที่หลากหลายและอยากนำมาแชร์กันให้รู้ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผักนะเออ