มะมากิน มะรุม

แกงมะรุม สุดยอดสมุนไพร ไทย

ไม่แน่ใจเท่าไหร่ ว่ากระแสมะรุมในประเทศไทยจะยังคงอยู่ในระดับไหน เพิ่มขึ้นหรือจางลงไปกว่าเก่าหรือยัง แต่ที่แน่ๆ คือผักพื้นบ้านของไทยมากคุณค่า แถมยังจัดอยู่ในประเภทพืชสมุนไพรชั้นดีชนิดนี้ ได้กลับมามีบทบาทในการทำให้ ครัวไทย โด่งดังอีกครั้ง หลังจากที่ห่างหายไปนาน โดยเฉพาะคนไทยแล้ว เชื่อว่า พอได้ยินคำว่า มะรุม ใครๆ ต่างก็คิดกันว่า มะรุม เป็นยารักษาโรคมะเร็งชั้นดีแน่นอน

คนสมัยโบราณเมื่อเอ่ยถึงมะรุม ต่างก็ต้องคิดว่าเป็นพืชผักโบราณอยู่คู่แผ่นดินสยามมานาน และโคลัมบัสก็ไม่ได้เก็บตัวอย่างไปวางไว้ที่อเมริกา มะรุมเลยได้แพร่กระจายเข้าประเทศไทยสมัยอยุธยาโดยพ่อค้าชาวโปรตุเกสอย่างแน่นอน เพราะจากสิ่งที่เห็นนั้น เราสามารถที่จะพบมะรุมได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย อีกทั้งยังมีชื่อเรียกต่างกันไปตามแต่ละภาคแต่ละท้องถิ่น

  • ภาคเหนือ เรียกมะรุมอย่างอ่อนช้อยว่า มหรือบะค้อนก้อม
  • ภาคใต้ เรียกสั้นๆ ว่า รุม กระชับเข้าใจในทุกกระบวนความ
  • ภาคอีสาน ต้องใส่บักนำหน้า อย่าง บักอีฮุม
  • ชาวไทใหญ่ทางภาคเหนือ เรียกมะรุมว่า ผักเนื้อไก่ เพิ่มความน่ากินเข้าไปอีก เข้าใจว่าเวลากินมะรุมก็ให้รสชาดเหมือนการกินเนื้อไก่
  • ชาวกะเหรี่ยงในบางจังหวัดเรียกว่า กาแน้งดิน
  • ภาคกลาง เรียกมะรุม ตรงตัว

มะรุม มีแหล่งกำเนิดที่ขึ้นแถวๆ เชิงเขาหิมาลัย มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า Moringa oleifera Lam แต่ด้วยความที่เป็นผักง่ายๆ ไม่เรื่องมาก ทนต่อทุกสภาพแวดล้อมและทนทานยิ่งนัก จึงทำให้มะรุมกระจายตัวไปขยายพันธุ์ในประเทศต่างๆ รวมถึงเมืองในซีกโลกฝั่งตะวันตกด้วย โดยต่างชาติเองจะเรียกมะรุมว่า ต้น Drumstick Tree หรือต้นไม้ตีกลอง อาจเป็นเพราะฝักของมะรุมนั้นเหมือนกับไม้ตีกลองก็เป็นได้ บ้างก็เรียกว่า Horserdish Tree เพราะเคยมีคนเด็ดใบมะรุมมาลองชิมแล้วให้ความเห็นว่ามีรสชาดเหมือนฮอร์สแรดิส ซึ่งมีหน้าตาไม่ต่างไปจากหัวไชเท้า

สรรพคุณของมะรุม นั้น มีมากมายจึงถูกจัดให้เป็นพืชสมุนไพรชั้นยอดและมีแต่คนพูดถึงกันอยู่พักใหญ่ ด้วยมะรุมนั้น เป็นผักที่มีสารอาหารเกือบครบถ้วน เช่น มีวิตามินเอบำรุงสายตา วิตามินซีช่วยป้องกันไข้หวัด แคลเซียมช่วยบำรุงกระดูก โพแทสเซียมบำรุงสมองกับระบบประสาท มีใยอาหารสูงแต่ให้พลังงานต่ำมาก เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังลดน้ำหนักและควบคุมน้ำหนักเป็นอย่างยิ่ง บางตำรายังเคยเขียนเปรียบเทียบมะรุมเอาไว้ว่า

ในปริมาณสารอาหารที่ได้จากการกินมะรุมกับอาหารประเภทอื่น ใน 100 กรัมเท่าๆ กัน

  • มะรุม มีวิตามินเอ มากกว่าแครอต 3 เท่า
  • มะรุม มีวิตามินซี มากกว่าส้ม 7 เท่า
  • มะรุม มีแคลเซียม มากกว่านม 3 เท่า
  • มะรุม มีโพแทสเซียม มากกว่ากล้วย 3 เท่า

moringa oleifera lam มะรุม สมุนไพรไทย รักษามะเร็ง ชะลอความแก่สรรพคุณของมะรุมนั้น ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ โดยงานวิจัยประโยชน์ทางการแพทย์ที่ทำให้พืชผักชนิดนี้ถูกนำไปสกัดเป็นวิตามินเสริมก็ได้แก่ ฤทธิ์ในการชะลอความแก่ จากสารฟลาโวนอยด์ ซึ่งมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ดูแลอวัยวะต่างๆ อย่างจอประสาทตา ตับ หรือหลอดเลือดจากการเสื่อมสภาพตามอายุขัย ต่อด้วยฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์บางชนิด ฤทธิ์ในการต้านและป้องกันมะเร็งอย่างมีประสิทธิภาพ ที่เรารู้จักกันดี และท้ายสุดคือมีฤทธิ์ในการลดคอเลสเตอรอล

แต่อย่างไรก็ตาม แพทย์ก็ได้ออกมาแนะนำว่า ถึงมะรุมและสารสกัดจากมะรุมนั้นดีเลิศเลอเพียงใด ก็ไม่ถือว่าเป็นยาวิเศษ มะรุมก็เป็นได้แค่ผักพื้นบ้าน และสมุนไพรเหมือนทั่วๆ ไป ไม่ได้เป็นยาวิเศษ ยาเทวดา ที่จะบันดาลให้โรคภัยสารพัดหายไปในทันที นอกจากนี้การโหมบริโภคในปริมาณที่มากเกินไป ก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ เนื่องจากมะรุมเป็นสมุนไพรธาตุร้อน เวลาสตรีมีครรภ์รับประทานเข้าไปอาจทำให้แท้งบุตรได้ หรือผู้ป่วยโรคเลือดก็ไม่ควรกินเยอะเช่นกัน เพราะจะทำให้เม็ดเลือดแดงแตกง่าย ส่วนผู้ที่เป็นโรคเกาต์ ก็ควรหลีกเลี่ยงมะรุมเป็นอันดับแรก เพราะพืชสมุนไพรไทยชนิดนี้ มีโปรตีนสูงมากเช่นกัน

ได้อ่านถึงตรงนี้ก็อย่าเพิ่งแตกตื่นตกใจและเข้าใจผิดไปคิดว่า มะรุม นั้นอันตรายกินไม่ได้ เพราะถ้าเราจัดสัดส่วนให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ได้กินทุกวันและกินครั้งละมากๆ ประกอบกับการกินเป็นผักสด สลับกับการนำไปทำอาหารในบางมื้อ ควบคู่ไปกับผักชนิดอื่นที่มีประโยชน์ ร่างกายก็จะได้รับประโยชน์จากสารอาหารอันอุดมสมบูรณ์ในมะรุมได้อย่างเต็มที่ และไม่ต้องกลัวว่าผักหน้าตาเป็นฝักยาวๆ ผิวไม่เรียบชนิดนี้จะทำให้ป่วยหรือเจ็บไข้ได้แต่อย่างใด

อ้างอิง thaihealth.or.th / moringa-oleifera.org

เกษตรมือใหม่

เกษตรมือใหม่

เริ่มต้นจากการที่อยากปลูกผักกินเอง ปลูกมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นไอเดียที่หลากหลายและอยากนำมาแชร์กันให้รู้ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผักนะเออ