ความต้องการพืชอินทรีย์ในต่างประเทศ สูง

ทำนาแบบอินทรีย์

ยังคงมีความต้องการพืชอินทรีย์ในต่างประเทศอยู่ในอัตราที่สูง หลังปัญหาหลายอย่างที่เกิดขึ้นและมีผลกระทบต่อการเพาะปลูกในต่างประเทศ ส่งผลดีต่อเกษตรกรชาวไทยที่มีดินน้ำอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเกษตรกรผู้ปลูกพืชอินทรีย์ที่จังหวัดแพร่ คาดว่าพืชปลอดสารพิษจะเป็นสินค้าอีกชนิดหนึ่งที่จะขยายตลาดในต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่ม GMS

นายมนูญ และนางธีรวรรณ วงศ์อรินทร์ สองสามีภรรยาชาวตำบลแม่หล่าย อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ ซึ่งใช้พื้นที่ภายในบริเวณบ้านของตนเองประมาณ 1ไร่ 1 งาน ทำเกษตรแบบพอเพียงตามปรัชญาของพระบาทสเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โดยปลูกพืชผักที่ มักทานเป็นประจำ และพืชที่มีต้นกำเนิดจากต่างประเทศ หลายสิบชนิด และยังเลี้ยงปลา เลี้ยงกบ เลี้ยงไก่ เลี้ยงหมู นำเศษวัสดุทางการเกษตรมาใช้เป็นพลังงานหมุนเวียน และนำ ผลพลอยได้ เช่น มูลสัตว์ น้ำส้มควันไม้ ทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ขับไล่แมลงศัตรูพืช เป็นต้น ซึ่งจากการดำเนินการมาเป็นเวลา 12 ปี ไม่เคยมีปัญหาเรื่องสุขภาพอันเนื่องมาจากสารพิษ สะสมในร่างกายเลย ที่สำคัญสวนในบ้านหลังนี้ได้กลายเป็นศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์ของ กรมส่งเสริมการเกษตร ที่มีเกษตรกรทั้งในและต่างจังหวัดมาศึกษาดูงานสัปดาห์ละ หลายวัน ทำให้มีรายได้จากการเป็นวิทยากร และจัดที่พักแบบโฮมสเตย์ เฉลี่ยวันละหลาย พันบาท นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลพระราชทานจากการประกวดผลงานตามปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง ประจำปี 2553 ด้วย

ทั้งนี้ผลผลิตที่ได้ทั้งหมด หากเหลือจากการบริโภคแล้ว จะจำหน่ายให้กับ ประชาชนทั่วไป ซึ่งก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะผู้บริโภคห่วงใยสุขภาพของตนเอง มากขึ้น จึงเชื่อว่าหากว่าการสร้างเส้นทางคมนาคมเชื่อมโยง ในกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่ม น้ำโขงหรือ GMS สำเร็จเรียบร้อย รวมทั้งมีการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน ก็จะเป็นโอกาส ทองของผู้ปลูกพืชผักปลอดภัยจากสารพิษ เพราะตลาดมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ที่มา สำนักข่าวเชียงใหม่

เกษตรมือใหม่

เกษตรมือใหม่

เริ่มต้นจากการที่อยากปลูกผักกินเอง ปลูกมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นไอเดียที่หลากหลายและอยากนำมาแชร์กันให้รู้ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผักนะเออ