พืชทนน้ำ ท่วมก็ไม่ตาย

พืชทนน้ำ ท่วมก็ไม่ตาย

แม้ว่าสถานการณ์น้ำท่วมปี 2555 นี้ทำท่าว่าจะดีเพราะรัฐบาลประกาศว่าเอาอยู่ แต่หลายพื้นที่ก็ไปกับน้ำซะแล้วเช่น สุโขทัย และพื้นที่ทางภาคเหนืออื่นๆ เนื่องจากเจอสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน และพื้นที่เกษตรเสียหาย จะว่าไปแล้วท่วมปีที่แล้วกว่าจะลดได้ก็ปาเข้าไปเกือบเดือน ปีนี้หากท่วมเกิน 15 วัน พืชยืนต้นที่ปลูกมาตั้งแต่ต้นปี ทั้งยังไม่ได้ต้นสูงเกินหัวคนไป มีหวังจมน้ำตายแน่ แต่ก็มีพืชอยู่หลายชนิด ที่สามารถมีชีวิตรอดได้ในภาวะน้ำท่วม

ลองสังเกตุเห็นแล้ว ต้นมะม่วงที่บ้านหลายต้นไม่ตาย ต้นไม้ตามข้างทางบางชนิดก็ไม่ตาย ทั้งๆ ที่น่าจะตายเพราะที่อื่นตายกันหมด เพิ่งถึงบางอ้อว่า ผลไม้และต้นไม้บางชนิดที่ไม่ตาย เป็นเพราะมีรากแก้ว งอกด้วยเมล็ด ใช่การงอกแบบปักชำหรืออย่างอื่น หากมีรากแก้ว มีโอกาสรอดกว่า 80-90% ในภาวะน้ำท่วมขังนานเกิน 15 วัน เพราะรากแก้วอยู่ลึกลงในดิน น้ำซึมลงไม่ถึง รากยังมีโอกาสหายใจและเอาตัวรอดได้ในพื้นที่น้ำท่วม แต่ก็เป็นเฉพาะบางชนิด เพราะพื้นที่ไหนต้นไม้มีรากแก้วก็จริง แต่ไม่ลึกพอก็อาจเกิดการจมน้ำตายได้เหมือนกัน แล้วจะมีพืชหรือผักผลไม้ชนิดไหนที่ปลูกแล้ว มีความทนทาน ทนแล้ง แล้วก็ทนน้ำท่วม ในสถานการณ์อย่างปัจจุบันนี้บ้าง มาดูกัน

พืชทนน้ำ ท่วมก็ไม่ตายพืชที่ทนต่อสภาวะน้ำท่วมขังนานเกิน 15 วัน และไม่ใช่ไม้น้ำ เพราะไม้น้ำสามารถอยู่ในน้ำได้ดี อยู่บนบกในสภาพชื้นแฉะก็สามารถปรับตัวได้เป็นบางชนิด

ปาล์มน้ำมัน มะม่วงเบา ไผ่ตงลืมแล้ง มะดัน ชมพู่มะเหมี่ยว ทุเรียนเทศ สะเดาเทียม สะเม็ด ต้นชมพู่ทับทิมจันทร์ ผักกูด ใบเตย กล้วย มะกอกน้ำ มะดัน พุดทรา ตะเคียน ยางนา หว้า ชะมวง เหล่านี้ทนน้ำท่วมได้ ตายแล้วก็จะงอกใหม่ในบางชนิด เช่น มะระขี้นก ย่านาง เตย บางชนิดมีน้ำท่วมขังแต่ยอดจมก็สามารถอยู่ได้ บางชนิดน้ำท่วมขังแค่เพียงไม่เกินส่วนยอดเท่านั้นและไม่เกิน 2 อาทิตย์ เช่น มะกรูด มะนาว สำหรับต่อไปนี้คือ ตายแน่ๆ ครับ ท่วมมาก็ตายก่อนเพื่อน คือ ขนุน ไผ่หวาน ชะอม สะเดาทะวาย กะท้อน มันเทศ สะตอ ลูกเนียง ลูกนาง เฮลิโคเนีย ดาหลา ตะใคร ขิง ข่า กระชาย ขมิ้น พริก มะเขือ มะนาว บวบ มะระ ถั่วฝักยาว ถั่วพู

ผมบอกแล้วว่าพืชบางชนิด สามารถเอาตัวรอดได้ หากมีรากแก้ว เพราะฉะนั้น ผลหมาก รากไม้ต่างๆ หากมีระบบรากไม่ลึกมากจะตายเสียส่วนใหญ่ ยกเว้นพืชที่มีระบบรากตื้น แต่มีเหง้า เช่น เตย กล้วย ไผ่ พวกนี้ตายยาก แต่ท่วมเกินครึ่งเดือน ก็ไม่ไหวครับ ตายเหมือนกัน ส่วนพวกชมพู่มะเหมี่ยว มะม่วงเบา หากมีรากแก้ว พวกนี้รอดครับ เพราะผลไม้เหล่านี้มีรากแก้วที่แทงทะลุลึกมาก แต่หากปลูกโดยการชำ และระบบรากไม่ลึกพอ อีกทั้งดินบริเวณที่ปลูกดูดซับน้ำได้ดี น้ำซึมเร็ว ก็ตายเหมือนกัน

ผักผลไม้ และไม้ยืนต้นหลายชนิดทนน้ำท่วมขังไม่เกิน 10 วัน ก็ตาย บางชนิดท่วมเป็นเดือนก็ไม่ตาย บางชนิดทดลองด้วยการยกกระถางแช่น้ำนานหลายวันไม่ตาย แต่กลับแตกยอดใหม่ ก็ให้สังเกตุว่า ระบบรากจมน้ำจริงหรือไม่ ดินในกระถางแน่นมากหรือไม่ น้ำซึมในกระถางได้ดีหรือไม่ เพราะบางครั้ง รากไม่ลึกแต่ดินแน่น น้ำซึมผ่านได้น้อย น้ำในชั้นดินระหว่างโคนรากกับปลายรากน้ำซึมผ่านยาก ต้นไม้ก็ไม่ตาย เพราะยังมีออกซิเจนเหลือให้รากได้อาศัย ระบบรากและดินที่ต้นไม้ขึ้นนั้นมีความสัมพันธ์กัน หากระบบรากดี ยึดเกาะดินได้ดี ดินดูดซับน้ำได้น้อย ก็สามารถทนต่อสภาพน้ำท่วมขังได้นาน

เค้าถึงบอกว่า ระหว่างน้ำท่วมขังและภายหลังจากน้ำลดแล้ว อย่าพยายามทำให้ดินใต้โคนต้นยุบหรือเคลื่อนไหวใดๆ เพราะการเคลื่อนไหว อาจทำให้น้ำซึมผ่านชั้นดินเข้าไปได้ง่าย ทำให้รากต้นไม้จมน้ำ แม้จะมีรากแก้วที่ลึกมาก ก็ตายได้เหมือนกันครับ

ก็หวังว่าจะเป็นความรู้ ปลูกพืชโดยใช้การเพาะเมล็ด และหาต้นพันธุ์ดีมาติดตา หรือทาบกิ่งเอา กันน้ำท่วม เพราะพืชมีระบบรากแก้ว ป้องกันได้ส่วนหนึ่ง อีกทั้งดินที่เพาะปลูกก็เป็นปัจจัยสำคัญในการที่จะบ่งบอกได้ว่า น้ำท่วม เค้าจะรอดไหม

เกษตรมือใหม่

เกษตรมือใหม่

เริ่มต้นจากการที่อยากปลูกผักกินเอง ปลูกมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นไอเดียที่หลากหลายและอยากนำมาแชร์กันให้รู้ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผักนะเออ