พืช ไร่ เศรษฐกิจ กับชีวิตพอเพียง

ชีวิตพอเพียง ของฉัน

จากการประเมินความเสียหายทางภาคเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากมหาอุทกภัยเมื่อปี 2554 นั้นมีมูลค่าความเสียหายหลายหมื่นล้านบาท โดยแยกเป็นด้านพืชประมาณ 6.4 หมื่นล้านบาท ประมง 3.2 พันล้านบาท และด้านปศุสัตว์ 4.4 พันล้านบาท เลยทีเดียว แต่ก็ยังไม่ถือว่ามีผลกระทบกับแหล่งผลิตโดยรวมของอาหารของโลกมากนัก

โดยกระทรวงเกษตรฯ ได้ระบุตัวเลขจีดีพีเฉพาะภาคเกษตรในไตรมาส 4 ปี 2554 ขยายตัวเพียง 1% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ซึ่งลดลงจากที่ได้ประเมินไว้จากเดิมว่าเพิ่มขึ้น 4.8% อย่างไรก็ตามกระทรวงเกษตรฯ มั่นใจว่า ไม่มีผลกระทบต่อสถานะของไทยในการเป็นแหล่งผลิตอาหารของโลกมากนัก เนื่องจากตั้งแต่เดือน ธ.ค.54 ชาวนาเริ่มเพาะปลูกข้าวนาปรังบ้างแล้ว ประกอบกับปริมาณน้ำในเขื่อนก็มีมากเพียงพอ คาดว่าจะผลิตข้าวเพื่อทดแทนปริมาณข้าวที่เสียหายไปประมาณ 5 ล้านตันจากน้ำท่วมได้

นายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี เปิดเผยถึงความห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต่อผู้ประสบภัยอุทกภัยว่า ทรงห่วงใยเรื่องอาชีพของราษฎร ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้น้อมนำพระราชดำริมาดำเนินการโดยการผลิตพันธุ์พืชเพื่อให้เพียงพอแก่ความต้องการการเพาะปลูก ซึ่งขณะนี้มีพันธุ์ข้าวที่เหมาะกับการปลูกทั้งในที่ลุ่มและในที่ดอน คือ บนภูเขา และนอกนั้นในด้านเศรษฐกิจพอเพียง ก็มีความพยายามแก้ปัญหาศัตรูของข้าวคือเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ขณะนี้ศูนย์วิจัยของข้าวพิษณุโลกได้ปรับปรุงพันธุ์ข้าวที่ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้แล้ว และได้ขยายผลสู่เกษตรกรชาวนานำไปเพาะปลูก ทั้งพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางแหล่งปลูกข้าวลุ่มน้ำเจ้าพระยา

ทางด้านมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ก็มี “โครงการกล้า…ดี” หรือ “โครงการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้ประสบอุทกภัยอย่างยั่งยืน” โดยน้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในการ “ช่วยเขาให้เขาช่วยตัวเขาเอง” และหลักการทรงงาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” และ “ระเบิดจากข้างใน” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการสนับสนุนผู้ประสบอุทกภัย 2 มาตรการ คือ

1. การลดรายจ่าย ด้วยการสนับสนุนชุด “3 พร้อม” มีเป้าหมายที่จะแจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย 1 ล้านคน ที่ต้องการรับการสนับสนุน และพร้อมที่จะช่วยเหลือและพัฒนาตนเอง เพื่อให้ผู้ประสบอุทกภัยสามารถนำมาบริโภคได้ทันทีและต่อเนื่อง ประกอบด้วย พร้อมกิน มีเครื่องปรุงของแห้ง ได้แก่ พริกแห้ง กระเทียม และเกลือ อย่างละครึ่งกิโลกรัม พร้อมปลูก มีต้นกล้า 9 ต้น ได้แก่ พริกขี้หนู 3 ต้น มะเขือเปราะ 2 ต้น มะเขือยาว 2 ต้น และกะเพราหรือโหระพา 2 ต้น และ พร้อมเพาะ มีเมล็ดพันธุ์ให้ ได้แก่ ถั่วฝักยาว 40 เมล็ด ฟักทอง 50 เมล็ด ผักบุ้ง 1,000 เมล็ด กวางตุ้ง 1,250 เมล็ด และชะอมหรือกล้วยน้ำว้า 1 ต้น

2. การเพิ่มรายได้ ด้วยการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืชระยะสั้นที่เป็นที่ต้องการของตลาด และให้การสนับสนุนเรื่องการตลาดควบคู่ไปด้วย โดยมีเป้าหมายที่จะแจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย 30,000 ราย ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการฯ สามารถรวมกลุ่ม และแสดงศักยภาพในการบริหารจัดการตั้งแต่การปลูกจนถึงการจัดจำหน่ายได้

เศรษฐกิจพอเพียง กับการปลูกพืชไร่ และการจัดการน้ำ

นอกจากนี้ได้เสนอโครงการเศรษฐกิจพอเพียงกับการจัดระบบการปลูกข้าวรูปแบบใหม่โดยจะให้ปลูกข้าวไม่เกินปีละ 2 ครั้ง โดยจะกำหนดทางเลือกการปลูกข้าวตามช่วงเวลาเป็น 3 รูปแบบคือ

  • ปลูกข้าวนาปี พืชหลังนา ข้าวนาปรัง เกษตรกรสามารถปลูกข้าวนาปีได้เต็มพื้นที่ หลังจากเก็บเกี่ยวเสร็จให้เกษตรกรปลูกพืชหลังนาที่ใช้น้ำน้อยได้เต็มพื้นที่เช่นกัน เมื่อเก็บผลผลิตแล้วปริมาณน้ำที่เหลือนำมาใช้สำหรับปลูกข้าวนาปรัง
  • ปลูกข้าวนาปี เว้นปลูก ข้าวนาปรัง โดยเกษตรกรสามารถปลูกข้าวนาปีได้เต็มพื้นที่ เก็บเกี่ยวเสร็จให้เว้นการปลูกพืชทุกชนิดจะปล่อยพื้นที่นาให้ว่างประมาณ 2 เดือน จากนั้นสามารถปลูกข้าวนาปรังได้จำนวนเหมาะสมตามปริมาณน้ำที่เหลืออยู่
  • ปลูกข้าวนาปี พืชหลังนา พืชไร่ โดยเกษตรกรสามารถปลูกข้าวนาปีได้เต็มพื้นที่ หลังจากเก็บเกี่ยวเสร็จเกษตรกรปลูกพืชหลังนาที่ใช้น้ำน้อย และพืชไร่ ตามลำดับ ได้เต็มพื้นที่เช่นกัน

สำหรับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบอุทกภัย ด้วยการจัดทำโครงการฟื้นฟูและเยียวยาเศรษฐกิจพอเพียงในวงเงิน 18,636.82 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นแผนการดำเนินงาน 5 โครงการ ทั้งระยะสั้นเพื่อช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนทันทีภายหลังน้ำลดและระยะยาว โดยเกษตรกรที่ปลูกข้าว ที่มีพื้นที่เสียหายเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ จะได้รับการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวตามที่เสียหายจริง แต่ไม่เกิน 10 ไร่ ในอัตราไร่ละ 10 กิโลกรัม เกษตรกรที่ปลูกพืชไร่ที่ได้รับความเสียหายจะได้รับการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืชไร่และพืชอายุสั้น เกษตรกรที่ปลูกไม้ผลยืนต้น และพืชผักที่ได้รับความเสียหายจะได้รับการสนับสนุนพันธุ์ไม้ หรือเป็นเมล็ดพันธุ์ผัก เกษตรกรทั้งหมดที่ได้รับความเสียหาย ได้รับค่าใช้จ่ายในการปรับพื้นที่เพาะปลูก รายละไม่เกิน 5 ไร่ ไร่ละ 400 บาท คิดเป็นมูลค่า รายละ 2,000 บาท

สนับสนุนเกษตรกรปลูกพืชอาหารเพื่อการยังชีพ เกษตรกรทั้งหมดที่ได้รับความเสียหายจะได้รับการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ผัก/กล้าพันธุ์ผัก เพื่อให้เกษตรกรปลูกพืชผักในบริเวณบ้านทุกครัวเรือน เพื่อเป็นอาหารและลดรายจ่ายของเกษตรกร ส่วนที่เหลือก็นำไปขายเป็นรายได้เสริม ด้านประมง เกษตรกรที่เสียหายจากการเลี้ยงสัตว์น้ำ จะได้รับการสนับสนุนพันธุ์ปลานิล พร้อมอาหารปลาทุกครัวเรือน

ด้านปศุสัตว์ จะได้รับพันธุ์สัตว์ปีก เช่น ไก่พื้นเมือง ไก่ลูกผสมพื้นเมือง หรือเป็ดเทศ คละเพศ อายุ 1 เดือน พร้อมอาหาร และเวชพันธุ์ ภาชนะใส่น้ำ และตาข่าย สำหรับการฟื้นฟูเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไม้ที่ได้รับความเสียหายนั้นทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อยู่ระหว่างจัดทำโครงการเกษตรกรที่เป็นสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ซึ่งจะดำเนินการให้ความช่วยเหลือด้านหนี้สินของสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย พร้อมยืดอายุเวลาการชำระหนี้เก่าออกไป 3 ปี กู้ใหม่วงเงินไม่เกินรายละ 100,000 บาท รัฐชดเชยให้ร้อยละ 3 ต่อปี เป็นระยะเวลา 3 ปี และสำหรับเกษตรกรที่เสียชีวิตจะจำหน่ายหนี้ออกโดยรัฐรับภาระชำระหนี้แทน

นอกจากนี้ ยังเตรียมโครงการฟื้นฟูและสร้างโอกาสเพื่อการยังชีพของสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย เป็นการให้เงินอุดหนุนสมาชิกเพื่อเป็นเงินทุนในการยังชีพและซ่อมแซมทรัพย์สินของสมาชิกที่เสียหายจากอุทกภัย รวมทั้งจัดทำโครงการแก้ปัญหาน้ำนมโคของสหกรณ์ไม่มีแหล่งจำหน่ายเนื่องจากอุทกภัยปี 2554 โดยรับซื้อนมจากสหกรณ์ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและสนับสนุนให้สหกรณ์ติดตั้งเครื่องบรรจุนมยูเอชที

เหล่านี้คือมาตรการในการช่วยเหลือราษฎรโดยเฉพาะเกษตรกรที่มีอาชีพด้านการเพาะปลูกพืชที่เป็นพืชอายุสั้นเป็นประการสำคัญเพื่อให้ราษฎรได้สามารถมีกินและสร้างรายได้เป็นการเฉพาะหน้า ส่วนมาตรการในการให้การช่วยเหลือเกษตรกรที่เพาะปลูกพืชยืนต้น เช่น ทุเรียนในพื้นที่ จ.นนทบุรี ไปจนถึงส้มโอในพื้นที่ จ.นครปฐมนั้น พบว่ายังต้องใช้เวลาในการเยียวยาพอสมควร เนื่องจากพันธุ์ไม้ยืนต้นเหล่านี้กว่าที่จะให้ผลผลิตภายหลังจากการเพาะปลูกแล้วใช้เวลาไม่น้อยกว่า 5-7 ปี ฉะนั้นหากยังส่งเสริมและสนับสนุนให้เพาะปลูกพืชยืนต้นประจำถิ่นเหล่านี้ต่อไป หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องพิจารณาถึงมาตรการในการช่วยเหลือระยะเบื้องต้นแบบควบคู่กันไปด้วยจึงจะมีความเป็นไปได้

ที่สำคัญจะต้องแน่ใจด้วยว่าพื้นที่เหล่านั้นในปีถัดไปจะไม่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากอีก มิฉะนั้นพันธุ์พืชที่เกษตรกรปลูกก็จะเสียหายอีก

ที่มา dailynews.co.th

เกษตรมือใหม่

เกษตรมือใหม่

เริ่มต้นจากการที่อยากปลูกผักกินเอง ปลูกมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นไอเดียที่หลากหลายและอยากนำมาแชร์กันให้รู้ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผักนะเออ