ปูพรมผลไม้ไทย ลุยเจาะตลาดเกษตรเซี่ยงไฮ้

หลังจากการเปิดเสรีของประเทศจีนในช่วง 30 ปีที่ผ่านมานั้น ทำให้ขนาดเศรษฐกิจของจีนขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นพลังขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียให้มีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ซึ่งจะเห็นได้จากอัตราการขยายตัวทางเศรษฐ กิจของจีนเฉลี่ย 10% ต่อปี มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก ขนาดผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศอยู่ที่ 8.767 พันล้านเหรียญสหรัฐ รองลงมาจากสหรัฐ เยอรมนี และ ญี่ปุ่น

ลุยตลาดผลไม้จีน

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เล็งเห็นโอกาสที่จีนเป็นตลาดส่งออกสำคัญสำหรับประเทศอื่นในภูมิภาค รวมถึงไทยที่คงไม่มีใครปฏิเสธได้ จึงจัดพิธีลงนามพิธีสารว่าด้วยการตรวจสอบและกักกันโรคสำหรับการส่งออกและนำเข้าผลไม้ผ่านประเทศที่สาม (R3) ระหว่างไทย-จีน กับนายจือชู่ รมว.กระทรวงควบคุมคุณภาพและตรวจสอบกักกันโรคแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (AQSIQ) อย่างเป็นทางการ ที่นครปักกิ่ง สาธารณรัฐประ ชาชนจีน เมื่อวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา

นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การลงนามครั้งนี้จะช่วยผลักดันให้การส่งออกสินค้าเกษตรประเภทผลไม้ไปจีนผ่าน R3 (เริ่มจาก อ.เชียงของ จ.เชียงราย ผ่านเมืองห้วยทราย-บ่อแก้ว-หลวงน้ำท่า-บ่อเต็นของลาว เข้าสู่เมืองโม่หาน-จิ่งหง-เชียงรุ้ง-มณฑลยูนนานของจีน) ระยะทาง 1,104 กิโลเมตรได้มากขึ้น โดยตั้งเป้าจะมีการขยายตัวทางการค้าผลไม้ระหว่างกันเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 10% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 500 ล้านบาท ผ่านเส้นทางขนส่งที่กระทรวงเกษตรฯ เจรจาเปิดเส้นทางไว้

ส่วนประโยชน์ที่จะได้รับคือ ลดระยะเวลาการขนส่งเหลือเพียง 2-3 วัน จากเดิมที่ขนส่งทางเรือใช้เวลา 5-7 วัน ช่วยให้ผลไม้ไทยมีความสดยาวนานขึ้น และสามารถกระจายผลไม้ไปยังตลาดเมืองยูนนาน มณฑลตะวันตกเฉียงใต้ของจีนได้โดยตรง ทำให้ผลไม้คงคุณภาพได้มาตรฐาน และปลอดภัยต่อผู้บริโภคตั้งแต่ต้นทางของทั้งสองประเทศ ซึ่งผลไม้ไทยที่ได้รับความนิยม เช่น ลำไย เงาะ และกล้วยไข่ และนอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังมีแนวคิดตั้งคณะทำงานศึกษาศักยภาพการขนส่งสินค้าเกษตรผ่านเส้นทางบกสาย R8 และ R12 (จาก จ.นครพนม ของไทย-นาพาว ของลาว-จาลอ-วิงห์-ฮานอย ของเวียดนาม-มณฑลกวางสี ของจีน) ร่วมกับทางการจีน และการเปิดเส้นทางขนส่งทางแม่น้ำโขงเพิ่มเติม เพื่อรองรับการขนส่งผลไม้ไปยังมณฑลทางภาคตะวันออกของจีนให้มากขึ้นต่อไป

ปูพรมผลไม้ไทย ลุยเจาะตลาดเกษตรเซี่ยงไฮ้

นายธีระยังได้เดินทางดูงานและเยี่ยมชมตลาดซาน หยวน ลี มีรูปแบบคล้ายตลาดองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ของไทย ที่ได้รับความนิยมในแง่ของคุณภาพของสินค้าโดยเฉพาะในส่วนของผลไม้ไทยที่จีนนำเข้ามาส่วนหนึ่งจะถูกนำมาวางจำหน่ายในราคาที่แพงตามระยะทางและคุณภาพของรสชาติ

นายผันเหล่ย พ่อค้าผลไม้ ชาวปักกิ่ง วัย 26 ปี เล่าให้ฟังว่า ผลไม้ไทยได้รับความนิยมค่อนข้างมาก เพราะมีรสชาติอร่อยถูกปากมีคุณค่าทางโภชนาการอาหาร และแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร ไม่ว่าจะเป็นลำไยสนนราคากิโลกรัมละประมาณ 26-30 หยวน กล้วยไข่ 30 หยวน เงาะ 50 หยวน มังคุด 50 หยวน และทุเรียน 30 หยวน เป็นต้น ตีราคาเป็นเงินไทยแบบกลมๆ ก็คูณ 5 ถือว่าสมน้ำสมเนื้อเลยทีเดียว

ในโอกาสนี้นายธีระยังได้เข้าเยี่ยมเยือนพบปะกับนายฮั่นจางฟู รมว.เกษตรของจีน เพื่อขอความร่วมมือให้กระทรวงเกษตรของจีนช่วยอำนวยความสะดวกการขึ้นทะเบียนบริษัทผู้ส่งออกปลาป่นไทยมายังจีน เพื่อเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ เพราะขั้นตอนขอใบอนุญาตต้องใช้เวลานานกว่า 6 เดือน ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่างๆ ที่เป็นต้นทุนธุรกิจ ที่ผ่านมา AQSIQ ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่เดินทางมาสุ่มตรวจโรงงานปลาป่นแล้ว 18 โรงงาน จากทั้งหมด 30 โรงงาน ส่วนที่เหลืออีก 12 โรงงานนั้น AQSIQ ขอให้กรมปศุสัตว์เป็นหน่วยงานกลาง ตรวจสอบคุณสมบัติและมาตรฐานส่งผลการตรวจไปยัง AQSIQ ภายในสิ้นเดือนพ.ค.นี้ เพื่อให้สามารถส่งออกสินค้าไปจีนได้

ต่อมาเมื่อวันที่ 22 เม.ย. นายอภิชาติ พงษ์ศรีหดุลชัย ที่ปรึกษารมว. เกษตรฯ ได้เข้าพบนางเหยียนเซิ่งซ้ง รองอธิบดีคณะกรรมาธิการเกษตร ณ นครเซี่ยงไฮ้ เพื่อหารือถึงความร่วมมือการค้าสินค้าเกษตรในอนาคต โดยเฉพาะผักใบเขียว ที่ เซี่ยงไฮ้มีความต้องการบริโภคสูงมาก แต่เซี่ยงไฮ้มีความสามารถผลิตผักและผลไม้สำหรับบริโภคเองได้เพียง 40% ส่วนใหญ่จะเป็นการนำเข้ามาจากมณฑลต่างๆ 60% และในจำนวนนี้ยังมีการนำเข้ามาจากต่างประเทศ ซึ่งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เซี่ยงไฮ้มีแนวโน้มนำเข้าผลไม้เพิ่มขึ้นปีละประมาณ 4 พันล้านเหรียญสหรัฐ

ที่สำคัญนครเซี่ยงไฮ้กำลังมีแผนจะเปิดโครงการตลาดค้าส่งซีเจียว อย่างเป็นทางการช่วงปลายปีนี้ โดยตั้งเป้าเป็นศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้าเกษตรนานาชาติ รวมถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแบบครบวงจรจากการมีพื้นที่แปลงเกษตรสาธิตบริเวณใกล้เคียง ทั้งยังมีจุดแข็งที่ตั้งอยู่ในศูนย์กลางคมนาคมทั้งเส้นทางขนส่งทางอากาศที่ห่างจากสนามบินแห่งชาติหงเฉียว เพียง 3 กิโลเมตร มีท่าเทียบเรือขนาดใหญ่ติดอันดับโลกมีสินค้าเข้าออกสูงกว่า 100 ล้านตัน

นายอภิชาติกล่าวว่า เซี่ยงไฮ้นับเป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรของไทยที่น่าสนใจมาก และด้วยจุดแข็งที่สินค้าเกษตรของไทยหลายอย่างมีศักยภาพ สามารถส่งออกเป็นอันดับหนึ่งในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะเป็นสินค้าที่ได้มาตรฐานด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (Sanitary and Phytosanitary Measures : SPS) เป็นมาตรฐานสินค้านำเข้าจากต่างประเทศเป็นที่ยอมรับในสากล

จึงมีโอกาสและความเป็นไปได้สูงที่ผลไม้ไทยจะเข้ามายึดครองส่วนแบ่งการตลาดการค้าสินค้าเกษตรในเซี่ยงไฮ้ของจีนในอนาคตอันใกล้เพราะไม่เพียงแต่ผลประโยชน์ทางการค้าที่ธุรกิจภาคเอกชนของไทยจะได้รับแล้วแต่เกษตรกรไทยจะสามารถยกระดับการพัฒนาผลผลิตทั้งด้านคุณภาพและราคาที่แข่งขันในตลาดโลกได้อย่างเข้มแข็ง

เกษตรมือใหม่

เกษตรมือใหม่

เริ่มต้นจากการที่อยากปลูกผักกินเอง ปลูกมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นไอเดียที่หลากหลายและอยากนำมาแชร์กันให้รู้ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผักนะเออ