วิกฤติน้ำท่วมขัง และภัยแล้ง

น้ำท่วม ล่าสุด ปทุมธานี รังสิต กำลังจม นาข้าวเสียหาย

น้ำท่วมนี้ไม่ว่าจะงาน หรือเงิน ก็จำเป็นต้องมี ไม่มีงาน เงินก็ไม่มี โรงงานจมไปกับน้ำ บริษัทปิดตัว ตกงาน ก็ไม่มีเงินจะมาเยียวยาชีวิต แม้ว่าน้ำจะยังไม่ลดและไม่ผ่านพ้นวิกฤติไปในครั้งนี้ แต่เราก็ต้องอยู่ต่อไปทุกวัน ต้องใช้เงินซื้อทราย ซื้อกระสอบ เพื่อนำมากั้นน้ำไม่ให้ไหลเข้าบ้าน แต่ผู้ประกอบการก็มักฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า ซ้ำเติมคนไม่มีเงิน สุดท้ายก็ต้องเลยตามเลย ปล่อยให้น้ำท่วม จะได้ย่ำแย่ไปเสียให้หมด ชีวิตมันรันทดไม่รู้จะหันไปทางไหนแล้ว

จากสิ่งเหล่านี้เป็นความกลัดกลุ้มใจของประชาชนส่วนใหญ่ ที่ความยุติธรรมไม่เคยได้พบ การอุ้มชูเศรษฐกิจเพราะคนรวยกว่าอาจทำให้ประเทศพัฒนาไปไม่ได้ แต่เราลืมอะไรไปหรือเปล่า ที่ว่าประชากรส่วนใหญ่ เป็นผู้ค้ำยันประเทศให้เติบโต ไม่ใช่เพียงกลุ่มเล็กๆ ที่เป็นแรงผลักดันเศรษฐกิจ

ถ้าไม่มีคนงาน ไม่มีประชากรมาเป็นแรงงานฝ่ายผลิต สินค้าจะไม่เกิด ต่อให้ใช้เครื่องจักร แต่หากประเทศนั้นไม่มีประชากรหลงเหลืออยู่ ถามว่าจะอยู่ได้ไหม ที่ดินทำกินไม่มีแปลงผักปลูก ร้านขายปุ๋ยจะสามารถขายได้หรือเปล่า ผู้คนจะอยู่ได้ไหมเมื่อไม่มีชาวนาปลูกข้าวให้กิน โรงสีจะอยู่ได้ไหมหากไม่มีข้าวเปลือกมาสีเป็นข้าวสาร ประเทศจะอยู่ได้ไหมหากไม่มีการส่งออกข้าว

อุ้มชูเศรษฐกิจ เป็นแค่ข้ออ้างเพื่ออุ้มชูคนรวยบางกลุ่ม ที่อ้างว่าตนเองขับเคลื่อนประเทศอยู่ แต่หารู้ไม่ว่า ผู้ที่เป็นดั่งล้อเลื่อนให้ประเทศไปข้างหน้า กลับเป็นประชาชนตาดำๆ ที่จมน้ำอยู่ในตอนนี้ เศรษฐกิจพอสำหรับคนรวย เพียงให้คนจนจมน้ำตาย ไม่ใช่วิถี เกษตรพอเพียง

น้ำท่วม สู่ภัยแล้ง

จากปรากฏการณ์ลานีญาที่มีกำลังแรงและมีอิทธิพลต่อประเทศไทย ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนธันวาคม 2553 ไปจนถึงกลางปี 2554 ทำให้มีปริมาณฝนมากกว่าปกติ ซึ่งจะส่งผลให้ฤดูร้อนปี 54 นี้ อากาศจะไม่ร้อนมากนัก ทั้งนี้กรมทรัพยากรน้ำบาดาล โดยศูนย์ปฏิบัติการติดตามสถานการณ์ด้านน้ำบาดาลคาดการณ์ว่า จะมีพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งกว่า 60 จังหวัด 596 อำเภอ 3,641 ตำบล 27,524 หมู่บ้าน และกระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประกาศเป็นพื้นที่ภัยแล้งกว่า 13 จังหวัด 99 อำเภอ 642 ตำบล 6,730 หมู่บ้าน โดยหมู่บ้านที่จะได้รับผลกระทบเป็นอันดับแรกในเรื่องของน้ำอุปโภค บริโภค คือ หมู่บ้านที่ไม่มีระบบประปา จำนวน 1,808 หมู่บ้าน และหมู่บ้านที่มีระบบประปาไม่สมบูรณ์ จำนวน 5,506 หมู่บ้าน

นายปราณีต ร้อยบาง อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการป้องกันและบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น เบื้องต้นกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้จัดเตรียมอุปกรณ์และเครื่องจักรเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาปัญหาภัยแล้งให้แก่ประชาชน ประกอบด้วย ชุดเจาะบ่อน้ำบาดาล จำนวน 88 ชุด ชุดเป่าล้าง จำนวน 79 ชุด ชุดซ่อมระบบประปา-เครื่องสูบ จำนวน 64 ชุด ชุดสำรวจธรณีฟิสิกส์ จำนวน 17 ชุด ชุดปรับปรุงคุณภาพน้ำเคลื่อนที่จำนวน 9 ชุด รถบรรทุก จำนวน 95 คัน นอกจากนี้ยังได้เตรียมบ่อบาดาลที่สามารถใช้บรรเทาปัญหาภัยแล้งจำนวน 116,930 บ่อ ระบบประปาบาดาลทั่วประเทศจำนวน 68,117 ระบบ จุดจ่ายน้ำถาวร จำนวน 100 แห่ง ระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำบาดาลมาตรฐาน WHO จำนวน 1,280 แห่ง ระบบน้ำดื่มสะอาดในโรงเรียนทั่วประเทศ จำนวน 1,578 แห่ง และบ่อบาดาลในโครงการจัดหาน้ำสะอาดให้กับหมู่บ้านภัยแล้งทั่วประเทศอีก จำนวน 2,028 แห่ง ด้านแผนรับมือภาคการเกษตร กรมทรัพยากรน้ำบาดาลกำลังดำเนินโครงการน้ำบาดาลเพื่อการเกษตร โดยเป็นการผสมผสานการใช้น้ำบาดาลร่วมกับน้ำผิวดินตามสภาพอากาศในหน้าฝนและหน้าแล้ง เป็นวิถีเกษตรพอเพียง

นอกจากความช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้วกรมทรัพยากรน้ำบาดาลยังได้ปล่อย แผนรับมือภัยแล้งในระยะเผชิญเหตุ โดยจะดำเนินการแจกจ่ายน้ำจากจุดจ่ายน้ำถาวร 100 แห่ง ซึ่งได้ร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อแจกจ่ายน้ำดื่มจากรถผลิตน้ำดื่มสะอาดเคลื่อนที่ เจาะบ่อบาดาลและติดตั้งเครื่องสูบไฟฟ้า ซ่อมระบบประปา ซ่อมเครื่องสูบน้ำไฟฟ้า เป่าล้างบ่อน้ำบาดาล นอกเหนือจากนี้ยังได้เร่งรัดการดำเนินโครงการปี 2554 คือ โครงการสำรวจและพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อสนับสนุนระบบน้ำดื่มสะอาดให้กับโรงเรียนทั่วประเทศ จำนวน 372 แห่ง และโครงการจัดหาน้ำดื่มสะอาดให้กับหมู่บ้านหาน้ำยาก จำนวน 922 แห่ง สำหรับโครงการสำรวจและพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อสนับสนุนระบบน้ำดื่มสะอาดให้กับโรงเรียนทั่วประเทศ หรือโครงการน้ำโรงเรียนนั้น ปัจจุบันโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการได้มีการขยายผล โดยการจ่ายแจกภายในชุมชนเองตลอดจนชุมชนใกล้เคียงเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยแล้งอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม การที่จะฝ่าวิกฤติภัยแล้งนี้ไปได้นั้น คงไม่สามารถแก้ไขได้อย่างเบ็ดเสร็จเพียงหน่วยงานหนึ่งหน่วยงานใดเท่านั้น แต่ต้องอาศัยความร่วมมือกันของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แม้แต่ตัวประชาชนเองก็ตามที่สามารถช่วยได้ แค่รู้จักใช้ “น้ำ” อย่างรู้คุณค่า

หากประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยแล้งก็สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาล (ส่วนกลาง) และ สำนักทรัพยากรน้ำบาดาลทั้ง 12 เขตทั่วประเทศ www.dgr.go.th หรือทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

เกษตรมือใหม่

เกษตรมือใหม่

เริ่มต้นจากการที่อยากปลูกผักกินเอง ปลูกมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นไอเดียที่หลากหลายและอยากนำมาแชร์กันให้รู้ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผักนะเออ