ทำเกษตรอินทรีย์ แบบ ข้าวคุณธรรม

ทำเกษตรอินทรีย์ แบบ ข้าวคุณธรรม

จากที่เมื่อวานป่วย เลยได้มีโอกาสชมช่องเกษตรแบบเต็มตาทางฟรีทีวีเมืองไทย มีการนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับทางรอดเกษตรอินทรีย์และชาวนาในเมืองไทย จับใจความสำคัญและรายละเอียดได้น้อยมากเพราะพิษไข้ แต่ยังติดหนึ่งในคำๆ นึงได้ว่า “ข้าวคุณธรรม” ซึ่งนำเสนอไว้ดีมากเกี่ยวกับเกษตรกรผู้ทำนาข้าวอินทรีย์ และจัดตั้งเป็นกลุ่มขึ้น โดยที่ผู้ผลิตข้าวอินทรีย์นั้น ต้องมีการรักษาศีล มีคุณธรรมนำก่อนจะส่งไปยังสินค้าที่ผลิต จึงอยากจะเขียนถึง ซึ่งหวังว่าคงจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนสมาชิกด้วยกัน

ข้าวคุณธรรม หรือในภาษาอังกฤษจำกัดความไว้ว่า Moral Rice

เกิดจากชุดโครงการวิจัยการพัฒนาขบวนการสหกรณ์ในพื้นที่ 36 จังหวัด ที่สถาบันวิชาการด้านสหกรณ์ ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยเฉพาะที่จังหวัดยโสธรนั้น ทางนักวิชาการได้ดำเนินการร่วมกับกลุ่มชาวนาภายใต้เครือข่ายของมูลนิธิธรรมร่วมใจ วัดป่าสวนธรรม อำเภอนาโส่ จังหวัดยโสธร จำนวน 108 คน ในช่วงฤดูการเพาะปลูกปี 2549/2550 ในพื้นที่ปลูกข้าว 1,130 ไร่ มีผลผลิตข้าวเปลือกออกจำหน่ายทั้งสิ้น 163 ตัน จากการดำเนินการโครงการวิจัยเป็นไปในลักษณะการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมโดยมีจุดมุ่งหมายที่จะใช้ชุดความรู้ “การเชื่อมโยงเครือข่ายคุณค่า” ต่อยอดเศรษฐกิจพอเพียงในการแก้ปัญหาการขายข้าวของชาวนากลุ่มดังกล่าว โดยมุ่งไปที่การเชื่อมโยงภาคี/พันธมิตรภายใต้ห่วงโซ่อุปทานอย่างเป็นกระบวนการ โดยใช้เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างนักวิจัยและกลุ่มชาวนาที่เข้าร่วมโครงการภายใต้แกนนำของ พ่อวิจิตร บุญสูง และนายนิคม เพชรผา

ทำเกษตรอินทรีย์ แบบ ข้าวคุณธรรม

กลุ่มชาวนารวมตัวก่อตั้งเครือข่ายข้าวคุณธรรม ขึ้น ด้วยแนวคิดนี้เอง กลุ่มชาวนาซึ่งเรียกตัวเอง ว่า “เครือข่ายคุณค่าข้าวคุณธรรม” โดยการนำของ คุณพ่อวิจิตร บุญสูง ปราชญ์ชาวบ้านระดับชาติ ภายใต้เครือข่ายของมูลนิธิธรรมร่วมใจ วัดป่าสวนธรรม อ. นาโส่ จ.ยโสธร จึงเกิดขึ้นมา อย่างมั่นคงในช่วงปีที่ผ่านมา โดยได้รับความร่วมมือจาก รศ.จุฑาทิพย์ ภัทราวาท ผู้อำนวยการสถาบันวิชาการด้านสหกรณ์ ที่ได้รับการสนับสนุนอย่างดีจาก รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นฝ่ายสนับสนุนในการร่วมพัฒนาแนวคิดของชาวนากลุ่มนี้ เพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้กับข้าวที่ผลิตได้ ด้วยการชูสโลแกนเรื่องคุณธรรมของชาวนาผู้ผลิตข้าว เข้ามาเป็นองค์ประกอบหลักในการพัฒนาคนและผลผลิตควบคู่กันไปในการสร้างแบรนด์ “ข้าวคุณธรรม”

ทำเกษตรอินทรีย์ แบบ ข้าวคุณธรรม

การขับเคลื่อนการวิจัยภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วมของชาวนา ในเวลา 1 ปี สามารถสร้างระบบการผลิตและการค้าที่สามารถแก้ไขปัญหาการจำหน่ายข้าวราคาตกต่ำได้ โดยใช้ “ตราสินค้าข้าวคุณธรรม” ซึ่งชาวนาผู้ปลูกข้าวทุกคนกำหนดเงื่อนไขที่จะถือศีลและลดอบายมุข 3 ประการ คือไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่และไม่เล่นการพนัน ซึ่งผู้ผลิตต้องมีคุณธรรมนำก่อนเป็นอันดับแรก ต่อมาจึงพัฒนาสู่สินค้า เป็นกลไกในการสร้างความแตกต่างในตัวสินค้า

กลไกในการสร้างความแตกต่างในตัวสินค้า และสร้างแรงจูงใจแก่ภาคีพันธมิตรที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในระบบการผลิตและการจำหน่ายข้าวคุณธรรม โดยปัจจุบันมูลนิธิธรรมร่วมใจได้ดำเนินการจดทะเบียน เครื่องหมายการค้าข้าวคุณธรรมที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดยโสธรอาจกล่าวได้ว่า ผลงานวิจัย “ข้าวคุณธรรม” เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับ การแก้ไขปัญหาราคาสินค้าตกต่ำโดยไม่ต้องให้รัฐเข้าไปแทรกแซง นอกจากนั้นยังก่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ในหมู่ชาวนาที่เข้าร่วมโครงการให้มีความรู้เท่าทันและร่วมกันสร้างระบบการผลิตและการค้าข้าวที่จะนำไปสู่ระบบการค้าที่เป็นธรรม fairtrade ในอนาคต นอกจากนั้นยังเป็นการนำเอาแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงแบบก้าวหน้ามาปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมอีกด้วย

ทำเกษตรอินทรีย์ แบบ ข้าวคุณธรรม

ข้าวคุณธรรม ข้าวอินทรีย์ ดีอย่างไร

ถ้าคนปลูกข้าวมีคุณธรรม ซื่อสัตย์ในอาชีพ ไม่ใช้สารเคมีเพื่อเป้าหมายให้ผู้บริโภคได้บริโภคข้าวที่ดีมีคุณภาพจริงๆ ก็จะเกิดความรับผิดชอบต่อลูกค้า ต่อสิ่งแวดล้อมและโลก รวมถึงการสร้างสังคมที่ดีด้วย หากถามว่าข้าวคุณธรรม ดีอย่างไร ก็อาจรับรู้ได้ว่า ดีเพราะสามารถมั่นใจว่าจะได้รับผลผลิตที่มีคุณภาพไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและยังส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนของศีลธรรมในใจคนและช่วยธรรมชาติลดโลกร้อนได้อีกทางหนึ่ง

เศรษฐกิจพอเพียงกับการสนับสนุนข้าวคุณธรรม จะได้สามารถช่วยให้ชาวนาไทยอยู่รอดได้ด้วย เพราะกลไกตลาดในปัจจุบัน อาจมีผลกระทบต่อระบบราคาข้าวทำให้ชาวนาเกษตรกรทั่วไปยังไม่สามารถปลดหนี้ได้ ข้าวคุณธรรมของเกษตรกร จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง เพราะชาวนาสามารถกำหนดราคาขายได้เอง ด้วยผลผลิตที่ดี มีคุณภาพและมีความต้องการของตลาดเพิ่มมากขึ้น

ลูกค้าส่วนใหญ่ที่ซื้อข้าวคุณธรรมนั้น จะได้รับรู้ถึงคุณค่าของข้าวมาก่อนแล้วถึงเลือกซื้อ และเรียกได้ว่าอาจจะเป็นลูกค้าถาวร นั่นหมายความว่า หากชาวนาผู้ปลูกข้าวยังคงมาตราฐานของตนไว้ได้อย่างเหนียวแน่นและต่อเนื่อง ลูกค้าก็คงไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงไปหาเจ้าอื่น อีกทั้งกลุ่มข้าวคุณธรรมเองก็มีการตรวจสอบและดูแลผู้ปลูกข้าวอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน หากเกษตรกรคนใดผิดเงื่อนไขก็จะถูกปลดออกจากกลุ่มและไม่สามารถนำข้าวหรือผลผลิตอื่นๆ มาจำหน่ายในนาม ข้าวคุณธรรม ได้อีกเลย ข้อนี้เป็นจุดแข็งของกลุ่มข้าวคุณธรรม และผู้บริโภคจะมั่นใจได้ว่าได้รับข้าวคุณภาพแน่นอน

ที่มา www.cai.ku.ac.th / www.manager.co.th

เกษตรมือใหม่

เกษตรมือใหม่

เริ่มต้นจากการที่อยากปลูกผักกินเอง ปลูกมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นไอเดียที่หลากหลายและอยากนำมาแชร์กันให้รู้ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผักนะเออ