ส่งออกข้าวโอดครวญ ชาวนาจำนำข้าวได้แค่ 40%

ข้าวอินทรีย์ ข้าวดี ของคนไทย organic-rice-kasetorganic

รัฐบาลนี้มีนโยบายรับจำนำข้าว ชาวนารับประโยชน์แค่เพียง 40% ชี้ปัจจุบันข้าวราคา 6,000-7,000 บาทต่อตันเข้าโครงการฟันกำไรอื้อ ทางด้านผู้ส่งออกข้าว โอดครวญ ตลาดป่วนราคาพุ่งจากนโยบายหาเสียง ผวารัฐยึดกลไกค้าข้าวเบ็ดเสร็จตลาดพังทั้งระบบ-เปิดทางข้าวเพื่อนบ้านสวมสิทธิจำนำ ขณะที่ เพื่อไทย แจงชาวนาได้ประโยชน์แน่นอน ปิดช่องโรงสีสวมสิทธิ ลั่นรัฐผูกขาดค้าข้าวเบ็ดเสร็จ

ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) และนายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าว เห็นตรงกันว่า นโยบายพรรคการเมือง มีส่วนสำคัญให้ราคาข้าวเพิ่มสูงขึ้นสวนทิศทางตลาดโลก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีการเก็งกำไรเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง ตุนข้าวรอรับนโยบายจำนำ ไว้ล่วงหน้า ขณะเดียวกันหากรัฐบาลใหม่ประกาศนโยบายรับซื้อข้าว ตันละ 1.5 หมื่นบาท อาจจะเกิดแรงจูงใจให้มีการลักลอบข้าวเข้ามาจากเพื่อนบ้าน

ประธานทีดีอาร์ไอ เห็นว่า นโยบายหาเสียงของพรรคการเมือง ที่ประกาศว่าจะนำโครงการรับจำนำข้าวที่ 1.5 หมื่นบาทต่อตันมาใช้ เป็นปัจจัยสำคัญที่ดันให้ราคาข้าวเพิ่มขึ้นในช่วงนี้ และหากเชื่อว่าหากพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง จะต้องทำตามสัญญาที่หาเสียงไว้แน่นอน เพราะในปัจจุบัน ราคาสินค้าเกษตรมีแนวโน้มอ่อนตัวลงแล้วรวมถึงข้าว เพราะไม่ปรากฏว่าจีน อินเดีย และเวียดนาม ซึ่งเป็นผู้ผลิตและบริโภคข้าวรายใหญ่ของโลก มีภัยธรรมชาติที่รุนแรงและผลผลิตเสียหายจำนวนมากแต่อย่างใด ดังนั้น ปัจจัยที่ดันราคาข้าวให้เพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมาจึงเป็นผลจากนโยบายหาเสียงของพรรคการเมือง

เขาเห็นว่าผลการศึกษายืนยันแล้วว่านโยบายจำนำไม่ได้ช่วยเหลือเกษตรกร เพราะชาวนาจะได้ประโยชน์เพียง 40% จากเงินที่รัฐบาลใช้ในโครงการ ส่วนเงินที่เหลืออีก 60% ตกอยู่กับโรงสีและผู้ส่งออกที่จะได้ประโยชน์จากโครงการนี้ ก็ต้องถามว่าการทำโครงการนี้เพราะอยากช่วยชาวนาหรือโรงสี และหากนำโครงการรับจำนำมาใช้ การที่โรงสีจะนำข้าวที่มีอยู่ในมือมาเข้าโครงการรับจำนำก็สามารถทำได้ และทำได้ง่ายด้วย

เนื่องจากโรงสีสามารถหาซื้อหลักฐานต่างๆ ที่จะใช้ในโครงรับจำนำได้ไม่ยาก เช่น บัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน หลักฐานแสดงพื้นที่เพาะปลูก และหลักฐานอื่นๆ หากพรรคการเมืองใด จะนำโครงการรับจำนำมาใช้ ก็ต้องไม่ให้นำข้าว จากคนที่ไม่ใช่เกษตรกร มาเข้าจำนำในโครงการ โดยเฉพาะข้าวที่อยู่ในมือของโรงสี ซึ่งโรงสีซื้อข้าวมาที่ราคา 6-7 พันบาทต่อตัน หากเข้าโครงการจำนำที่ราคา 1.5 หมื่นบาทต่อตันได้ ก็จะได้กำไรเท่าตัว

“ผมอยากให้พรรคการเมือง ที่นำโครงการรับจำนำมาหาเสียงบอกไปเลยว่า ใครกันแน่ที่ได้ประโยชน์จากโครงการนี้ แต่ถ้าบอกว่าเป็นชาวนาก็ไม่ใช่ ให้บอกไปเลยว่าเขาต้องการช่วยโรงสีกับผู้ส่งออก รวมทั้งโครงการอื่นๆ ด้วยบอกให้ชัดเลยว่า โครงการนั้นๆ ใครได้ประโยชน์กันแน่ ที่สำคัญเวลาจะนำโครงการรับจำนำมาใช้ก็ต้องพิจารณาด้วยว่า ทำอย่างไรไม่ให้ทุจริต เพราะการทุจริตโครงการนี้ทำได้ง่ายมาก และหากป้องกันการทุจริตได้ คนที่ได้ก็ไม่ใช่ชาวนาอยู่ดี แต่เป็นโรงสีกับผู้ส่งออก” นายนิพนธ์กล่าว

มีรายงานข่าวก่อนหน้านี้แล้วว่าราคาข้าวที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งเป็นผลจากโรงสีข้าวเล็งเห็นว่า พรรคเพื่อไทยน่าจะจัดตั้งรัฐบาลและนำโครงการรับจำนำข้าวกลับมาใช้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับผู้ประกอบการโรงสีที่เป็นเครื่องมือหลักของโครงการ ทำให้เริ่มมีการเก็บข้าวไม่ยอมขายให้ผู้ส่งออก มากกว่า 2 ล้านตัน ส่งผลเชิงจิตวิทยาให้ราคาข้าวปรับตัวเพิ่มขึ้น

ส่งออกข้าวโอดครวญ ชาวนาจำนำข้าวได้แค่ 40%

คลัสเตอร์ข้าวพิษณุโลกรับตุนข้าวจริง

นายบุญต่อ มัตยะสุวรรณ ประธานกลุ่มคลัสเตอร์ข้าว จ.พิษณุโลก กล่าวว่า กระแสข่าวโรงสีแห่กว้านซื้อข้าวเปลือกกักตุนไว้เพื่อเก็งกำไรมีความเป็นไปได้ เพราะทุกคนมองเห็นทิศทางราคาข้าวที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต

ส่วนนโยบายการรับจำนำข้าวถูกกำหนดราคาไว้สูงกว่า ราคาปกติที่ซื้อขายกันในท้องตลาดโดยมีรัฐบาลเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ ที่ผ่านมาโรงสีหรือผู้ส่งออกไม่สามารถซื้อข้าวแข่งกับรัฐบาลได้ จึงหันมาเป็นคู่ค้ากับรัฐบาล โดยการรับจ้างสีข้าวส่งเข้าสต็อกรัฐแทน

นายบุญต่อ กล่าวอีกว่า จากการวิเคราะห์กระแสการซื้อข้าวกักตุนไว้เก็งกำไรในช่วงนี้ เชื่อว่าอาจมีปัจจัยจากการที่โรงสี เห็นว่าผู้ซื้อรายใหญ่ คือ รัฐบาลจะกลับเข้ามาในตลาดอีกครั้ง จึงเกรงว่าราคาข้าวในตลาดอาจปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต ขณะเดียวกันข้าวในสต็อกของรัฐบาล ถูกทยอยขายออกจนเหลือไม่ถึง 1 ล้านตัน และปัจจุบันเป็นช่วงที่ข้าวเปลือกในตลาดมีปริมาณลดลง เพราะเกษตรกรทยอยขายออกไปแล้วจำนวนมาก อีกทั้งเป็นช่วงต้นฤดูเพาะปลูกต้องใช้เวลาอีกไม่ต่ำกว่า 3-4 เดือน จึงมีข้าวใหม่เข้ามาในตลาด

นายบุญต่อ กล่าวว่า แม้รัฐบาลจะเข้ามาเป็นผู้ซื้อรายใหญ่เพียงรายเดียว ที่ให้ราคาสูงที่สุด มากกว่าราคาซื้อขายในตลาด ก็ไม่สามารถตอบโจทย์การแก้ปัญหาได้ทั้งระบบ เพราะนโยบายการรับจำนำรัฐบาล ต้องใช้เงินงบประมาณจำนวนมากเช่นกัน ขณะที่การประกันรายได้หากไม่มีสต็อกข้าวเก่าตกค้างอยู่ก็มีส่วนช่วยเหลือเกษตรกรให้ขายข้าวได้ราคาดีขึ้น แต่ระยะยาวทั้งสองนโยบายยังไม่สามารถตอบโจทย์การแก้ปัญหาและสร้างความยั่งยืนได้ทั้งระบบเพราะเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุเท่านั้น

เพื่อไทยยันปิดช่องทุจริต

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ ในฐานะคณะทำงานเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย (พท.) มั่นใจว่าโครงการรับจำนำข้าว หากเพื่อไทย เป็นรัฐบาล โรงสีหรือพ่อค้าจะไม่สามารถนำข้าวที่ไปกว้านซื้อมาเก็งกำไรได้ เนื่องจากโครงการนี้จะมีการจ่ายเงินโดยตรงเข้าบัญชีเกษตรกร โรงสีเป็นเพียงผู้เก็บสต็อกข้าวที่เกษตรกรนำมาเข้าโครงการรับจำนำเท่านั้น โรงสีจึงไม่สามารถนำข้าวที่กว้านซื้อมารับส่วนต่างจากรัฐบาลได้

ก่อนปลูกข้าวที่กำหนดให้ชาวนาต้องมาลงทะเบียน และแจ้งข้อมูลพื้นที่ปลูกข้าว จากนั้นก็จะมีการคำนวณปริมาณผลผลิตที่จะออกมา แล้วมาคูณกับราคารับจำนำตันละ 15,000 บาท เมื่อได้ผลลัพธ์ออกมาเท่าไหร่ ก็จะมีการให้สินเชื่อผ่านบัตรเครดิตชาวนาในอัตรา 70% เพื่อนำไปซื้อปัจจัยการผลิต

หลังจากเก็บเกี่ยวชาวนาก็จะนำข้าวที่เก็บเกี่ยวได้ทั้งหมด ไปขายหรือจำนำกับโรงสีที่เข้าร่วมโครงการ โดยจะมีระบบไอทีคอยบันทึกข้อมูล ทั้งวันที่ชาวนาขาย และปริมาณ จากนั้นก็จะมีการโอนเงินเข้าบัญชีให้แก่ชาวนาโดยตรง

ยันรัฐผูกขาดค้าข้าวเบ็ดเสร็จ

โรงสีจะทำหน้าที่เป็นผู้เก็บสต็อกข้าวให้กับรัฐบาลเท่านั้น ส่วนการขายข้าวให้แก่พ่อค้าหรือผู้ส่งออก รัฐบาลจะเป็นผู้พิจารณาว่าจะขายให้ใคร ในราคาที่ไม่ต่ำกว่ารับจำนำ รวมทั้งจะมีการตั้งหน่วยงานที่ทำหน้าที่ขายข้าวเองด้วย ซึ่งบางครั้งอาจจะขายในลักษณะบาร์เตอร์เทรด ด้วยการเอาข้าวที่มีไปแลกกับสินค้าที่จะต้องซื้อมาลงทุนในโครงการขนาดใหญ่

“ต่อไปรัฐบาลจะไม่ปล่อยให้โรงสี ผู้ส่งออก เอาเปรียบชาวนา ด้วยการกดราคาซื้อข้าวในราคาถูกและขายในราคาแพงอีก และจะไม่ให้ผู้ส่งออกขายข้าวอย่างมั่วๆ เพราะเราจะเข้ามาแย่งผู้ส่งออกขายข้าว เพื่อดันให้ราคาข้าวขึ้น หากพรรคเพื่อไทยได้เข้ามาเป็นรัฐบาล จะมีการคุยเรื่องนี้กับประเทศเวียดนาม และอินโดนีเซีย” นายพิชัยกล่าว

ผู้ส่งออกข้าว เชื่อตลาดข้าวพังแน่

นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าว กล่าวว่า ราคาข้าวที่เพิ่มขึ้นตันละ 300 ดอลลาร์ ไม่สามารถตอบโจทย์ตลาดได้ว่าเพิ่มขึ้นเพราะอะไร หากตลาดรู้ว่าเป็นการเพิ่มจากการเมืองภายใน ก็เลือกไทยเป็นประเทศสุดท้ายที่จะซื้อข้าว ดังนั้นจึงต้องถามต่อว่า รัฐมีเครื่องมือดำเนินการเป็นของตัวเองหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องการส่งออก การกำหนดราคาขายเอง หากไม่สะท้อนราคาตลาด เชื่อว่าผู้ส่งออกจะไม่เข้าไปร่วม เพราะหากเทียบจากราคาจำนำข้าวเปลือก ตั้งต้นที่กำหนดไว้ ตันละ 1.5 หมื่นบาท เมื่อคำนวณเป็นราคาส่งออกเอฟโอบี เฉลี่ยตันละ 800 ดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าราคาซื้อขายในปัจจุบันเฉลี่ยตันละ 500 ดอลลาร์

“การกำหนดราคาข้าวสูงช่วยภาคการผลิต แต่ภาคการส่งออกมีต้นทุนสูงขึ้น เมื่อส่งออกไม่ได้ ทำให้ข้าวที่รัฐเก็บไว้ในสต็อกไม่มีทางระบาย เป็นปัญหาย้อนกลับมาว่าราคาข้าวในประเทศจะลดต่ำลงด้วยตัวเอง เราผลิตข้าว 20 ล้านตัน ส่งออก 10 ล้านตัน ครึ่งต่อครึ่งที่ไทยต้องนำข้าวไปขายต่างประเทศถ้าไม่คำนึงถึงกลไกราคา ก็รู้สึกเป็นห่วงจริงๆ ว่าไทยจะเอาข้าวที่มีอยู่ไปเก็บไว้ที่ไหน เดิมทีคาดหวังนักการเมืองรุ่นใหม่จะเข้าในระบบและกำหนดแนวทางการทำงานที่ดี แต่เท่าที่เห็นเป็นความพยายามสร้างทฤษฎีใหม่ ที่ไม่ตอบโจทย์ความเป็นจริงที่เป็นอยู่ของระบบการค้าข้าว” นายชูเกียรติ กล่าว

นอกจากนี้ รู้สึกเป็นห่วงปัญหาที่จะตามมา กรณีการเปิดโครงการจำนำและการกำหนดราคาข้าวสูงว่า จะเป็นเหตุจูงใจให้เกิดการลักลอบนำเข้าข้าวจากเพื่อนบ้านที่มีส่วนต่างราคาเฉลี่ยตันละ 7,000 บาท เมื่อคำนวณกับราคาในประเทศที่ตันละ 1.5 หมื่นบาท ไม่เพียงการเข้ามาเพื่อสวมสิทธิ์ร่วมโครงการรับจำนำแต่ยังจูงใจให้นำเข้ามาค้าในตลาดปกติในประเทศได้อีกด้วย

โรงสีหนุนรัฐยึดกลไกค้าข้าว

นายชาญชัย รักษ์ธนานนท์ นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวว่า การดูแลเสถียรภาพราคาข้าว หากรัฐบาลในอนาคตมีแผนจะเข้าไปดูแลทั้งระบบ ตั้งแต่การเข้าซื้อข้าวด้วยตัวเองและการขายผ่านการกำหนดราคานั้น เป็นวิธีการคล้ายกับที่รัฐบาลเวียดนามทำ ซึ่งสะท้อนว่ารัฐบาลเวียดนามสามารถส่งออกข้าวได้จำนวนมากใกล้เคียงกับไทย แต่สภาพทางการค้าของไทยแล้ว อาจดำเนินการในลักษณะนี้ได้ยากมาก ซึ่งหากทำได้ไทยควรเพิ่มการร่วมมือในระดับภาคเข้าไปด้วย เพื่อให้การดูแลเสถียรภาพราคาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งในภูมิภาคและในระดับโลก ซึ่งเป็นเรื่องที่เคยดำเนินการมาแล้วแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

เขากล่าวว่า ไม่อยากให้สังคมกล่าวหาว่าโรงสีเป็นต้นเหตุของการทุจริต จากนโยบายดูแลราคาข้าวของรัฐบาล ทั้งที่ผ่านมาและที่อาจจะกำลังมีขึ้น เพราะทิศทางราคาข้าวที่ปรับเพิ่มขึ้นขณะนี้ เป็นไปตามกลไกตลาด ที่ข้าวในตลาดมีน้อยลง โรงสีไม่มีความจำเป็นต้องเร่งขายออก แต่ในความเป็นจริงโรงสีเองก็ไม่สามารถเก็บข้าวไว้ในโกดังได้มากเพราะข้อจำกัดเรื่องพื้นที่จัดเก็บ ดังนั้น ทิศทางการค้าข้าวขณะนี้ จึงเป็นการขายข้าวเก่าออกไปและรับซื้อข้าวใหม่เข้ามา

“ราคาข้าววันนี้ ขึ้นมาอยู่ที่ 1.45 หมื่นบาทต่อตันแล้ว จากที่นิ่งอยู่ที่ 1.3 หมื่นบาทต่อตันมานาน 2 เดือน การที่ราคาข้าวขึ้นจึงเป็นเรื่องที่อธิบายได้ ไม่ใช่การกักตุน เพื่อรอทำกำไรจากนโยบายพรรคการเมือง เพราะยังเป็นเรื่องที่ไกลอีกมาก แต่ที่โรงสีไม่จำเป็นต้องรีบขายเพราะตอนนี้ข้าวในท้องนาหมดแล้ว”

ที่มา suthichaiyoon.com

เกษตรมือใหม่

เกษตรมือใหม่

เริ่มต้นจากการที่อยากปลูกผักกินเอง ปลูกมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นไอเดียที่หลากหลายและอยากนำมาแชร์กันให้รู้ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผักนะเออ