รางจืด สมุนไพรไทยใช้ ล้างพิษ

รางจืด สมุนไพร ไทย ใช้ ล้างพิษ

สมุนไพรไทย อีกตัวที่ใช้ต้านพิษเป็นอย่างดี รองจาก ข่อยดำ (ตามความเชื่อของผมเอง) นั่นคือ รางจืด หรือ ว่านรางจืด ต้นไม้ชนิดนี้ก็เป็นอีกหนึ่งสมุนไพรไทยที่นิยมใช้ปรุงเป็นยาและใช้ในการถอนพิษ ล้างสารพิษออกจากร่างกาย หรือแม้แต่ถอนอาการมึนเมาเพราะดื่มสุราเกินขนาด นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ต่างๆ อีกมากมาย นับเป็นสมุนไพรที่ดี ควรค่าแก่การปลูกไว้เป็นสมุนไพรประจำบ้าน เลยทีเดียว

รางจืด สมุนไพร ไทย ใช้ ล้างพิษ

รางจืด มีชื่อพื้นเมืองอื่นๆ มากมายเช่น กำลังช้างเผือก เครือเขาเขียว ขอบชะนาง ยาเขียว (ภาคกลาง) คาย รางเย็น (ยะลา) จอลอดิเออ ซั้งกะ ปั้งกะล่ะ พอหน่อเตอ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ดุเหว่า (ปัตตานี) ทิดพุด (นครศรีธรรมราช) น้ำนอง (สระบุรี) ย่ำแย้ แอดแอ (เพชรบูรณ์) เหล่านี้คือ ว่านรางจืด ที่จัดเป็นไม้เลื้อยหรือไม้เถา มีลักษณะเนื้อแข็ง ลำต้นหรือเถานั้นจะกลมเป็นปล้อง มีสีเขียวสดหรือสีเขียวเข้ม ใบ จะมีลักษณะเป็นใบเดี่ยว ลักษณะของใบเป็นรูปหัวใจ ตรงโคนใบจะเว้า ปลายใบจะเรียวแหลม กว้าง 4-7 ซม. ยาว 8-14 ซม. ส่วนดอกจะมีสีม่วงอมฟ้า ใบประดับ สีเขียวประสีน้ำตาลแดง ออกเป็นช่อห้อยลงตามซอกใบ โดยใน wikipedia ได้เขียนอ้างอิงไว้ว่า รางจืด หรือ ชื่อวิทยาศาสตร์: Thunbergia laurifolia Linn. เป็นชื่อของพืชสมุนไพรประเภทไม้เลื้อยหรือไม้เถา มีลักษณะเนื้อแข็ง เลื้อยพาดพันไปตามต้นไม้ เถาจะมีลักษณะเป็นข้อปล้องกลมมีสีเขียวสดหรือสีเขียวเข้ม ดอกจะเป็นสีม่วงอ่อนๆหรือสีคราม ออกดอกเป็นช่อห้อยลงตามซอกใบ มีสรรพคุณทางยาในด้านการถอนพิษต่างๆ หรือใช้เป็นยาพอกบาดแผล น้ำร้อนลวก ไฟไหม้ รวมถึงใช้เป็นยารับประทานเป็นยาแก้ร้อนในกระหายน้ำ

บทความนี้จากการเรียบเรียงใหม่ จากต้นฉบับหลายๆ แห่ง ถูกรวบรวมไว้ในเนื้อหาสำคัญภายใต้หัวข้อ รางจืด สมุนไพรไทยใช้ ล้างพิษ ที่มาจาก www.kasetorganic.com เท่านั้น

สรรพคุณ รางจืด ของภูมิปัญญาไทย

  • รางจืดรสเย็น ใช้ปรุงเป็นยาเขียวถอนพิษไข้ถอนพิษผิดสำแดงและพิษอื่นๆ ใช้แก้ร้อนในกระหายน้ำ รักษาโรคหอบหืดเรื้อรัง และแก้ผื่นคันจากอาการแพ้ต่าง ๆ ใช้แก้พิษเบื่อเมาเนื่องจากเห็ดพิษ สารหนู หรือแม้ยาเบื่อประเภทยาสั่ง ได้ผลชะงัดนักแล
  • รายงานการศึกษารางจืด พบว่า แก้โรคพิษสุราเรื้อรังได้ดีนอกจากนี้ผู้นิยมสมุนไพรยังแจ้งผลการใช้มาว่า แก้พิษได้อีกหลายอย่าง เช่น สุนัขแสนซื่อซึ่งเฝ้าบ้านเก่งโดนวางยาเบื่อก็รอดชีวิตมาเพราะเจ้าของคั้นน้ำรางจืดให้กิน หรือในอดีตใครที่ถูกวางยาก็มักแก้ด้วยรางจืดเช่นกัน
  • รากและเถา รับประทานแก้ร้อนในกระหายน้ำ
  • รากและใบ ใช้ปรุงเป็นยาถอนพิษไข้ เป็นยาพอกบาดแผล น้ำร้อยลวก ไฟไหม้ ทำลายพิษยาฆ่าแมลง พิษจากสตริกนินให้เป็นกลาง พิษจากดื่มเหล้ามากเกินไปหรือยาเบื่อชนิดต่างๆ เข้าสู่ร่างกาย
  • รากสด รากรางจืด (อายุ 2 ปี ขึ้นไป) นำมาโขลก/ฝน ผสมน้ำซาวข้าวใช้ดื่มหรือนำรากรางจืดมาหั่นฝอยผึ่งลมให้แห้งบดเป็นผงบรรจุแค๊ปซูลหรือทำเป็นเม็ดรับประทานครั้งละประมาณ 5 กรัม
  • ใบสด สำหรับคน 10-12 ใบ สำหรับวัวและควาย 20-30 ใบ นำใบสดมาตำผสมกับน้ำซาวข้าวครึ่งแก้วคั้นเอาแต่น้ำดื่มให้หมดทันทีที่มีอาการ อาจให้ดื่มซ้ำได้อีกใน 1/2 – 1 ชั่วโมงต่อมาสำหรับใบรางจืดที่ไม่อ่อนไม่แก่เกินไป โขลกให้แหลกผสมน้ำซาวข้าวคั้นเอาแต่น้ำดื่มหรือนำใบรางจืดมาหั่นฝอย ผึ่งลมให้แห้งใช้ชงน้ำร้อนดื่ม

ที่นิยมนำรางจืดมาใช้ ด้วยการนำรากและใบ มารับประทานเป็นยาแก้ร้อนใน กระหายน้ำ ใบและรากใช้ปรุงเป็นยาถอนพิษไข้ ยาพอกบาดแผล ใช้สำหรับถอนพิษยาฆ่าแมลง สำหรับผู้ป่วยที่ดื่มยาฆ่าแมลงเข้าไปเป็นการบรรเทาอาการก่อนถึงโรงพยาบาล แก้พิษแอลกอฮอล์ บรรเทาอาการเมาค้าง บรรเทาอาการผื่นแพ้

รางจืด สมุนไพร ไทย ใช้ ล้างพิษ

การปลูก รางจืด

นิยมใช้เถาในการปักชำ ในการชำเถาให้เลือกเถาแก่มาตัดเป็นท่อน ยาวประมาณ 6-8 นิ้ว ให้มีตาติดอยู่ 2-3 ตา ถ้าชำเถาในฤดูฝนจะออกรากเร็วกว่า แต่สามารถปลูกโดยเพาะเมล็ดได้เช่นเดียวกัน

การปลูก โดยเพาะเมล็ดหรือใช้เถาปักชำ เมล็ดรางจืดจะแก่ในราวเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม เก็บเมล็ดก่อนฝักจะแตก นำมาใส่กระด้งหรือผ้าพลาสติกเขียว เพื่อป้องกันเมล็ดกระเด็น นำเมล็ดไปเพาะแล้วย้ายปลูก การเพาะเมล็ดไม่นิยมเท่าการใช้เถา เนื่องจากใช้เวลานานกว่าและเมล็ดมีจำนวนน้อย สำหรับการชำเถา ให้เลือกเถาแก่นำมาตัดเป็นท่อนๆ ยาวประมาณคืบเศษ (6-8 นิ้ว) ให้มีตาติดอยู่ 2-3 ตาช่วงตาหรือข้อของเถาอาจยาวไม่เท่ากัน อย่างน้อยให้มีตา 2 ตา ในฤดูฝนสามารถนำไปปลูกในหลุมที่เตรียมไว้ได้เลย ไม่ต้องชำ แต่ปลูกให้ขึ้นร่วมกับไม้ใหญ่อื่นๆ แต่ถ้าเป็นฤดูอื่นควรนำไปชำในกระบะเพาะหรือถุง ปักเถาให้เอียงเล็กน้อย ถ้าชำในฤดูฝนจะออกรากเร็วใช้เวลาราว 2 อาทิตย์ ในฤดูแล้งจะช้ากว่า เมื่อเถาชำอายุได้ 45วัน ก็นำไปปลูกในหลุมที่รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก ห่างจากค้างประมาณ 50 ซ.ม.รางจืดนั้นไม่เหมาะจะปลูกร่วมกับไม้ผลได้ ถ้าจะให้สะดวกต่อการเก็บเกี่ยวควรทำค้างให้ขึ้นสูงประมาณ 1.20 เมตร ค้างควรมีขนาดใหญ่และแข็งแรงเพราะรางจืดมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว การปักเสามีสายสลิงหรือทำรั้วไม้ปักขัดกันไปมาจะช่วยให้เก็บเกี่ยวได้ง่าย

ทุกวันนี้มีบริษัทผลิตยาแผนโบราณบางบริษัทผลิตรางจืดแคปซูลออกวางตลาด แต่ใช้ใบรางจืดอบแห้งบดผงแล้วบรรจุแคปซูล ก็มีสรรพคุณที่ดีเหมือนกันแต่ยังไม่ดีที่สุด เพราะส่วนที่ดีที่สุดของรางจืดอยู่ที่ราก ข้อนี้ยืนยันด้วยการทดสอบด้วยตัวเอง ตรงกับตำรากล่าวไว้ ท่านว่า

  • รากมีรสแรงกว่าแก่น
  • แก่นมีรสแรงกว่าเปลือกต้น
  • ต้นมีรสแรงกว่ากระพี้
  • กระพี้มีรสแรงกว่าใบ
  • ใบแก่มีรสแรงกว่าใบอ่อน
  • ดอกแก่มีรสแรงกว่าดอกอ่อน
  • ลูกแก่มีรสแรงกว่าลูกอ่อน
  • ลูกแก่มีรสแรงเสมอเปลือกต้น
  • ดอกอ่อนมีรสเสมอกับใบอ่อน

ดังนั้นถ้าท่านจะใช้ส่วนใดของสมุนไพรก็พิจารณาไปตามหลักการนี้ ส่วนรางจืดในร้านสมุนไพรทั่วไปส่วนใหญ่นั้นมักนิยมใช้ราก แก่น เปลือกต้น มีน้อยที่ใช้ใบแห้งมาประกอบ

ขอบคุณที่มา wikipedia / gotoknow.org / ภาพประกอบ สมุนไพรรางจืด จาก Internet

เกษตรมือใหม่

เกษตรมือใหม่

เริ่มต้นจากการที่อยากปลูกผักกินเอง ปลูกมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นไอเดียที่หลากหลายและอยากนำมาแชร์กันให้รู้ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผักนะเออ